ตอนที่ 3 — การกลับไปสู่บ้านเก่า
“แม่ครับ... ผมจะกลับไปบ้านเก่า” ภาคินเอ่ยขึ้นขณะทานอาหารเช้าร่วมกับ “คุณหญิงพรรณี” ผู้เป็นมารดา
คุณหญิงพรรณีวางช้อนส้อมลงช้าๆ “บ้านเก่า... ที่หมายถึงบ้านที่โยมเคยอยู่ตอนเด็กๆ หรือเปล่าจ๊ะ”
“ครับแม่” ภาคินตอบ “ผม... ผมอยากจะไปดูความเปลี่ยนแปลง... แล้วก็... อยากจะไปตามหาใครบางคน”
คุณหญิงพรรณีมองใบหน้าของภาคินอย่างพิจารณา “ใครกันจ๊ะ... ดูเหมือนเรื่องนี้จะสำคัญกับโยมมากนะ”
“เป็นเรื่องของเพื่อนเก่าคนหนึ่งครับแม่” ภาคินตอบเลี่ยงๆ “เขา... เขาเสียชีวิตไปนานแล้ว... ผมอยากจะไปดูว่าครอบครัวของเขายังอยู่ที่นั่นไหม”
“ถ้าอย่างนั้น... แม่จะไปด้วยนะ” คุณหญิงพรรณีนัยน์ตาเป็นประกาย “ไม่ได้กลับไปนานแล้วเหมือนกัน”
ภาคินลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็พยักหน้า “ก็ได้ครับแม่”
การเดินทางสู่บ้านเกิดของภาคิน เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขามองเห็นภาพความทรงจำในวัยเยาว์ผุดขึ้นมาเป็นระยะๆ ถนนหนทางที่คุ้นเคย ตลาดเก่าที่ยังคงคึกคัก สวนสาธารณะที่เขาเคยวิ่งเล่น
เมื่อรถยนต์หรูจอดสนิทหน้าบ้านหลังหนึ่ง ภาคินก็รู้สึกใจหายวาบ นี่คือบ้านที่เขาจากมานานหลายสิบปี บ้านหลังเล็กๆ ที่เขาเคยมีความสุขกับครอบครัว แม้ว่าภาพในอดีตจะทำให้เขาทุกข์ใจ แต่ก็มีความทรงจำดีๆ ที่ไม่อาจลืมเลือน
“บ้านหลังนี้... ดูเปลี่ยนไปมากเลยนะ” คุณหญิงพรรณีเอ่ยขึ้นขณะก้าวลงจากรถ
“ครับแม่” ภาคินตอบ “ผมว่า... เราคงต้องไปสอบถามดูแถวบ้านแล้วครับ ว่ายังมีใครจำครอบครัวของวิทย์ได้บ้าง”
ภาคินและคุณหญิงพรรณีเดินเข้าไปในหมู่บ้าน ท่ามกลางสายตาของผู้คนในวัยเดียวกันที่เริ่มจะทักทายคุณหญิงพรรณีอย่างคุ้นเคย
“คุณหญิงพรรณีคะ... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ” หญิงสูงวัยคนหนึ่งทักทาย
“สวัสดีค่ะคุณป้า” คุณหญิงพรรณียิ้มตอบ “วันนี้ดิฉันพาภาคินกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดค่ะ”
“โอ้โห... ภาคินโตขึ้นเยอะเลยนะคะ” หญิงสูงวัยคนนั้นมองภาคิน “จำป้าได้ไหมจ๊ะ”
“จำได้ครับคุณป้า” ภาคินยกมือไหว้
“นี่... คุณหญิงกับภาคินกลับมานี่... มีธุระอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” หญิงสูงวัยคนนั้นถาม
“พอดีดิฉันอยากจะสอบถามเกี่ยวกับครอบครัวของเพื่อนเก่าของภาคินน่ะค่ะ... ชื่อวิทย์... ไม่ทราบว่าคุณป้าพอจะจำได้ไหมคะ” ภาคินเอ่ยถาม
ใบหน้าของหญิงสูงวัยคนนั้นฉายแววครุ่นคิด “วิทย์... วิทย์... อ๋อ... วิทย์ที่เสียชีวิตไปนานแล้วนั่นน่ะเหรอจ๊ะ”
ภาคินใจหาย “ใช่ครับ... เขาเสียชีวิตไปนานแล้ว... ไม่ทราบว่าครอบครัวของเขายังอยู่ที่นี่ไหมครับ”
“เสียดายนะ... พ่อแม่ของวิทย์เขาก็เสียไปแล้วเหมือนกันจ้ะ” หญิงสูงวัยคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “หลังจากวิทย์ตาย... พ่อแม่เขาก็เสียใจมาก... แล้วก็ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น... ไม่รู้เหมือนกันว่าไปอยู่ที่ไหน”
หัวใจของภาคินหล่นวูบ เขาคาดหวังว่าจะได้พบเจอและชดใช้ แต่กลับได้รับข่าวร้าย
“แย่จังเลยครับ” ภาคินพึมพำ “แล้ว... พอจะทราบไหมครับว่าครอบครัวของวิทย์มีใครอื่นอีกไหม”
“เท่าที่ป้าจำได้... วิทย์เขามี... เอ่อ... น้องสาวคนหนึ่งน่ะจ้ะ” หญิงสูงวัยคนนั้นนึก “แต่ก็ไม่ค่อยได้เจอกันหรอก... นานๆ ทีถึงจะกลับมา”
“น้องสาวของวิทย์...” ภาคินทวนคำ “ไม่ทราบว่า... พอจะจำชื่อ หรือว่า... รู้ที่อยู่ของน้องสาวเขาได้ไหมครับ”
“อืมม์... ชื่อ... ชื่ออะไรนะ... อ้อ... ชื่อ “นวล” จ้ะ” หญิงสูงวัยคนนั้นนึกอีกครั้ง “ส่วนที่อยู่... ป้าก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันนะ... รู้แต่ว่าเขาทำงานอยู่แถวๆ โรงพยาบาลในเมืองน่ะจ้ะ”
“โรงพยาบาลในเมือง...” ภาคินพึมพำ “ขอบคุณมากครับคุณป้า”
ภาคินและคุณหญิงพรรณีกล่าวลาหญิงสูงวัยคนนั้น แล้วเดินทางกลับไปที่รถ
“น้องสาวของวิทย์... นวล...” ภาคินทวนชื่ออีกครั้ง “ผมต้องตามหาเธอให้เจอ... เธออาจจะเป็นความหวังสุดท้ายของผมในการชดใช้บาปครั้งนี้”
“ถ้าอย่างนั้น... เราก็ไปโรงพยาบาลกันเลยนะภาคิน” คุณหญิงพรรณีกล่าว “แม่จะช่วยดูให้”
ภาคินพยักหน้า เขารู้สึกว่านี่คือโอกาสที่พระเจ้าประทานให้เขา เขาจะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อตามหาน้องสาวของวิทย์ และชดใช้ความผิดที่เขาได้ก่อไว้ให้ได้
ระหว่างทางไปโรงพยาบาล ภาคินมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ภาพความทรงจำของวิทย์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เขารู้ดีว่าเส้นทางการไถ่บาปนี้ จะไม่ง่ายเลย แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน
“วิทย์... พี่ขอโทษนะ” ภาคินพึมพำในใจ “รอพี่ก่อนนะ... พี่กำลังจะไปชดใช้ให้น้อง”
เขาตั้งมั่นในใจว่า จะไม่ยอมแพ้ จนกว่าจะได้รับการอภัย และได้หลุดพ้นจากเงาแห่งบาปที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอดชีวิต.
3,473 ตัวอักษร