ตอนที่ 1 — เงาอดีตตามหลอน ณ คฤหาสน์หรู
สายลมเย็นยามค่ำคืนพัดโชยเอื่อย ปะทะผิวกายของ “คุณภาคิน” ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าเคร่งขรึม ราวกับแบกรับภาระหนักอึ้งไว้บนบ่า เขา ایستاده อยู่บนระเบียงชั้นบนของคฤหาสน์หรูหราโอ่อ่าแห่งหนึ่ง สายตาเหม่อมองออกไปยังสวนกว้างที่ตกแต่งอย่างงดงาม แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความสับสนและความหวาดหวั่น ราวกับมีเงาบางอย่างที่มองไม่เห็น คอยติดตามเขาไปทุกหนทุกแห่ง
“คุณภาคินคะ ทานยาก่อนค่ะ” เสียงหวานนุ่มของ “มณี” ภรรยาคนสวยดังขึ้นจากด้านหลัง เธอถือถาดเล็กๆ ที่มีแก้วน้ำและยาเม็ดสีขาววางอยู่บนนั้น ใบหน้าของมณีฉายแววเป็นห่วง แต่ภาคินเพียงแค่หันมามอง แล้วส่ายหน้าเบาๆ
“ผมไม่เป็นไรหรอกมณี ยังไม่อยากทานยาตอนนี้” ภาคินตอบเสียงแหบพร่า
มณีเดินเข้ามาใกล้ วางถาดลงบนโต๊ะเล็กข้างระเบียง “แต่คุณหมอบอกว่าคุณต้องทานยาอย่างสม่ำเสมอนะคะ อาการนอนไม่หลับมันจะยิ่งแย่ลงไปอีก”
“การนอนไม่หลับมันไม่ใช่ปัญหาหลักของผมตอนนี้หรอกมณี” ภาคินพึมพำ “มีบางอย่าง... มันคอยหลอกหลอนผมอยู่ตลอดเวลา”
มณีขมวดคิ้ว “คุณภาคินหมายถึงอะไรคะ เรื่องที่ทำงานหรือเปล่าคะ ช่วงนี้บริษัทมีปัญหาจริงๆ ใช่ไหม”
“ไม่ใช่เรื่องงาน” ภาคินถอนหายใจยาว “มันเป็นเรื่องที่... นานมาแล้ว”
เขาพยายามจะอธิบาย แต่คำพูดกลับติดขัดอยู่ในลำคอ ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่ขาดสาย ภาพใบหน้าของใครบางคน ภาพเสียงร้องไห้ ภาพความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายปี
“นานแค่ไหนคะ” มณีถามอย่างอ่อนโยน เธอทราบดีว่าสามีของเธอมีอดีตที่ซับซ้อน แต่ภาคินไม่เคยปริปากเล่าให้เธอฟังมากนัก
“นานจนผมแทบจะลืมไปแล้ว... แต่มันกลับมาหลอกหลอนผมทุกคืน” ภาคินพูด ดวงตาของเขาทอประกายสั่นไหว “ทุกครั้งที่ผมหลับตา ภาพมันก็จะปรากฏขึ้นมา... เสียงกระซิบ... เสียงหัวเราะ... เสียงร้องไห้...”
“คุณภาคินคะ คุณกำลังคิดมากเกินไปแล้วค่ะ” มณีพยายามปลอบประโลม “บางทีคุณอาจจะแค่เครียดสะสมนะคะ เราลองไปพักผ่อนที่ทะเลกันสักอาทิตย์สองอาทิตย์ดีไหมคะ”
“หนีไปไหนก็ไม่พ้นหรอกมณี” ภาคินส่ายหน้า “ตราบใดที่ผมยังไม่เผชิญหน้ากับมัน”
“เผชิญหน้ากับอะไรคะ” มณีถามด้วยความสงสัย
ภาคินเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาทอประกายเศร้าหมอง “บาป... ที่ผมเคยทำไว้”
มณีอึ้งไปเล็กน้อย เธอไม่เคยได้ยินภาคินพูดถึงเรื่องบาปมาก่อน แม้ว่าเขาจะเป็นคนดี มีเมตตา และช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ แต่ลึกๆ แล้ว เธอสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ภาคินเก็บซ่อนเอาไว้
“คุณภาคินคะ ดิฉันเป็นห่วงคุณจริงๆ ค่ะ” มณีจับมือของภาคินที่วางอยู่บนราวระเบียง “ถ้ามีอะไรที่คุณอยากจะเล่า... ดิฉันพร้อมรับฟังเสมอค่ะ”
ภาคินมองหน้าภรรยาอย่างซาบซึ้ง น้ำตาคลอหน่วย “ขอบคุณนะมณี... ที่รักผมเสมอ”
เขาหันกลับไปมองสวนอีกครั้ง ราวกับกำลังพยายามมองผ่านความมืดมิดของค่ำคืน เพื่อค้นหาคำตอบบางอย่าง แสงไฟจากในคฤหาสน์ส่องลอดออกมาเป็นบางส่วน เผยให้เห็นเงาของเฟอร์นิเจอร์หรูหรา แต่สำหรับภาคินแล้ว คฤหาสน์หลังนี้กลับให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก ราวกับเป็นกรงขังที่เขาไม่สามารถหลุดพ้นไปได้
“บางที... กรรมเก่ามันก็มีจริงนะมณี” ภาคินพูดเบาๆ “เราอาจจะคิดว่าเราทำดีมาตลอด แต่บางครั้ง... สิ่งที่เราทำในอดีต มันก็ตามมาสนองเราในที่สุด”
มณีบีบมือภาคินเบาๆ “ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร... เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะคะ”
เสียงนกฮูกร้องก้องมาจากที่ไกลๆ ยิ่งเพิ่มบรรยากาศความวังเวงให้กับคฤหาสน์หลังนี้ ภาคินหลับตาลงอีกครั้ง พยายามขับไล่ภาพความทรงจำอันเลวร้ายออกไป แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ ภาพเหล่านั้นกลับยิ่งชัดเจนขึ้น ราวกับมันกำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่ในความมืด
“ผม... ผมได้ทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต” ภาคินกัดฟันพูด “และผมคิดว่า... มันกำลังจะตามมาทวงคืน”
มณีกอดแขนภาคินแน่น “อย่าเพิ่งคิดอะไรไปก่อนนะคะ พรุ่งนี้เช้า เราค่อยๆ คุยกันนะคะ ตอนนี้... ไปพักผ่อนกันเถอะค่ะ”
ภาคินพยักหน้าช้าๆ เขาปล่อยมือจากภรรยา แล้วก้าวเข้าไปในคฤหาสน์ ทิ้งให้ความมืดและสายลมเป็นเพื่อนยามค่ำคืนบนระเบียงนั้น ทว่าเงาอดีตที่เขาพยายามหนี มันกลับติดตามเขาเข้าไปในห้องนอน ราวกับจะเตือนให้เขารู้ว่า การหลบหนีชะตากรรมนั้นเป็นไปไม่ได้เลย
ภาคินทรุดตัวลงนั่งบนเตียงกว้าง ใบหน้าของเขาซีดเผือด เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเข้าไปที่รายชื่อ แล้วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดโทรออก
“สวัสดีครับ ผมภาคิน” เขาพูดกับปลายสาย “ผม... ผมอยากจะขอคำปรึกษาเรื่อง... เรื่องบางอย่างครับ”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง และในแววตาของเขามีประกายบางอย่างที่สะท้อนถึงความกลัวและความรู้สึกผิดที่ฝังลึก เขาไม่รู้เลยว่า การตัดสินใจครั้งนี้ จะนำพาเขาไปสู่เส้นทางแห่งการไถ่บาปที่แสนยาวนานและเจ็บปวด
3,670 ตัวอักษร