บทพิสูจน์ แห่ง สมถะ

ตอนที่ 4 / 35

ตอนที่ 4 — ค่ารักษาพยาบาลที่เกินกำลัง

พระภัททะนั่งมองใบหน้าซีดเซียวของมารดาที่กำลังหลับใหล ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกปวดร้าวในหัวใจ ภาพความทรงจำในวัยเด็กผุดขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย ภาพแม่ที่แข็งแรง ยิ้มแย้ม และคอยดูแลเขาอย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อย แม่ที่ทำงานหนักเพียงลำพังเพื่อส่งเสียให้เขาได้เรียน ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น จนกระทั่งเขาตัดสินใจบวชเพื่อทดแทนคุณ ภาพเหล่านั้นยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิดในใจของเขา ว่าเขาได้ละทิ้งหน้าที่ในการดูแลแม่ไป "แม่ครับ..." เขาเอ่ยพึมพำเบาๆ ราวกับกลัวว่าจะปลุกผู้เป็นแม่ให้ตื่น "กระผมขอโทษนะครับ ที่มาดูแลแม่ได้ช้าไป" ยายก้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ เอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของพระภัททะเบาๆ "อย่าคิดมากเลยนะหลาน แม่ของเจ้าน่ะ เขารักและภูมิใจในตัวเจ้าเสมอนั่นแหละ" "แต่ผม...ผมไม่รู้จะหาเงินค่ารักษามาให้แม่ได้อย่างไร" พระภัททะเงยหน้ามองยายก้อย ดวงตาแดงก่ำ "เงินที่ได้มาจากการบอกบุญ มันน้อยมาก เมื่อเทียบกับค่ารักษาที่โรงพยาบาลเรียกเก็บ" ยายก้อยถอนหายใจยาว "เรื่องเงินทองมันก็เป็นเรื่องที่ต้องจัดการนั่นแหละ แต่ตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือแม่ของเจ้าต้องการกำลังใจจากลูกนะ" "หมอได้แจ้งถึงค่าใช้จ่ายที่จะต้องมีในแต่ละวันแล้วใช่ไหมครับ" พระภัททะถาม "ใช่" ยายก้อยพยักหน้า "วันหนึ่งก็หลายพันบาทเลยนะ แค่ค่ายา ค่าเตียง ค่าหมอ ก็แทบจะหมดตัวแล้ว" พระภัททะหลับตาลง ลมหายใจของเขาสั่นเครือ การฝึกสมถะที่ผ่านมาดูเหมือนจะไร้ความหมายไปในทันที เมื่อเจอกับสถานการณ์จริงที่บีบคั้นจนแทบจะทนไม่ไหว ความสงบที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน กิเลสแห่งความกังวล ความกลัว และความสิ้นหวังเริ่มคืบคลานเข้ามาแทนที่ "ผมควรจะทำอย่างไรดีครับยายก้อย" พระภัททะถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้า "ผมเป็นพระ ผมไม่สามารถทำงานหาเงินได้ ผมก็ไม่มีทรัพย์สมบัติใดๆ เลย" "ลองปรึกษาญาติผู้ใหญ่ หรือคนรู้จักที่พอจะช่วยเหลือได้ดูก่อนสิ" ยายก้อยแนะนำ "หรือจะลองติดต่อผู้ใหญ่ที่วัดดู อาจจะมีใครเมตตา" พระภัททะส่ายหน้าช้าๆ "ผมไม่อยากไปรบกวนใครอีกแล้วครับ ยายก้อยเองก็ลำบาก" "ไม่ได้ลำบากหรอกหลาน" ยายก้อยยืนยัน "ยายก็อยากให้แม่เจ้าได้หายดีเหมือนกัน" เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า พระภัททะอยู่เป็นเพื่อนแม่ที่โรงพยาบาล เขาพยายามสวดมนต์ทำสมาธิเพื่อสงบจิตใจ แต่ความคิดก็ยังคงวนเวียนอยู่กับปัญหาเรื่องค่ารักษาพยาบาล แม่ของเขาตื่นขึ้นมาเป็นระยะๆ เธอพยายามพูดคุยกับเขา แต่ก็ดูอ่อนเพลียมาก "แม่...สบายดีนะลูก" แม่พยายามยิ้มให้เขา "สบายดีครับแม่" พระภัททะตอบ พยายามกลั้นน้ำตา "แม่พักผ่อนเถอะนะครับ" "แม่ดีใจนะ ที่ลูกมาหา" แม่พูดเสียงแผ่วเบา "แม่ภูมิใจในตัวลูกเสมอ" คำพูดของแม่ยิ่งทำให้พระภัททะรู้สึกผิด เขาไม่สามารถเป็นลูกที่ดีที่คอยดูแลแม่ได้ในยามที่แม่อ่อนแอที่สุด "กระผมก็ภูมิใจในตัวแม่เช่นกันครับ" พระภัททะตอบ พลางบีบมือของแม่เบาๆ วันแรกที่โรงพยาบาลผ่านไปอย่างยากลำบาก พระภัททะกลับมาที่วัดด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจ เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้หลวงตาบุญมาฟัง "หลวงตาครับ ลูกแม่...แม่ของกระผมป่วยหนักมาก และค่ารักษาพยาบาลก็สูงเกินกว่าที่กระผมจะหาได้" พระภัททะกราบเรียนด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ หลวงตาบุญมายิ้มอย่างอ่อนโยน "เป็นเรื่องธรรมดาของโลกภัททะ เมื่อมีเกิดขึ้น ก็ย่อมมีความเสื่อมไป เมื่อมีความสุข ก็ย่อมมีความทุกข์เข้ามาเยือน" "แต่กระผม...กระผมรู้สึกท้อแท้เหลือเกินครับ" พระภัททะสารภาพ "การฝึกสมถะมาตลอด มันเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลเลย เมื่อเจอกับปัญหาจริงๆ" "การฝึกสมถะนั้น ไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไปในทันทีหรอกนะ" หลวงตาบุญมาอธิบาย "แต่ช่วยให้เรามีกำลังใจ กำลังสติ ในการเผชิญหน้ากับปัญหาเหล่านั้นต่างหาก" "หลวงตาครับ ผมควรทำอย่างไรดี" พระภัททะถามอีกครั้ง "เจ้าจะให้แม่ของเจ้าได้ทุกข์ทรมานเพราะไม่มีเงินค่ารักษา หรือเจ้าจะยอมลดทิฐิ มาขอความช่วยเหลือจากญาติมิตรที่พอจะเกื้อกูลกันได้" หลวงตาบุญมาถามกลับ "การไม่ยอมขอความช่วยเหลือ ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของความยึดติดนะภัททะ" พระภัททะนิ่งคิด คำพูดของหลวงตาบุญมาทำให้เขาฉุกคิด เขาได้แต่ยึดติดกับการเป็นพระที่ต้องพึ่งพาตนเอง จนมองข้ามความสัมพันธ์และความช่วยเหลือจากผู้อื่นไป "กระผม...กระผมจะลองไปคุยกับญาติๆ อีกครั้งครับ" พระภัททะตัดสินใจ "ดีแล้ว" หลวงตาบุญมากล่าว "และจงระลึกไว้เสมอว่า ทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป แม้แต่ความทุกข์ ก็เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว" ในวันรุ่งขึ้น พระภัททะเดินทางกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง พร้อมกับความตั้งใจใหม่ เขาได้พูดคุยกับญาติๆ และเพื่อนบ้านหลายคนอีกครั้ง บางคนก็พอจะช่วยเหลือได้บ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอ "ถ้าอย่างนั้น..." พระภัททะเอ่ยกับยายก้อย "ผมอาจจะต้องขออนุญาตไปบอกบุญที่วัดต่างๆ หรือตามสถานที่ที่คนเยอะๆ เผื่อจะมีผู้ใจบุญเมตตา" ยายก้อยมองพระภัททะด้วยสายตาเห็นใจ "แต่เจ้าเป็นพระนะ จะไปบอกบุญแบบนั้นได้หรือ" "ผมจะทำในสิ่งที่พอจะทำได้ครับ" พระภัททะตอบ "แม่ของผมสำคัญที่สุดในตอนนี้" เขาตัดสินใจที่จะไม่ย่อท้อ เขาจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้แม่ของเขาได้รับการรักษาที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบาก หรือต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นก็ตาม

4,066 ตัวอักษร