ตอนที่ 15 — ความดีที่เหนือกว่ามรดก
การปรากฏตัวของมาร์ค สร้างความปั่นป่วนให้กับชีวิตของรินดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทนายศักดิ์ชัยต้องใช้เวลาอย่างมากในการตรวจสอบเอกสาร และค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างมาร์คกับคุณวิศาล รินดาเองก็รู้สึกหนักใจ เพราะการต่อสู้ทางกฎหมายอาจจะยืดเยื้อ และอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของมูลนิธิ
"คุณทนายคะ เป็นอย่างไรบ้างคะ" รินดาถามทนายศักดิ์ชัยทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้า
"เรากำลังดำเนินการอยู่นะครับคุณรินดา" ทนายศักดิ์ชัยตอบ "เอกสารที่คุณมาร์คนำมาให้ดูค่อนข้างน่าเชื่อถือ แต่เราก็ยังต้องหาหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อยืนยันความถูกต้อง"
"แล้ว... ถ้าหากเขาชนะคดีจริงๆ ล่ะคะ" รินดาถามอย่างกังวล "มูลนิธิของเราจะเป็นอย่างไร"
"เรื่องนี้... เป็นไปได้ครับ" ทนายศักดิ์ชัยกล่าวอย่างอึ้งๆ "หากทรัพย์สินส่วนหนึ่งที่ถูกจัดสรรให้มูลนิธิ ต้องถูกแบ่งคืนให้กับคุณมาร์ค เราก็อาจจะต้องมีการปรับแผนการดำเนินงาน"
รินดาถอนหายใจยาว เธอรู้สึกท้อแท้ แต่ก็ยังคงพยายามรักษากำลังใจไว้
"ดิฉันเข้าใจค่ะ" รินดาตอบ "ดิฉันจะพยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์นี้ค่ะ"
ในขณะเดียวกัน อรุณก็พยายามเข้ามาช่วยปลอบประโลม และให้กำลังใจรินดา
"คุณรินดาครับ อย่าเพิ่งท้อนะครับ" อรุณกล่าว "ผมเชื่อว่าคุณรินดามีสติ และคุณจะผ่านเรื่องนี้ไปได้"
"แต่ถ้าต้องเสียทรัพย์สินส่วนใหญ่ไปจริงๆ ล่ะคะ" รินดาถาม "เราจะยังสามารถดำเนินโครงการช่วยเหลือผู้คนต่อไปได้อย่างไร"
"เราต้องหาทางครับ" อรุณตอบอย่างหนักแน่น "ความดีที่มูลนิธิได้ทำไปแล้ว มันไม่ได้หายไปไหนครับ การช่วยเหลือผู้คน การพัฒนาชุมชน มันสร้างคุณค่าที่จับต้องไม่ได้"
"คุณอรุณหมายความว่าอย่างไรคะ" รินดาถาม
"ผมหมายความว่า มูลนิธิของคุณรินดาได้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของผู้คนไปแล้ว" อรุณอธิบาย "นั่นคือมรดกที่แท้จริงที่คุณวิศาลต้องการจะมอบให้ ไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน"
คำพูดของอรุณทำให้รินดานึกถึงคำสอนของครูบาอาจารย์ ที่ว่า “จิตใจที่ให้ที่แบ่งปัน คือสมบัติที่ประเสริฐกว่าสิ่งอื่นใด” เธอตระหนักว่า แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรค แต่ความตั้งใจดีของเธอ และการช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้ทำมาแล้วนั้น จะไม่สูญเปล่า
"ขอบคุณค่ะคุณอรุณ" รินดาเอ่ยเสียงเบาลง "คำพูดของคุณช่วยให้ดิฉันรู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ"
"ผมเชื่อว่า คุณรินดาจะสามารถหาทางออกที่ดีที่สุดได้เสมอครับ" อรุณกล่าว
รินดาตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับมาร์คด้วยตัวเอง เธอขอให้ทนายศักดิ์ชัยนัดหมายการพูดคุยครั้งสุดท้าย
"คุณมาร์คคะ" รินดาเริ่มต้นบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่สงบและมั่นคง "ดิฉันเข้าใจดีว่าคุณต้องการสิ่งที่คิดว่าเป็นสิทธิ์ของคุณ"
มาร์คนั่งมองรินดาด้วยสายตาที่ยังคงแข็งกร้าว
"แต่ดิฉันอยากให้คุณลองมองอีกมุมหนึ่งค่ะ" รินดาพูดต่อ "ทรัพย์สินที่คุณวิศาลทิ้งไว้ ส่วนใหญ่ ดิฉันได้นำไปใช้ในการก่อตั้งมูลนิธิ เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ด้อยโอกาสในสังคม"
"ผมบอกคุณแล้วว่าผมไม่สนเรื่องนั้น" มาร์คขัดขึ้น
"โปรดฟังดิฉันก่อนค่ะ" รินดาขอร้อง "ดิฉันได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของผู้คนมากมาย จากการช่วยเหลือของมูลนิธิ เราได้มอบโอกาสทางการศึกษา อาชีพ และที่พักพิงให้กับผู้คนเหล่านั้น"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม" มาร์คถาม
"มันเกี่ยวกับคุณตรงที่ว่า... คุณกำลังจะพรากโอกาสเหล่านั้นไปจากพวกเขา" รินดากล่าว "คุณกำลังจะทำให้ชีวิตของผู้คนจำนวนมากต้องกลับไปสู่ความยากลำบากอีกครั้ง"
มาร์คเงียบไป เขาดูเหมือนจะเริ่มมีความลังเลในแววตา
"คุณวิศาลเป็นคนจิตใจดีค่ะ" รินดาพูดต่อ "ดิฉันเชื่อว่า หากท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านคงจะเลือกที่จะทำสิ่งที่ดีงามเช่นนี้"
"คุณกำลังจะบอกว่า ผมกำลังทำสิ่งที่ขัดต่อเจตจำนงของคุณวิศาลอย่างนั้นหรือ" มาร์คถาม
"ดิฉันไม่ได้บอกว่าอย่างนั้นค่ะ" รินดาตอบ "แต่ดิฉันอยากให้คุณลองคิดดูว่า อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต"
"สิ่งสำคัญที่สุดคือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข" มาร์คกล่าว
"แล้วคุณคิดว่า การได้ครอบครองทรัพย์สินมากมาย แต่ต้องแลกกับการทำให้ชีวิตของผู้คนต้องลำบากขึ้น จะทำให้คุณมีความสุขได้จริงๆ หรือคะ" รินดาถามกลับ "ในทางกลับกัน การได้ช่วยเหลือผู้อื่น การได้เห็นรอยยิ้มของพวกเขา มันให้ความสุขที่แท้จริงมากกว่าหรือไม่"
มาร์คมองไปรอบๆ ห้อง เขาเห็นภาพถ่ายกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิที่ติดอยู่บนผนัง เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ และผู้สูงอายุในภาพเหล่านั้น
"คุณวิศาล... ท่านเคยบอกผมครั้งหนึ่งว่า..." มาร์คเริ่มพูด แต่ก็ชะงักไป "ไม่เป็นไรครับ"
"คุณวิศาลเคยพูดว่าอย่างไรคะ" รินดาถามอย่างกระตือรือร้น
"ท่านเคยบอกว่า... การให้ที่แท้จริง คือการให้โอกาส" มาร์คกล่าว "และบางครั้ง โอกาสนั้นก็มีค่ามากกว่าเงินทอง"
รินดารู้สึกเหมือนมีแสงสว่างปลายอุโมงค์ เธอมองมาร์คด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง
"ถ้าอย่างนั้น... ดิฉันอยากจะขอเสนอทางออกให้คุณมาร์คค่ะ" รินดาเสนอ "ดิฉันจะยังคงบริหารมูลนิธิ และดำเนินกิจกรรมต่อไป แต่ดิฉันยินดีที่จะแบ่งส่วนหนึ่งของทรัพย์สิน ที่นอกเหนือจากส่วนที่ต้องใช้ในการดำเนินงานของมูลนิธิ ให้กับคุณค่ะ"
มาร์คมองรินดาอย่างพิจารณา เขาเห็นความจริงใจในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า
"ผม... ผมขอเวลาคิดดูนะครับ" มาร์คกล่าว
หลังจากนั้นไม่นาน มาร์คก็ได้แจ้งกับทนายศักดิ์ชัยว่า เขาตัดสินใจยอมรับข้อเสนอของรินดา เขาจะยินยอมให้มูลนิธิบัวหลวงเพื่อชีวิตใหม่ ดำเนินการต่อไปได้ และเขาจะรับส่วนแบ่งทรัพย์สินในจำนวนที่น้อยลง แต่ก็ยังคงเป็นจำนวนที่ไม่น้อยทีเดียว
รินดาโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เธอขอบคุณมาร์คจากใจจริง และทั้งคู่ก็ได้กลายเป็นมิตรภาพที่แปลกประหลาด แต่ก็งดงาม
"คุณรินดาครับ" อรุณกล่าวหลังจากทราบข่าว "ผมดีใจด้วยจริงๆ ครับ คุณได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความดีงาม และการเสียสละ สามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ได้"
"ดิฉันแค่ทำในสิ่งที่ควรทำค่ะคุณอรุณ" รินดาตอบพลางยิ้ม "และดิฉันก็ได้เรียนรู้ว่า มรดกที่แท้จริง อาจไม่ใช่สิ่งที่เราจับต้องได้ แต่อาจเป็นคุณค่าที่เราได้สร้างขึ้นมาต่างหาก"
ดอกบัวแห่งธรรมะในใจของรินดา ได้เบ่งบานอย่างงดงาม และแผ่กลิ่นหอมไปสู่ผู้คนรอบข้าง ความดีงามที่เธอได้หว่านเมล็ดลงไป กำลังเติบโตและผลิบานอย่างแข็งแกร่ง แม้จะต้องผ่านพายุแห่งความไม่แน่นอนก็ตาม
4,899 ตัวอักษร