ตอนที่ 13 — การเผชิญหน้ากับความยึดมั่นครั้งสุดท้าย
ธันวานั่งสมาธิอยู่ใต้ร่มโพธิ์ใหญ่อย่างต่อเนื่อง จิตใจของเขาค่อยๆ สงบลงจากการระลึกถึงน้องสาว ภาพของเธอที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดไม่ได้นำมาซึ่งความกระวนกระวายเหมือนครั้งก่อนอีกแล้ว แต่กลับกลายเป็นความรู้สึกรักและปรารถนาดีที่แผ่ขยายอย่างเป็นธรรมชาติ
"การที่ใจสงบ... ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีความรู้สึก" เขาพิจารณา "แต่หมายถึง... เราสามารถสังเกตความรู้สึกนั้นได้... โดยไม่ถูกมันครอบงำ"
"เหมือนกับคลื่นในมหาสมุทร... มันเกิดขึ้น... มันเคลื่อนไหว... แล้วมันก็ดับไป... แต่ตัวมหาสมุทร... ก็ยังคงอยู่... สงบนิ่ง... ลึกซึ้ง"
เขาเริ่มเห็นความแตกต่างระหว่าง "การรู้สึก" กับ "การยึดติด" ความรู้สึกนั้นเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวที่เกิดขึ้นและดับไปตามเหตุปัจจัย แต่การยึดติดคือการสร้างตัวตนขึ้นมาครอบทับปรากฏการณ์นั้น ทำให้มันดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของ "ตัวเรา" ที่ต้องหวงแหน หรือต้องหลีกหนี
"ความทุกข์... ก็เกิดจากการยึดติด" ธันวากล่าวกับตัวเองในใจ "เมื่อเรายึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง... ไม่ว่าจะเป็นสุขหรือทุกข์... เราก็จะทุกข์เมื่อสิ่งนั้นเปลี่ยนแปลงไป"
"แต่ถ้าเราปล่อยวาง... เราก็จะสามารถอยู่กับทุกสิ่งได้... โดยไม่ถูกมันทำร้าย"
ขณะที่เขากำลังดำดิ่งสู่สมาธิอันลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังใกล้เข้ามา ธันวาค่อยๆ ลืมตาขึ้น พบกับพระอาจารย์ใหญ่แห่งวัดป่าสุคโต กำลังเดินเข้ามาหาท่านมีสีหน้าเรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยความเมตตา
"โยมธันวา... นั่งสมาธิมานานแล้วนะ" พระอาจารย์กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม
"กระผม... เพียงแค่พิจารณาตนเองอยู่ครับท่านอาจารย์" ธันวาตอบพลางลุกขึ้นประนมมือไหว้
"การพิจารณาตนเอง... เป็นสิ่งที่ดี" พระอาจารย์กล่าว "แต่บางครั้ง... การพิจารณาอย่างเดียว... ก็อาจไม่เพียงพอ... เมื่อเจอกับสิ่งที่มันฝังรากลึก"
ธันวาเงยหน้ามองท่านอาจารย์อย่างสงสัย "สิ่งที่ฝังรากลึก... อย่างไรหรือครับท่านอาจารย์"
พระอาจารย์หยุดเล็กน้อย "อาตมาสังเกตโยมมาตลอด... โยมมีความก้าวหน้าในธรรมะอย่างรวดเร็ว... แต่ก็ยังมีบางสิ่ง... ที่ยังค้างคาอยู่ในใจ... เป็นเหมือนเงา... ที่ตามติดโยมมา"
ธันวาอึ้งไปเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าพระอาจารย์จะสังเกตเห็นถึงความปั่นป่วนภายในจิตใจของเขาได้ชัดเจนขนาดนี้ "เงา... ที่ว่า... มันคืออะไรหรือครับท่านอาจารย์"
"มันคือ... ความยึดมั่น... ในตัวตน... และในผลลัพธ์ของการกระทำ" พระอาจารย์ตอบ "โยมกำลังพยายามจะ 'เป็น' คนที่ดี... พยายามจะ 'ทำ' สิ่งที่ดี... เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี... ซึ่งนั่น... ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการยึดติด"
"แต่กระผม... เพียงแค่ต้องการ... ชดเชยความผิดพลาดในอดีต... และปรารถนาให้คนรอบข้างมีความสุข..." ธันวาพยายามอธิบาย
"อาตมาเข้าใจ... และชื่นชมในเจตนาของโยม" พระอาจารย์กล่าว "แต่บางครั้ง... การที่เรามุ่งหวัง... หรือคาดหวัง... ในผลลัพธ์... แม้จะเป็นสิ่งที่ดี... มันก็ยังคงเป็น 'การปรุงแต่ง' จิต... และทำให้ใจไม่เป็นอิสระอย่างแท้จริง"
"ความผิดพลาดในอดีต... มันได้ผ่านไปแล้ว... เป็นบทเรียน... เป็นสิ่งที่สอนให้เราเติบโต... การแบกรับความรู้สึกผิด... มันก็ไม่ต่างอะไรจากการแบกหิน... ทำให้เดินต่อไปได้ลำบาก"
"ส่วนการปรารถนาให้คนอื่นมีความสุข... เป็นสิ่งที่ดี... แต่ถ้าเรายังมีความคาดหวังว่า... 'ฉัน' จะต้องทำให้เขาเป็นสุข... หรือ 'ฉัน' จะต้องได้รับความรู้สึกดีๆ จากการทำเช่นนั้น... นั่นก็ยังเป็นการยึดติดใน 'ฉัน' อยู่"
ธันวานิ่งไป... คำพูดของพระอาจารย์เหมือนมีคม... เฉือนลึกเข้าไปในความเข้าใจที่เขาเพิ่งจะได้มา... เขาคิดว่าตัวเองกำลังจะหลุดพ้น... แต่แท้จริงแล้ว... เขายังคงติดอยู่ในกับดักที่ละเอียดอ่อนยิ่งกว่าเดิม
"นิพพาน... ไม่ใช่การบรรลุเป้าหมาย... หรือการได้รับรางวัล" พระอาจารย์กล่าวต่อ "แต่มันคือสภาวะ... ที่ปราศจากการปรุงแต่ง... ปราศจากการปรุงแต่งว่า 'ฉัน' ได้ทำ... 'ฉัน' กำลังทำ... หรือ 'ฉัน' จะทำ"
"มันคือการปล่อยวาง... การปล่อยวางทุกสิ่ง... แม้กระทั่งการปล่อยวาง 'ความดี' ที่เราคิดว่าเรากำลังทำ... หรือ 'ความเป็นพุทธ' ที่เรากำลังเป็น"
"เมื่อเราปล่อยวางทุกสิ่ง... ความเป็นอิสระ... อันเป็นนิรันดร์... ก็จะปรากฏขึ้นเอง"
ธันวาเงยหน้ามองพระอาจารย์ด้วยดวงตาที่สะท้อนความสับสนและบางสิ่งที่เริ่มจะเข้าใจ "ท่านอาจารย์หมายความว่า... ให้กระผม... ปล่อยวาง... แม้กระทั่ง... การคิดดี... การทำดี... หรือ... การอยากเป็นคนดี..."
"ใช่... เมื่อ 'การอยาก' นั้น... มันมี 'ตัวกู' เป็นผู้กระทำ... และมี 'ผลลัพธ์' ที่คาดหวัง... มันก็ยังเป็นเครื่องพันธนาการ... ที่รั้งเราไว้" พระอาจารย์กล่าว "ลองพิจารณาดู... สิ่งใดที่เกิดขึ้น... โดยปราศจากความตั้งใจ... ปราศจากความคาดหวัง... สิ่งนั้น... คือธรรมชาติเดิมแท้... คือความบริสุทธิ์"
"การเห็นดอกไม้บาน... โดยไม่คิดว่า... 'สวยจัง'... หรือ 'ฉันชอบ'... แค่เห็น... และรับรู้... นั่นคือการไม่ปรุงแต่ง"
"การได้ยินเสียงนกร้อง... โดยไม่ตัดสินว่า... 'ไพเราะ' หรือ 'น่ารำคาญ'... แค่ได้ยิน... และรับรู้... นั่นคือการไม่ปรุงแต่ง"
"นี่คือ... สภาวะแห่งนิพพาน... ที่แท้จริง... คือการอยู่กับปัจจุบัน... อย่างปราศจากเงื่อนไข... ปราศจากการปรุงแต่ง..."
ธันวาหลับตาลงอีกครั้ง... คำสอนของพระอาจารย์ได้ทลายกำแพงความเข้าใจเดิมๆ ของเขาลงจนหมดสิ้น... เขาเคยคิดว่านิพพานคือปลายทาง... คือเป้าหมาย... แต่บัดนี้... เขาเข้าใจว่ามันคือหนทาง... คือสภาวะ... ที่มีอยู่ทุกขณะจิต... หากแต่เราไม่สามารถรับรู้ได้... เพราะถูกบดบังด้วยกิเลส... และความยึดมั่นถือมั่น...
"แต่... กระผมจะรู้ได้อย่างไร... ว่าสิ่งใดคือการปรุงแต่ง... และสิ่งใดคือธรรมชาติเดิมแท้..." ธันวาถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีความไม่แน่ใจ
"สังเกตที่... ความหนัก... ความเบา... ความอึดอัด... หรือความโปร่งเบา... ของจิตใจ... เมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้น" พระอาจารย์ให้คำแนะนำ "การปรุงแต่ง... มักมาพร้อมกับความหนัก... ความกังวล... ความยึดติด... ส่วนธรรมชาติเดิมแท้... จะมาพร้อมกับความเบา... ความโปร่ง... ความสงบ... โดยไม่ต้องพยายาม"
"ลองปล่อยวาง... และเฝ้าสังเกต... อย่างละเอียดอ่อน... โดยไม่ตัดสิน... และไม่คาดหวัง... ผลลัพธ์ใดๆ"
ธันวาพยักหน้ารับ... เขารู้สึกเหมือนกำลังจะก้าวเข้าสู่บททดสอบที่ยากที่สุด... การปล่อยวางทุกสิ่ง... แม้กระทั่งความดี... ที่เขาเพิ่งจะได้มา... เป็นสิ่งที่ท้าทายจิตใจอย่างยิ่ง... แต่ลึกๆ แล้ว... เขาก็รู้สึกถึงความหวัง... ว่านี่คือหนทาง... ที่จะนำพาเขาไปสู่... ความอิสระที่แท้จริง... สู่ "นิพพาน"... ที่ไม่ใช่เพียงแค่ปลายทาง... แต่คือสภาวะแห่งการเป็นอยู่... ที่ไร้กังวล... และเป็นสุขอย่างแท้จริง...
5,234 ตัวอักษร