สะพานบุญสู่ใจที่สงบร่มเย็น

ตอนที่ 17 / 30

ตอนที่ 17 — บทสนทนาแห่งการเยียวยาใจ

หลังจากการทำบุญที่วัดอรุณรุ่งเสร็จสิ้น พิมพ์ชนกและคุณป้าอรทัยก็ชวนกันไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารริมน้ำ บรรยากาศสบายๆ เสียงคลื่นกระทบฝั่งเบาๆ ทำให้บทสนทนาของทั้งสองคนเป็นไปอย่างราบรื่น “คุณแม่คะ อาหารอร่อยไหมคะ” พิมพ์ชนกถาม ขณะตักปลาทอดวางลงในจานของคุณป้า “อร่อยจ้ะลูก” คุณป้าอรทัยตอบ “ขอบใจลูกมากนะที่วันนี้พาแม่มาทำบุญ แล้วก็พามากินข้าวนอกบ้าน” “ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ พิมพ์ชนกอยากให้คุณแม่มีความสุขค่ะ” พิมพ์ชนกยิ้ม “แล้ว… คุณแม่รู้สึกดีขึ้นไหมคะ หลังจากที่ได้ไปวัด” คุณป้าอรทัยพยักหน้า “รู้สึกดีขึ้นมากเลยจ้ะลูก การได้ไปทำบุญ ได้เห็นพระสงฆ์ ได้พูดคุยกับหลวงตา รู้สึกเหมือนได้ชำระล้างใจให้เบาลงไปเยอะเลย” “นั่นดีแล้วค่ะคุณแม่” พิมพ์ชนกกล่าว “พิมพ์ชนกก็รู้สึกดีขึ้นมากเหมือนกันค่ะ ที่ได้มาทำบุญด้วยกัน” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองคนต่างก้มหน้าก้มตารับประทานอาหาร แต่ไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ “พิมพ์ชนก… แม่มีเรื่องอยากจะคุยกับลูก” คุณป้าอรทัยเอ่ยขึ้น เสียงของเธอดูจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย พิมพ์ชนกวางส้อมลง “ค่ะคุณแม่ มีอะไรหรือเปล่าคะ” “เรื่อง… เรื่องของพ่อ” คุณป้าอรทัยกล่าว ดวงตาของเธอเหม่อลอยไปที่ผิวน้ำ “แม่รู้ว่าลูกคงจะโกรธแม่มาก ที่แม่ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับลูกเลย” พิมพ์ชนกสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้ดีว่าถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงเสียที “พิมพ์ชนก… เข้าใจค่ะคุณแม่” “พ่อของลูก… เขาจากไปนานแล้ว ตั้งแต่ลูกยังเล็กมากๆ” คุณป้าอรทัยเล่าต่อ เสียงของเธอสั่นเครือ “ตอนนั้นแม่ยังสาวมาก แม่ยังไม่พร้อมที่จะมีลูก แม่ยังอยากใช้ชีวิตของแม่ แม่ยังไม่เข้าใจคำว่า ‘ความรับผิดชอบ’ เลย” น้ำตาเริ่มคลอเบ้าของคุณป้าอรทัย “แม่… แม่เลือกที่จะ… ที่จะ… ปล่อยเขาไป” พิมพ์ชนกเงียบ เธอพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของคุณแม่ แม้ว่ามันจะเจ็บปวดก็ตาม “หลังจากนั้น… แม่ก็รู้สึกผิดมาตลอด” คุณป้าอรทัยกล่าว “แม่รู้ว่าแม่ทำผิด แม่ผิดต่อทั้งพ่อของลูก และผิดต่อลูก แม่ไม่รู้จะอธิบายยังไงจริงๆ” “คุณแม่คะ” พิมพ์ชนกเอื้อมมือไปกุมมือของคุณป้าอรทัย “พิมพ์ชนก… เข้าใจค่ะ” “ลูก… ลูกให้อภัยแม่ได้ไหม” คุณป้าอรทัยถามอย่างอ้อนวอน พิมพ์ชนกมองเข้าไปในดวงตาของคุณแม่ เธอเห็นความเจ็บปวด ความเสียใจ และความหวังที่ฉายอยู่ในนั้น “พิมพ์ชนก… พิมพ์ชนกเคยโกรธคุณแม่มากค่ะ” พิมพ์ชนกยอมรับตรงๆ “พิมพ์ชนกรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า” “แม่ขอโทษนะลูก แม่ขอโทษจริงๆ” คุณป้าอรทัยร้องไห้ออกมา “แต่… พิมพ์ชนกก็เรียนรู้ที่จะปล่อยวางค่ะคุณแม่” พิมพ์ชนกกล่าวต่อ “พิมพ์ชนกเข้าใจว่าคุณแม่ก็มีเหตุผลของท่านในตอนนั้น ถึงแม้ว่ามันจะทำให้พิมพ์ชนกเจ็บปวดก็ตาม” “แล้ว… ลูกจะให้อภัยแม่จริงๆ ใช่ไหม” คุณป้าอรทัยถามเสียงสั่น พิมพ์ชนกพยักหน้า “ค่ะคุณแม่ พิมพ์ชนกให้อภัยค่ะ” คำว่า "ให้อภัย" หลุดออกจากปากของพิมพ์ชนก ราวกับเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ไขประตูแห่งความรู้สึกที่ปิดตายมานาน คุณป้าอรทัยกอดพิมพ์ชนกแน่น น้ำตาแห่งความโล่งใจไหลริน “ขอบใจลูกนะลูก ขอบใจจริงๆ” คุณป้าอรทัยกระซิบ “คุณแม่คะ” พิมพ์ชนกพูดต่อ “พิมพ์ชนกเองก็มีเรื่องที่อยากจะขอโทษคุณแม่เหมือนกันค่ะ” คุณป้าอรทัยผละออกเล็กน้อย มองหน้าลูกสาวด้วยความแปลกใจ “ลูกจะขอโทษแม่อะไร” “ที่ผ่านมา… พิมพ์ชนกเอาแต่โทษคุณแม่ค่ะ พิมพ์ชนกไม่เคยพยายามทำความเข้าใจเลยว่าจริงๆ แล้ว คุณแม่ก็คงจะเสียใจไม่แพ้กัน” พิมพ์ชนกกล่าว “พิมพ์ชนกเองก็เป็นคนผิดเหมือนกันค่ะ ที่ไม่เคยเปิดใจคุยกับคุณแม่” “ไม่เป็นไรจ้ะลูก” คุณป้าอรทัยพูดพลางเช็ดน้ำตา “แม่เข้าใจลูก แม่เองก็ผิดที่ไม่เคยบอกความจริงกับลูก” บทสนทนาที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นเหมือนการชำระล้างบาดแผลในใจของทั้งสองคน การยอมรับความผิดพลาดของตนเอง และการให้อภัยซึ่งกันและกัน คือ “สะพานบุญ” ที่กำลังเชื่อมโยงหัวใจของแม่ลูกคู่นี้ให้กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง

3,090 ตัวอักษร