ธรรมจริยา บรรพชิต ผู้มีคุณ

ตอนที่ 5 / 35

ตอนที่ 5 — ยื่นมือช่วย สานสัมพันธ์ชุมชน

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในศาลาวัด ทำให้บรรยากาศภายในดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวาขึ้นมาหลังจากค่ำคืนที่เงียบสงัด หลวงพ่อบุญและสามเณรนพกำลังเตรียมตัวสำหรับงานบุญประจำปีที่จะมาถึงนี้ แต่ในใจของทั้งสองท่านยังคงวนเวียนอยู่กับปัญหาของโยมลุงชื่นและโยมป้ามาลี “หลวงพ่อครับ” นพเริ่มสนทนาขณะช่วยหลวงพ่อจัดดอกไม้สำหรับบูชาพระ “เมื่อคืนนี้ กระผมลองคิดถึงเรื่องที่หลวงพ่อพูดครับ เรื่องความสัมพันธ์ในชุมชน” หลวงพ่อบุญพยักหน้า “แล้วนพคิดว่าอย่างไร” “กระผมคิดว่าที่ผ่านมา ชาวบ้านแถวนั้นอาจจะไม่ได้ค่อยได้มีกิจกรรมร่วมกันมากนัก อาจจะต่างคนต่างอยู่ ทำมาหากินไปวันๆ” นพกล่าว “พอมีปัญหาเกิดขึ้น ก็เลยไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร” “นั่นเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา” หลวงพ่อบุญเห็นด้วย “การที่คนในชุมชนขาดความผูกพันกัน ก็เหมือนต้นไม้ที่ไม่มีรากแก้ว คอยยึดเหนี่ยว เมื่อมีลมพายุพัดมา ก็อาจจะโค่นล้มได้ง่าย” “แล้วเราจะทำอย่างไรให้พวกเขาผูกพันกันมากขึ้นครับ” นพถาม “เราต้องเริ่มจากสิ่งเล็กๆ” หลวงพ่อบุญตอบ “เราต้องสร้างโอกาสให้พวกเขาได้มาพบปะพูดคุยกัน ได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” “เช่นการจัดกิจกรรมอะไรในวัดหรือเปล่าครับ” “ก็เป็นส่วนหนึ่ง” หลวงพ่อบุญกล่าว “แต่เราต้องทำให้เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การบังคับ” “กระผมพอจะนึกออกครับ” นพกล่าว “อย่างเช่น การจัดงานบุญประจำปีแบบนี้ ก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีให้ชาวบ้านได้มาพบปะกัน” “ถูกต้อง” หลวงพ่อบุญกล่าว “แต่เราต้องส่งเสริมให้มากกว่านั้น” “ส่งเสริมอย่างไรครับ” “อย่างเช่น การจัดหาพื้นที่ให้ชาวบ้านได้นำผลผลิตทางการเกษตรของตนเองมาแลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายกันเอง” หลวงพ่อบุญเสนอ “เป็นการสร้างรายได้ และยังเป็นการส่งเสริมการรู้จักพืชผลของแต่ละคนด้วย” “โอ้ เป็นความคิดที่ดีครับหลวงพ่อ” นพตาเป็นประกาย “ถ้าทำแบบนั้น ชาวบ้านก็จะมีกำลังใจที่จะผลิตผลทางการเกษตรมากขึ้น และยังได้รู้จักเพื่อนบ้านมากขึ้นด้วย” “ใช่แล้ว” หลวงพ่อบุญกล่าว “และเมื่อมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแล้ว เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น พวกเขาก็จะกล้าที่จะปรึกษาหารือกัน และช่วยเหลือกันได้” “แล้วเรื่องของนายทุนล่ะครับ” นพกลับมาที่ประเด็นหลัก “เราจะเข้าหานายทุนคนนั้นได้อย่างไร” “อาตมาได้เตรียมตัวแล้ว” หลวงพ่อบุญกล่าว “วันนี้ หลังจากเสร็จภารกิจที่วัดแล้ว อาตมาจะเดินทางไปพบเขา” “หลวงพ่อจะไปหาเขาที่ไหนครับ” “อาตมาทราบจากกำนันว่า เขาพักอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ริมแม่น้ำ” หลวงพ่อบุญตอบ “อาตมาจะไปขอพูดคุยกับเขาด้วยเหตุผล” “กระผมอยากจะไปด้วยครับหลวงพ่อ” นพรีบกล่าว หลวงพ่อบุญมองไปที่สามเณรหนุ่มด้วยความเข้าใจ “นพอยากจะไปเป็นกำลังใจให้อาตมาใช่ไหม” นพพยักหน้า “กระผมอยากจะเรียนรู้ด้วยครับหลวงพ่อ” “ดี” หลวงพ่อบุญกล่าว “แต่จำไว้ว่า การไปด้วยกันครั้งนี้ เราไปด้วยกันด้วย ‘เมตตา’ และ ‘ปัญญา’ ไม่ใช่ไปด้วย ‘โทสะ’ หรือ ‘ความอาฆาตแค้น’” “กระผมจำได้ครับหลวงพ่อ” นพรับคำ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่วัด หลวงพ่อบุญก็ชวนนพขึ้นรถยนต์ที่โยมผู้ศรัทธาถวายให้ใช้ หลวงพ่อบุญเป็นผู้ขับรถด้วยตนเอง ขณะที่นพก็เตรียมประวัติความเป็นมาของชุมชนริมคลอง และข้อมูลเกี่ยวกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการถูกไล่ที่ การเดินทางไปยังบ้านของนายทุนเป็นไปอย่างเงียบสงบ หลวงพ่อบุญขับรถด้วยความเร็วพอเหมาะ สายตาของท่านทอดมองไปยังทิวทัศน์สองข้างทางที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากทุ่งนาเขียวขจีกลายเป็นบ้านเรือนที่ทันสมัยมากขึ้น “เมื่อก่อน แถวนี้ยังเป็นทุ่งนาทั้งหมดเลย” หลวงพ่อบุญกล่าวขึ้นมา “ชาวบ้านอยู่กันอย่างสงบสุข” “แล้วทำไมถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ครับ” นพถาม “โลกมันเปลี่ยนแปลงไป นพ” หลวงพ่อบุญถอนหายใจ “เมื่อมีสิ่งใหม่ๆ เข้ามา ก็ย่อมมีสิ่งเก่าๆ หายไป” “แต่บางครั้ง การเปลี่ยนแปลงก็ทำให้คนเดือดร้อนนะครับหลวงพ่อ” นพกล่าว “นั่นคือสิ่งที่อาตมาต้องพยายามแก้ไข” หลวงพ่อบุญตอบ “เราต้องหาทางที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้น เป็นไปอย่างสมดุล ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ที่อ่อนแอกว่า” เมื่อมาถึงบ้านหลังใหญ่ริมแม่น้ำ บ้านพักของนายทุนดูโอ่อ่า ทันสมัย และแตกต่างจากบ้านเรือนทั่วไปในละแวกอย่างสิ้นเชิง บริเวณรอบบ้านถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีสวนหย่อมขนาดใหญ่ และเรือยนต์จอดเรียงรายอยู่ริมท่า หลวงพ่อบุญจอดรถไว้หน้าบ้าน แล้วก็เดินลงจากรถ ตามด้วยสามเณรนพ “นพ” หลวงพ่อบุญกล่าว “จงยืนอยู่ข้างหลังอาตมาเสมอ และจงสังเกตการณ์ทุกอย่าง” “ครับหลวงพ่อ” นพรับคำ หลวงพ่อบุญเดินไปยังประตูบ้าน แล้วก็กดออด เมื่อประตูเปิดออก ก็พบกับชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตราคาแพง ใบหน้าดูเคร่งขรึม “มีอะไรครับ” ชายคนนั้นถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ “อาตมากราบสวัสดีครับ” หลวงพ่อบุญกล่าวด้วยรอยยิ้มอันสงบ “อาตมาคือบุญ วัด… ครับ” นายทุนมองหลวงพ่อบุญด้วยสายตาประเมิน “หลวงพ่อมามีธุระอะไรครับ” “อาตมามีเรื่องที่จะมาขอปรึกษาหารือด้วยครับ” หลวงพ่อบุญกล่าว “เกี่ยวกับเรื่องที่ดินผืนที่อยู่ติดกับชุมชนของเรา” นายทุนเลิกคิ้วเล็กน้อย “ผมทราบดีว่าเป็นเรื่องอะไร” “อาตมาอยากจะขอโอกาสพูดคุยกับท่านสักครู่ครับ” หลวงพ่อบุญยังคงยืนยัน “ด้วยความเคารพ” นายทุนมองหน้าหลวงพ่อบุญสักพัก ก่อนจะถอนหายใจ “เชิญครับ เข้ามาข้างในก่อน” เมื่อเข้าไปในบ้าน บรรยากาศภายในยิ่งสะท้อนถึงความมั่งคั่งและอำนาจ นายทุนเชิญหลวงพ่อบุญและนพไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ “เชิญตามสบายครับ” นายทุนกล่าว “ผมมีเวลาไม่มากนัก” “ขอบคุณครับ” หลวงพ่อบุญกล่าว “อาตมาเข้าใจดีว่าท่านคงมีภารกิจที่ยุ่งยาก” “ใช่ครับ” นายทุนตอบ “ผมได้ที่ดินผืนนั้นมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และผมก็มีแผนที่จะพัฒนาที่ดินผืนนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด” “อาตมาทราบดีครับ” หลวงพ่อบุญกล่าว “แต่ที่ดินผืนนั้น ก็เป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านมานานหลายชั่วอายุคน” “พวกเขาก็อยู่บนที่ดินของคนอื่นมานานแล้ว” นายทุนกล่าว “ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะต้องย้ายออกไป” “อาตมาเข้าใจในเรื่องของกฎหมายครับ” หลวงพ่อบุญกล่าว “แต่ในขณะเดียวกัน อาตมาก็อยากจะให้ท่านพิจารณาถึง ‘ผลกระทบ’ ที่จะเกิดขึ้นกับชาวบ้าน” “ผลกระทบอะไรครับ” นายทุนถาม “ผมก็ให้โอกาสพวกเขาได้เตรียมตัวแล้วนี่ครับ” “แต่พวกเขาไม่มีที่ไปครับ” นพแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย “พวกเขามีแต่ลูกเล็กเด็กแดง จะไปอยู่ที่ไหน” นายทุนหันมามองนพด้วยสายตาไม่พอใจ “เด็กน้อยอย่างเณร อย่าเพิ่งเข้ามาพูดเรื่องผู้ใหญ่” หลวงพ่อบุญมองนพด้วยความเข้าใจ ก่อนจะหันกลับไปหานายทุน “สามเณรนพ เป็นศิษย์ของอาตมา เขาเห็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน จึงอยากจะแสดงความคิดเห็นบ้าง” “ความคิดเห็นของเด็กน้อย จะมีความหมายอะไร” นายทุนกล่าวเยาะเย้ย “ทุกความคิดเห็น ย่อมมีความหมายในตัวของมันเองครับ” หลวงพ่อบุญกล่าว “แม้แต่เมล็ดพันธุ์เล็กๆ ก็สามารถเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ได้” “หลวงพ่อกำลังจะบอกว่าอะไรครับ” นายทุนถาม “อาตมากำลังจะบอกว่า” หลวงพ่อบุญกล่าว “การที่ท่านได้ที่ดินผืนนั้นมา อาจจะเป็นผลมาจาก ‘กฎหมาย’ ที่ท่านยึดถือ แต่การที่ชาวบ้านต้องเดือดร้อนเช่นนี้ อาจจะเป็นผลมาจาก ‘กรรม’ ที่สั่งสมมา” “เรื่องกรรม เป็นเรื่องของศาสนา” นายทุนกล่าว “ผมสนแต่เรื่องของกฎหมาย” “กฎหมายและกรรม อาจจะเกี่ยวข้องกันโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะครับ” หลวงพ่อบุญกล่าว “บางที การกระทำที่ผิดกฎหมาย อาจจะนำมาซึ่งผลกรรมที่เลวร้าย และการกระทำที่ถูกกฎหมาย ก็อาจจะนำมาซึ่งผลกรรมที่ดีได้เช่นกัน” “หลวงพ่อกำลังจะขู่ผมหรือครับ” นายทุนถาม “เปล่าครับ” หลวงพ่อบุญส่ายหน้า “อาตมากำลังจะชี้ให้เห็นถึง ‘ทางเลือก’ ที่ท่านสามารถทำได้” “ทางเลือกอะไร” “ท่านสามารถเลือกที่จะดำเนินตามกฎหมายอย่างเดียว โดยไม่สนใจผลกระทบต่อผู้อื่น” หลวงพ่อบุญกล่าว “นั่นอาจจะทำให้ท่านได้ที่ดินมาอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกัน ก็อาจจะสร้างศัตรู และนำมาซึ่งผลกรรมที่ไม่ดีในอนาคต” “หรือท่านจะเลือกที่จะ ‘ประนีประนอม’ กับชาวบ้าน” หลวงพ่อบุญกล่าวต่อ “หาทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ อาจจะต้องเสียสละบางส่วน แต่ก็จะรักษา ‘ความสัมพันธ์’ และ ‘ความสงบสุข’ ในระยะยาว” “ผมไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องประนีประนอม” นายทุนกล่าว “ผมมีสิทธิ์ตามกฎหมาย” “สิทธิ์ตามกฎหมาย อาจจะไม่ใช่ ‘ความถูกต้อง’ เสมอไปครับ” หลวงพ่อบุญกล่าว “ความถูกต้องที่แท้จริง คือการกระทำที่ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น และไม่เบียดเบียนผู้อื่น” บทสนทนาเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ หลวงพ่อบุญพยายามใช้คำพูดที่นุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความจริงที่หนักแน่น

6,617 ตัวอักษร