บุญบาปตามสนอง วงล้อแห่งกรรม

ตอนที่ 19 / 30

ตอนที่ 19 — บทพิสูจน์แห่งความตั้งใจ

น้ำตาที่ไหลรินนั้นไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจอีกต่อไป หากแต่เป็นน้ำตาแห่งการยอมรับ และการปลดปล่อย ภาคินรู้สึกได้ถึงความเบาบางในจิตใจ ราวกับก้อนหินใหญ่ที่เคยทับถมอยู่ถูกยกออกไป เขาลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย ผิวปากเบาๆ กับบทเพลงที่คุ้นเคย ความรู้สึกสงบร่มเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง การปฏิบัติธรรมที่ได้สั่งสมมาตลอดระยะเวลาหนึ่ง ได้หล่อหลอมให้เขาก้าวข้ามผ่านความรู้สึกผิดในอดีตไปได้อย่างแท้จริง "พี่ภาคินครับ" เสียงของวีระดังขึ้นจากด้านนอกกุฏิ "เสร็จแล้วหรือครับ? คุณอรพรรณมาขอพบครับ" ภาคินก้าวออกมาเผชิญหน้ากับวีระ ใบหน้าของเขายิ้มแย้มแจ่มใส "เชิญคุณอรพรรณเข้ามาเลย วีระ" อรพรรณก้าวเข้ามาในห้องรับแขกของกุฏิ เธอดูเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง แต่แววตาฉายแววแห่งความมุ่งมั่น "คุณภาคินคะ ดิฉันมีเรื่องจะมาขอคำปรึกษาค่ะ" "มีอะไรหรือครับคุณอรพรรณ เชิญนั่งก่อนครับ" ภาคินผายมือเชิญ "คือ... เรื่องโครงการช่วยเหลือผู้ติดการพนันค่ะ" อรพรรณเริ่มกล่าว "ดิฉันอยากจะขอขยายโครงการของเราไปที่จังหวัดบ้านเกิดของดิฉันค่ะ คือจังหวัดร้อยเอ็ด" ภาคินเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ "คุณอรพรรณมีความตั้งใจดีมากครับ แต่การขยายโครงการไปในพื้นที่ใหม่ๆ ต้องมีการเตรียมการอย่างรอบคอบนะครับ" "ดิฉันทราบค่ะ" อรพรรณตอบ "แต่ที่ดิฉันตัดสินใจเช่นนี้ เพราะดิฉันเห็นปัญหาการพนันที่รุนแรงมากในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกร พวกเขาเสียทรัพย์สินไปกับการพนันเป็นจำนวนมาก จนส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวอย่างแสนสาหัส" "คุณอรพรรณเคยมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการพนันมาก่อนหรือครับ?" ภาคินถามด้วยความสงสัย "สามีของดิฉันเคยติดการพนันอย่างหนักค่ะ" อรพรรณเล่าเสียงแผ่วเบา "เขาเป็นหนี้สินท่วมหัว จนสุดท้ายเราต้องหย่าร้างกันไป แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ดิฉันก็ยังคงเห็นภาพความทุกข์ทรมานของครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการพนันอยู่เสมอ" ภาคินพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ผมขอแสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยนะครับ" "ขอบคุณค่ะ" อรพรรณกล่าว "แต่ดิฉันก็ได้รับโอกาสที่ดีในการช่วยเหลือผู้คนในอีกหลายๆ ด้าน ตอนนี้ดิฉันทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ในพื้นที่ และได้เห็นว่าการให้ความรู้ และการช่วยเหลือผู้ที่กำลังหลงผิด เป็นสิ่งสำคัญมาก" "คุณอรพรรณมีความตั้งใจแน่วแน่มากจริงๆ" ภาคินกล่าวชื่นชม "ผมยินดีที่จะสนับสนุนโครงการของคุณอย่างเต็มที่ เราจะร่วมมือกันวางแผน และเตรียมการทุกอย่างให้ดีที่สุด" "ขอบคุณมากค่ะคุณภาคิน" อรพรรณยิ้มกว้าง "ดิฉันเชื่อมั่นว่า ด้วยความร่วมมือของเรา และด้วยกำลังใจจากผู้มีจิตศรัทธา เราจะสามารถช่วยเหลือผู้คนให้พ้นจากวังวนแห่งการพนันได้ค่ะ" การตัดสินใจของอรพรรณในการผลักดันโครงการไปยังต่างจังหวัด เป็นเหมือนการจุดประกายไฟแห่งความหวังให้กับผู้คนอีกกลุ่มใหญ่ ภาคินเองก็รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นในการทำงาน เขาเริ่มวางแผนการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมกับทีมงานบางส่วน เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ และเตรียมการจัดตั้งสาขาของโครงการ "วีระ ช่วยเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขยายโครงการทั้งหมดให้ผมด้วยนะ" ภาคินสั่งการ "ผมอยากจะลงพื้นที่ร้อยเอ็ดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" "รับทราบครับคุณภาคิน" วีระรับคำ "ผมจะรีบดำเนินการให้ทันทีครับ" ในช่วงเวลานั้นเอง นายสมชายก็เข้ามาในห้องทำงานของภาคิน เขาดูมีความสุข และกระตือรือร้นเป็นพิเศษ "คุณภาคินครับ ผมอยากจะขออาสาสมัครไปช่วยงานที่สาขาสระบุรีครับ" สมชายกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ผมได้คุยกับผู้จัดการสาขาแล้วครับ เขาต้องการคนช่วยงานด้านการให้คำปรึกษา และเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ" ภาคินมองดูสมชายด้วยความชื่นชม "เป็นความคิดที่ดีมากสมชาย" เขาตอบ "การที่คุณได้ช่วยเหลือผู้อื่น เป็นการต่อยอดบุญกุศลของคุณได้อย่างดีเยี่ยม" "ผมรู้สึกว่าชีวิตผมมีความหมายมากขึ้นจริงๆ ครับคุณภาคิน" สมชายกล่าว "ตั้งแต่เลิกเล่นการพนันได้ ผมก็อยากจะช่วยเหลือคนอื่นๆ ที่ยังติดอยู่ในวังวนนั้นบ้าง ผมไม่อยากให้ใครต้องมาเจอความทุกข์ทรมานเหมือนที่ผมเคยเป็น" "คุณกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วสมชาย" ภาคินกล่าว "จงทำต่อไป ด้วยใจที่เป็นกุศล" วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว โครงการช่วยเหลือผู้ติดการพนันยิ่งขยายใหญ่ขึ้น และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงในชีวิตของผู้คนจำนวนมาก เป็นประจักษ์พยานถึงพลังแห่งการช่วยเหลือ และพลังแห่งการให้อภัย ภาคินเองก็รู้สึกอิ่มเอมใจทุกครั้งที่ได้รับทราบข่าวความคืบหน้า แต่ท่ามกลางความสำเร็จเหล่านั้น ปัญหาอุปสรรคก็ยังคงมีอยู่ กลุ่มอิทธิพลที่เสียผลประโยชน์จากการที่ผู้คนเลิกเล่นการพนัน ยังคงพยายามสร้างความปั่นป่วนอยู่เบื้องหลัง มีการปล่อยข่าวลือ และสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโครงการอยู่เสมอ "คุณภาคินครับ มีคนปล่อยข่าวว่าโครงการของเราเป็นเครือข่ายยาเสพติดครับ" วีระรายงานข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ผมกำลังพยายามหาแหล่งข่าว และชี้แจงข้อเท็จจริงอยู่ครับ" ภาคินถอนหายใจ "เรื่องแบบนี้ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ" เขาตอบ "เราทำความดี อาจจะมีคนอิจฉา หรือมองว่าเราเป็นศัตรู แต่เราต้องไม่ท้อแท้" "ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องโครงการของเราครับ" วีระยืนยัน "ผมเชื่อในตัวคุณวีระ" ภาคินกล่าว "และผมเชื่อมั่นในความตั้งใจของเราทุกคน" แม้จะเผชิญกับปัญหาต่างๆ ภาคินก็ยังคงยึดมั่นในหลักธรรมคำสอน เขาไม่เคยใช้ความรุนแรง หรือการแก้แค้นมาตอบโต้ เขาเลือกที่จะใช้ความจริง ความอดทน และการช่วยเหลือผู้คน เป็นอาวุธในการต่อสู้กับความมืด "การที่เราทำดี และอดทนต่อความยากลำบาก" พระอาจารย์เคยสอนเขา "คือการสร้างบารมี เป็นการสะสมบุญที่จะส่งผลดีในภายภาคหน้า" ภาคินจดจำคำสอนนั้นไว้ในใจ เขาเชื่อว่าในที่สุดแล้ว ความดีย่อมชนะความชั่ว และผลบุญจากการช่วยเหลือผู้คน จะเป็นเกราะคุ้มกันเขาและโครงการให้รอดพ้นจากอุปสรรคทั้งปวง ในวันนั้นเอง ขณะที่เขากำลังตรวจดูเอกสารเกี่ยวกับแผนการขยายโครงการในภาคใต้ เขาก็พลันนึกถึงเรื่องราวในอดีตอีกครั้ง เรื่องราวของครอบครัวของเขา เรื่องราวของความขัดแย้ง และเรื่องราวของความเข้าใจผิดที่เคยเกิดขึ้น ภาพความทรงจำเก่าๆ ไหลย้อนกลับมา แต่คราวนี้ ไม่มีความรู้สึกโกรธแค้น หรือเสียใจหลงเหลืออยู่ มีเพียงความรู้สึกสงสาร และเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น "แม่ครับ... พ่อครับ..." ภาคินพึมพำกับตัวเอง "ผมเข้าใจแล้วครับ ผมเข้าใจทุกอย่างแล้ว" เขาหลับตาลงอีกครั้ง นึกถึงคำสอนเรื่องการให้อภัย และการปล่อยวาง ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขาตระหนักได้ว่า การให้อภัยผู้อื่น คือการปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากพันธนาการแห่งความทุกข์ เมื่อเขาลืมตาขึ้น แสงแดดยามบ่ายก็สาดส่องเข้ามาในห้อง ราวกับจะบอกเป็นนัยว่า การเดินทางของเขาได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งแล้ว

5,357 ตัวอักษร