ตอนที่ 8 — การเจรจาครั้งสำคัญ
เช้าวันรุ่งขึ้น ธารินทร์เดินทางไปยังอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทวิวัฒน์ อินเวสเมนต์ กรุ๊ป ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจที่คึกคัก เขามาถึงก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย เพื่อให้มีเวลาทำใจ และทบทวนสิ่งที่ต้องพูด
เมื่อเดินเข้าไปในล็อบบี้ที่โอ่อ่า หรูหรา และเต็มไปด้วยความทันสมัย ธารินทร์สัมผัสได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างโลกธุรกิจที่เขาคุ้นเคย กับโลกของนักลงทุนรายใหญ่ที่เขาจะต้องเผชิญหน้า
“สวัสดีครับ ผมธารินทร์ รัตนภาคย์ ครับ” เขาแจ้งชื่อกับพนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์
“รอสักครู่นะคะ คุณธารินทร์” พนักงานต้อนรับกล่าวด้วยรอยยิ้ม “คุณวิวัฒน์จะลงมารับด้วยตัวเองค่ะ”
ธารินทร์รอไม่นานนัก ชายวัยกลางคน รูปร่างสูงโปร่ง สวมสูทสีเข้ม ดูภูมิฐาน และมีแววตาที่เฉียบคม เดินออกมาจากลิฟต์ เขาคือคุณวิวัฒน์
“คุณธารินทร์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” คุณวิวัฒน์กล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “เชิญครับ”
พวกเขาเดินเข้าไปในห้องประชุมส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหรา อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และมีวิวทิวทัศน์ของเมืองที่สวยงาม
“เชิญนั่งครับ” คุณวิวัฒน์ผายมือไปยังเก้าอี้ตัวหนึ่ง “รับอะไรดื่มไหมครับ”
“น้ำเปล่าก็พอครับ ขอบคุณครับ” ธารินทร์ตอบ
หลังจากที่ทั้งสองนั่งลง คุณวิวัฒน์ก็เริ่มเปิดบทสนทนา “ผมได้ศึกษาข้อมูลของ ธาราทรัพย์ กรุ๊ป มาพอสมควรครับ เป็นบริษัทที่มีศักยภาพที่ดี แต่กำลังประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน ใช่ไหมครับ”
“ถูกต้องครับ” ธารินทร์ตอบ “เรามีปัญหาเรื่องกระแสเงินสด และหนี้สินระยะสั้นที่เพิ่มสูงขึ้น เรากำลังมองหาแหล่งเงินทุนใหม่ และนักลงทุนที่จะเข้ามาช่วยพลิกฟื้นกิจการครับ”
“ผมทราบดีถึงสถานการณ์ที่คุณธารินทร์กำลังเผชิญอยู่” คุณวิวัฒน์กล่าว “ผมเองก็เคยผ่านวิกฤตการณ์แบบนี้มาบ้าง”
เขาหยุดเล็กน้อย มองธารินทร์อย่างพิจารณา “คุณธารินทร์ มีแผนการอย่างไรในการแก้ไขปัญหานี้ครับ”
ธารินทร์หยิบเอกสารสรุปแผนฟื้นฟูธุรกิจที่เขาเตรียมมา ยื่นให้กับคุณวิวัฒน์ “ผมได้เตรียมแผนฟื้นฟูธุรกิจไว้แล้วครับ โดยมีเป้าหมายหลักคือการปรับโครงสร้างหนี้ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน”
“ผมได้วิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของบริษัทอย่างละเอียดแล้ว และผมเชื่อว่า ธุรกิจหลักของเรา โดยเฉพาะในส่วนของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตสูง”
“สิ่งที่เราต้องการในตอนนี้ คือเงินทุนสนับสนุน และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้”
คุณวิวัฒน์รับเอกสารมา เปิดอ่านอย่างพิจารณา “แผนของคุณดูน่าสนใจทีเดียวครับ คุณธารินทร์”
“ผมได้ประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของเราแล้ว และผมพร้อมที่จะเสนอขายสินทรัพย์เหล่านั้น เพื่อนำเงินมาใช้ในการปรับโครงสร้างหนี้” ธารินทร์กล่าวต่อ
“นอกจากนี้ ผมกำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการปรับลดขนาดองค์กร และปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ดียิ่งขึ้น”
คุณวิวัฒน์เงยหน้าขึ้นมองธารินทร์ “คุณธารินทร์ มีความตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหา และพลิกฟื้นบริษัทนะครับ ผมเห็นได้จากแววตาของคุณ”
“ผมเคยยึดติดกับลาภ ยศ และสรรเสริญมากเกินไปครับ” ธารินทร์สารภาพ “จนทำให้ผมหลงลืมไปว่า อะไรคือสิ่งสำคัญที่แท้จริง”
“ผมได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงในช่วงที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้ว่า ความสุขที่แท้จริง ไม่ใช่การมีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่คือการอยู่กับปัจจุบัน และยอมรับความจริง”
“ผมเคยคิดว่า การมีอำนาจ และความมั่งคั่ง จะทำให้ผมเป็นสุข แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งเหล่านั้นกลับทำให้ผมเป็นทุกข์มากกว่า”
คุณวิวัฒน์ฟังอย่างตั้งใจ “ผมเข้าใจครับ การปล่อยวางเป็นสิ่งสำคัญ ผมเองก็ต้องเรียนรู้เรื่องนี้อยู่เสมอ”
“คุณธารินทร์ พร้อมที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นไหมครับ” คุณวิวัฒน์ถามตรงๆ “ผมอาจจะต้องเข้ามามีบทบาทในการบริหารงานของบริษัทมากขึ้น และอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการครั้งใหญ่”
“ผมพร้อมครับ” ธารินทร์ตอบทันที “ผมเชื่อว่า ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของคุณวิวัฒน์ จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อ ธาราทรัพย์ กรุ๊ป”
“ผมไม่ได้ต้องการยึดติดกับตำแหน่ง หรืออำนาจอีกต่อไปแล้วครับ ผมต้องการเพียงแค่เห็นบริษัทของเราผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ และเติบโตต่อไปอย่างมั่นคง”
“ผมพร้อมที่จะทำงานร่วมกับคุณวิวัฒน์อย่างเต็มที่ และให้ความร่วมมือในการปรับปรุง และพัฒนาบริษัท”
คุณวิวัฒน์พยักหน้า “ดีครับ ผมชอบความตรงไปตรงมาของคุณ”
“ถ้าอย่างนั้น เรามาคุยรายละเอียดกันต่อเลยดีกว่า” คุณวิวัฒน์กล่าว “ผมมีข้อเสนอเบื้องต้นเกี่ยวกับการลงทุน และโครงสร้างการถือหุ้น ที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย”
พวกเขาใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงในการเจรจาต่อรอง คุณวิวัฒน์เป็นนักธุรกิจที่เฉียบคม และมีหลักการ เขาตั้งคำถามที่ตรงประเด็น และพิจารณาข้อมูลอย่างละเอียด ธารินทร์เองก็พยายามตอบคำถามทุกข้ออย่างซื่อสัตย์ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเขา
“ผมพร้อมที่จะลงทุนใน ธาราทรัพย์ กรุ๊ป ครับ” คุณวิวัฒน์กล่าวในที่สุด “แต่มีเงื่อนไขบางประการที่ผมอยากจะเสนอ”
“ประการแรก ผมขอเข้ามาเป็นประธานกรรมการบริหาร และมีอำนาจในการตัดสินใจสูงสุดในการดำเนินงานของบริษัท”
“ประการที่สอง ผมขอปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยอาจจะมีการลดจำนวนพนักงานในบางแผนก และนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ”
“ประการที่สาม ผมขอพิจารณาเรื่องการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไปทั้งหมด เพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่อง และชำระหนี้”
“และประการสุดท้าย ผมอยากให้คุณธารินทร์เข้ามามีบทบาทในตำแหน่งที่ปรึกษา หรือกรรมการบริหาร ที่เน้นการพัฒนาธุรกิจในระยะยาว โดยไม่ต้องแบกรับภาระการบริหารงานประจำวัน”
ธารินทร์รับฟังข้อเสนอของคุณวิวัฒน์อย่างตั้งใจ เขาไม่ได้รู้สึกเสียดาย หรือผิดหวังกับข้อเสนอเหล่านั้น ตรงกันข้าม เขารู้สึกโล่งใจที่อย่างน้อยก็มีทางออกให้กับบริษัท
“ผมยอมรับข้อเสนอของคุณวิวัฒน์ครับ” ธารินทร์กล่าว “ผมเชื่อมั่นว่าภายใต้การบริหารของคุณวิวัฒน์ ธาราทรัพย์ กรุ๊ป จะสามารถกลับมายืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง”
“ผมขอบคุณสำหรับโอกาสที่มอบให้ผมนะครับ ผมจะทำหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษาอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะสนับสนุนคุณวิวัฒน์ในทุกๆ ด้าน”
คุณวิวัฒน์ยิ้ม “ผมดีใจที่คุณธารินทร์เข้าใจ ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับทุกฝ่าย”
“เราจะลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า” คุณวิวัฒน์กล่าว “และหลังจากนั้น เราจะเริ่มกระบวนการปรับโครงสร้างองค์กรทันที”
ธารินทร์ลุกขึ้นจับมือคุณวิวัฒน์ “ขอบคุณครับคุณวิวัฒน์”
“ผมก็ขอบคุณคุณธารินทร์เช่นกัน” คุณวิวัฒน์ตอบ “ผมเชื่อว่าเราจะทำงานร่วมกันได้อย่างดี”
เมื่อเดินออกจากสำนักงานของคุณวิวัฒน์ ธารินทร์รู้สึกถึงความเบาบางอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ความกดดัน และภาระที่แบกรับมานานหลายเดือนได้คลายลงไปมาก
เขาไม่รู้สึกเสียดายกับอำนาจ หรือตำแหน่งที่เคยมี เขาได้เรียนรู้ว่า การยึดติดกับสิ่งเหล่านี้ คือต้นเหตุแห่งทุกข์
การไม่ยึดติด คือ หนทางแห่งอิสรภาพอย่างแท้จริง
5,653 ตัวอักษร