ตอนที่ 19 — มารผจญ ยุคใหม่
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ความขัดแย้งภายในวัดที่เคยมีท่าทีจะสงบลง ก็เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีข่าวลือว่า นักธุรกิจใหญ่คนเดิม ที่เคยถูกปฏิเสธข้อเสนอไป กำลังพยายามที่จะเข้ามาแทรกแซงการบริหารงานของวัดอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้มาในนามของนักธุรกิจใจบุญที่ต้องการบริจาค แต่มาในรูปของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหม่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่กำลังมีแผนการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่รอบวัด
สมชาย หรือพระครูสมนึก เจ้าอาวาสวัดสวนธรรม หลังจากที่ได้เห็นความคึกคักและความก้าวหน้าของการพัฒนาวัดในยุคดิจิทัล เขาก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาก การที่ผู้คนให้ความสนใจและเข้ามามีส่วนร่วมในการเผยแผ่ธรรมะมากขึ้น ยิ่งทำให้ท่านมีความหวังว่า วัดแห่งนี้จะสามารถเป็นแสงสว่างนำทางผู้คนได้ตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อบุญส่ง แต่แล้ว ความสุขและความสงบที่กำลังก่อร่างสร้างตัว ก็ถูกคุกคามโดยเงาแห่งอดีต
"ท่านเจ้าอาวาสครับ" คุณธวัชชัยรีบเข้ามาแจ้งข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ผมเพิ่งได้รับข้อมูลมาครับ เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของบริษัท 'สยามพัฒนากรุ๊ป' ของคุณอนันต์"
สมชายเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารเล็กน้อย "อาตมาได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับบริษัทนั้นอยู่บ้าง โยมธวัชชัย มีอะไรที่น่าเป็นห่วงหรือ"
"เขาครับท่าน" คุณธวัชชัยกล่าวเน้น "ดูเหมือนว่าคุณอนันต์กำลังจะใช้วิธีการที่ซับซ้อนกว่าเดิมครับ ไม่ได้เสนอเงินบริจาคตรงๆ แต่กำลังเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทอสังหาริมทรัพย์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งบริษัทนั้นมีที่ดินอยู่ติดกับพื้นที่วัดเรา และกำลังมีแผนที่จะพัฒนาโครงการที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของผู้คนแถวนี้ครับ"
"แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่า เขาจะเข้ามาแทรกแซงการบริหารวัดของเรา" สมชายถามอย่างใจเย็น แต่ก็สัมผัสได้ถึงคลื่นความกังวลที่เริ่มก่อตัว
"เขาได้แสดงความจำนงที่จะเข้ามาเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาโครงการให้กับวัดครับ" คุณอรุณีเสริมอีกคน เธอเพิ่งเดินเข้ามาในห้องทำงานของสมชาย "โดยอ้างว่าต้องการจะช่วยพัฒนาวัดของเราให้มีความทันสมัย ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงการรอบข้างของเขา เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกัน"
สมชายหลับตาลงช้าๆ พยายามระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า "ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง" สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ อาจเป็นเพียงบททดสอบอีกครั้งหนึ่ง ที่จะพิสูจน์ศรัทธาและความตั้งใจของคณะกรรมการวัดชุดใหม่
"การพัฒนาโครงการรอบวัด" สมชายทวนคำ "แล้วเขาจะเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาวัดของเราได้อย่างไร"
"ประเด็นคือ เขาเสนอที่จะ 'สนับสนุน' กิจกรรมต่างๆ ของวัดครับ" คุณธวัชชัยอธิบาย "ทั้งการปรับปรุงอาคารสถานที่ การจัดซื้ออุปกรณ์ หรือแม้แต่การสนับสนุนงบประมาณบางส่วนให้กับโครงการเผยแผ่ธรรมะของเรา เขาอ้างว่า เพื่อเป็นการตอบแทนสังคม และเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัทของเขา"
"การเสนอตัวช่วยเหลือ เป็นสิ่งที่น่าขอบคุณ" สมชายกล่าว "แต่เราต้องพิจารณาเจตนาที่ซ่อนอยู่ให้ดี"
"ผมเกรงว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา คือการใช้ประโยชน์จากที่ดินของวัด หรือการเข้ามามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการของเขาครับ" คุณอรุณีกล่าวอย่างตรงไปตรงมา "เขาอาจจะใช้ 'การพัฒนาวัด' เป็นข้ออ้างในการเข้ามามีส่วนร่วมในทุกเรื่อง"
"และที่น่ากังวลที่สุดคือ" คุณธวัชชัยเสริม "หากเราปฏิเสธความช่วยเหลือของเขาอีกครั้ง เกรงว่าเขาจะใช้กำลังเงินและอิทธิพลที่มี สร้างแรงกดดัน หรือแม้กระทั่งฟ้องร้องดำเนินคดีต่างๆ เพื่อกดดันวัดของเรา ให้ยอมจำนนต่อข้อเสนอของเขา"
สมชายถอนหายใจเบาๆ "ดูเหมือนว่า มารในยุคปัจจุบัน จะมีรูปแบบที่ซับซ้อนและแนบเนียนกว่าเดิมมาก"
"แล้วเราควรจะทำอย่างไรดีครับท่านเจ้าอาวาส" คุณธวัชชัยถามด้วยความเป็นห่วง
"เราต้องไม่ยอมจำนนต่ออำนาจเงินและอิทธิพล" สมชายกล่าวอย่างหนักแน่น "หลวงพ่อบุญส่งท่านเคยสอนไว้เสมอว่า 'ความดีงามที่แท้จริง ไม่เคยต้องการการประดับประดาด้วยสิ่งภายนอก' การพัฒนาวัดของเรา ต้องมาจากเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ และต้องไม่กระทบต่อหลักธรรมคำสอน"
"ผมเห็นด้วยครับท่าน" คุณอรุณีกล่าวเสริม "เราควรจะสื่อสารกับคุณอนันต์อย่างตรงไปตรงมา ว่าเราขอบคุณในความปรารถนาดี แต่การบริหารจัดการวัด รวมถึงการตัดสินใจเรื่องการพัฒนาต่างๆ ต้องเป็นไปตามครรลองของวัด และหลักพระธรรมคำสอน"
"และที่สำคัญที่สุด" สมชายกล่าว "เราต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนผู้ศรัทธาของเรา ให้มีความเข้าใจในสถานการณ์ และร่วมกันเป็นเกราะป้องกันการแทรกแซงจากภายนอก"
"เราจะใช้ช่องทางสื่อดิจิทัลที่เรามีอยู่ ให้เป็นประโยชน์ครับท่าน" คุณธวัชชัยกล่าวอย่างมุ่งมั่น "เราจะเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับแผนการพัฒนาของวัดอย่างโปร่งใส ชี้แจงเจตนารมณ์ของเราให้สาธารณชนรับทราบ และขอความร่วมมือจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย ให้ช่วยกันเป็นกำลังใจและสนับสนุนการดำเนินงานของเรา"
"ดีมาก" สมชายพยักหน้า "การสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใส จะช่วยสร้างความเข้าใจ และป้องกันข่าวลือที่อาจจะบิดเบือนความจริงได้"
"เราอาจจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับข้อโต้แย้ง หรือการโจมตีต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น" คุณอรุณีกล่าวอย่างรอบคอบ "เราต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง และมีหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อใช้ชี้แจงในทุกกรณี"
"และที่สำคัญที่สุด" สมชายกล่าว "คือการรักษาความสงบในใจของเราเอง" ท่านหันไปมองคณะกรรมการทั้งสอง "การต่อสู้กับกิเลสของผู้อื่นนั้นยาก แต่การรักษาจิตใจของเราให้ผ่องใส ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งยั่วยุภายนอกนั้น สำคัญยิ่งกว่า"
"เราจะน้อมนำคำสอนของท่านมาเป็นแนวทางปฏิบัติครับ" คุณธวัชชัยและคุณอรุณีกล่าวพร้อมเพรียงกัน
สมชายรู้ดีว่า การต่อสู้ครั้งนี้อาจจะหนักหนาสาหัสกว่าครั้งก่อนๆ เพราะคู่ต่อสู้ได้เปลี่ยนยุทธวิธีจากการใช้เงินมาเป็นการใช้เล่ห์เหลี่ยมที่ซับซ้อนกว่าเดิม แต่เขาก็มีความหวังในพลังแห่งความสามัคคีของคณะกรรมการ และพลังแห่งศรัทธาของผู้คน ที่จะช่วยกันปกป้องรักษาสิ่งดีงามนี้ไว้ได้
4,693 ตัวอักษร