ปัญญา...นำทางความรักให้สง่างาม

ตอนที่ 7 / 35

ตอนที่ 7 — ความเข้าใจลึกซึ้งผ่านการแบ่งปัน

"มีบางช่วงที่ฉันรู้สึกกังวลนิดหน่อย" รินดาเอ่ย น้ำเสียงแผ่วเบาลงเล็กน้อย "แต่ก็พยายามตั้งสติ และคิดถึงสิ่งที่พี่เคยสอนเรื่องการมองปัญหาจากหลายๆ ด้าน" คณินหันมามองเธอเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปมองทางข้างหน้า "แล้วคุณก็ผ่านมันมาได้ใช่ไหม" "ค่ะ" รินดาตอบ "สุดท้ายก็จัดการได้เรียบร้อยดี" "ผมดีใจที่คุณได้เรียนรู้ และนำไปปรับใช้" คณินกล่าว "การมีสติอยู่เสมอ มันช่วยให้เรามองเห็นทางออกได้ชัดเจนขึ้นจริงๆ" "จริงค่ะ" รินดาเห็นด้วย "เหมือนกับตอนที่เราทะเลาะกันใหม่ๆ ฉันเอาแต่ใช้อารมณ์ ตอนนี้พอมีสติมากขึ้น ก็รู้ว่าควรจะพูดอะไร ไม่ควรจะพูดอะไร" "นั่นแหละครับ คือการเติบโต" คณินยิ้ม "เราไม่สามารถหยุดปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นในชีวิตได้ แต่เราสามารถเลือกวิธีรับมือกับมันได้" บทสนทนาของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างราบรื่น พวกเขามาถึงร้านอาหารไทยฟิวชั่นที่รินดาเลือก บรรยากาศภายในร้านอบอุ่น สบายๆ แสงไฟสีส้มนวลตา สร้างความรู้สึกผ่อนคลาย "ที่นี่สวยจังเลยค่ะ" รินดาเอ่ยชม ขณะมองไปรอบๆ "ผมว่าคุณคงจะชอบ" คณินบอก "ผมเคยมาทานกับเพื่อนครั้งหนึ่ง อาหารอร่อยจริงๆ" พวกเขานั่งลงที่โต๊ะมุมหนึ่งที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้พอดี พนักงานเสิร์ฟนำเมนูมาให้ ทั้งคู่ใช้เวลาเลือกอาหารด้วยกันอย่างเพลิดเพลิน "วันนี้คุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมครับ" คณินถาม "อืมมม" รินดาทำท่าครุ่นคิด "ฉันอยากลองเมนูแกงเขียวหวานผัดแห้งน่ะค่ะ เห็นในรีวิวบอกว่ารสชาติจัดจ้านเป็นพิเศษ" "น่าสนใจ" คณินพยักหน้า "งั้นผมขอสั่งปลากะพงทอดน้ำปลา แล้วก็ยำส้มโอด้วยแล้วกัน" "ดีเลยค่ะ" รินดาเห็นด้วย "จะได้มีเมนูหลากหลาย" ขณะรออาหาร ทั้งคู่ก็พูดคุยกันต่อถึงเรื่องต่างๆ ที่อยู่ในใจ "วินคะ" รินดาเรียกชื่อเขาเบาๆ "ฉันอยากจะถามอะไรคุณอย่างหนึ่ง" "ว่ามาเลยครับ" คณินตอบ "คุณเคยรู้สึกกดดันบ้างไหมคะ กับงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะขนาดนี้" รินดาถาม คณินเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลคำตอบ "แน่นอนครับ" เขาตอบในที่สุด "ใครๆ ก็ต้องมีความรู้สึกกดดันบ้างเป็นธรรมดา โดยเฉพาะกับงานที่ต้องใช้การตัดสินใจที่สำคัญหลายอย่าง" "แล้วคุณจัดการกับความกดดันนั้นยังไงคะ" "ผมพยายามมองว่ามันเป็นความท้าทายมากกว่าความกดดัน" คณินอธิบาย "ทุกครั้งที่เจออุปสรรค ผมจะพยายามมองหาบทเรียนที่ซ่อนอยู่ ผมเชื่อว่าทุกปัญหา มีทางออกเสมอ แค่เราต้องใช้เวลาในการคิดวิเคราะห์ให้รอบคอบ" "แล้วเวลาที่รู้สึกท้อแท้ หรือเหนื่อยล้ามากๆ ล่ะคะ" รินดาถามต่อ "ผมจะนึกถึงเป้าหมายของผม" คณินตอบ "นึกถึงคนที่ผมรัก นึกถึงอนาคตที่เรากำลังสร้างร่วมกัน สิ่งเหล่านั้นเป็นพลังขับเคลื่อนชั้นดีเลยทีเดียว" เขาหันมามองรินดา ดวงตาของเขาสื่อถึงความจริงใจ "และแน่นอน การได้พูดคุยกับคุณ การได้รับกำลังใจจากคุณ มันก็ช่วยผมได้มากเหมือนกัน" รินดาอมยิ้ม รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ "ฉันเองก็เหมือนกันค่ะ เวลาที่ฉันรู้สึกไม่มั่นใจ หรือมีปัญหา ฉันก็จะนึกถึงคุณ นึกถึงคำพูดให้กำลังใจของคุณ" "เราก็เหมือนเป็นกำลังใจให้กันและกันนะ" คณินกล่าว อาหารมาเสิร์ฟพอดี พวกเขาทั้งคู่ต่างพอใจกับรสชาติอาหารเป็นอย่างมาก การได้ทานอาหารอร่อยๆ ในบรรยากาศที่ดี พร้อมกับการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึก ทำให้ค่ำคืนนี้พิเศษยิ่งขึ้น "คุณรู้ไหมวิน" รินดาพูดขึ้นขณะทานคำสุดท้าย "ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากจริงๆ" "ทำไมล่ะครับ" คณินถาม "เพราะฉันได้เรียนรู้หลายอย่างจากการอยู่กับคุณ" รินดาตอบ "ฉันได้เรียนรู้ที่จะใจเย็นขึ้น ได้เรียนรู้ที่จะมองปัญหาด้วยเหตุผลมากขึ้น และที่สำคัญที่สุด ฉันได้เรียนรู้ที่จะรักตัวเองมากขึ้นด้วย" "ผมก็รู้สึกโชคดีเหมือนกันครับ" คณินตอบ "ที่ได้มีคุณเข้ามาในชีวิต" "แต่บางทีฉันก็อดคิดไม่ได้นะคะ" รินดาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ว่าถ้าเราไม่ได้เจอกันวันนั้น หรือถ้าเราไม่ได้พยายามปรับความเข้าใจกัน วันนี้เราคงจะไม่ได้มายืนอยู่ตรงจุดนี้" "แน่นอนครับ" คณินเห็นด้วย "ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต ล้วนมีเหตุปัจจัยของมันทั้งสิ้น" "คุณเคยอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับกฎแห่งกรรมไหมคะ" รินดาถาม "เคยอ่านบ้างครับ" คณินตอบ "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" "ฉันว่ามันไม่ใช่แค่การทำดีทำชั่วในแง่ของศีลธรรมนะคะ" รินดาอธิบาย "แต่หมายถึงการกระทำทุกอย่างที่เราทำลงไป ไม่ว่าจะเป็นคำพูด การคิด หรือการกระทำ มันล้วนส่งผลต่อชีวิตเราทั้งสิ้น" "น่าคิดนะครับ" คณินพยักหน้า "เหมือนกับที่เราตัดสินใจที่จะคุยกันเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้น แทนที่จะปล่อยให้มันบานปลาย เรากำลังสร้างกรรมดีให้กับความสัมพันธ์ของเรา" "ใช่ค่ะ" รินดาเห็นด้วย "และผลของการกระทำนั้น ก็คือความสุข และความเข้าใจที่เรากำลังมีในวันนี้" ทั้งคู่ทานอาหารเสร็จแล้ว ก็สั่งเครื่องดื่มมานั่งจิบไปพลาง พูดคุยกันไปพลาง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น และความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น "ผมว่าเรามาถึงจุดที่เรียกว่า 'ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์' แล้วนะ" คณินกล่าว รินดาเลิกคิ้วเล็กน้อย "สมบูรณ์แล้วเหรอคะ" "ผมหมายถึงว่า เราไม่ได้มองว่าความสัมพันธ์จะต้องไม่มีปัญหาเลย" คณินอธิบาย "แต่เราสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีสติ และทำให้ความสัมพันธ์ของเราแข็งแกร่งขึ้นจากปัญหาเหล่านั้น" "ฉันเห็นด้วยค่ะ" รินดาตอบ "มันไม่ใช่การปราศจากปัญหา แต่เป็นการมีภูมิคุ้มกันต่อปัญหาต่างหาก" "ถูกต้องครับ" คณินยิ้ม "และมันก็ต้องอาศัยปัญญา ในการมองเห็นเหตุ และผล" "เหมือนกับที่ฉันได้อ่านเจอในหนังสือ" รินดาเสริม "ว่าปัญญาที่แท้จริง คือปัญญาที่นำไปสู่การกระทำที่ถูกต้อง" "และปัญญาที่นำไปสู่การกระทำที่ถูกต้อง ก็จะนำพามาซึ่งความสุขที่ยั่งยืน" คณินกล่าวทิ้งท้าย พวกเขานั่งคุยกันอีกพักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน ค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ ความเข้าใจที่เพิ่มพูน และความหวังสำหรับอนาคตที่กำลังจะมาถึง

4,524 ตัวอักษร