ตอนที่ 11 — รอยร้าวในความสัมพันธ์
การพูดคุยกับเมษาที่ร้านกาแฟเป็นไปอย่างราบรื่น น้ำใสรู้สึกประหลาดใจที่เมษาไม่ได้มีท่าทีแข็งกร้าวหรือกดดันเธอเลย ตรงกันข้าม เมษากลับเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมที่ภาคินเสนอ
"ฉันได้ฟังไอเดียของอาจารย์ภาคินแล้ว" เมษาเริ่มประโยคโดยไม่รอให้น้ำใสเอ่ยอะไรก่อน "ฉันคิดว่ามันเป็นไอเดียที่ดีนะ น้ำใส"
น้ำใสเลิกคิ้วเล็กน้อย "จริงเหรอคะอาจารย์"
"จริงสิ" เมษายิ้ม "ฉันว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่นักศึกษาจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเปิดอก เกี่ยวกับวรรณกรรม และการสะท้อนอารมณ์ผ่านตัวอักษร"
ภาคินที่นั่งอยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วย "ผมคิดว่าน้ำใสเองก็มีมุมมองที่น่าสนใจมากครับ อาจารย์เมษา เธอเขียนเรียงความออกมาได้ลึกซึ้งมาก"
เมษาสบตาภาคินแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาที่น้ำใส "ฉันได้อ่านเรียงความของคุณแล้วเหมือนกันนะ น้ำใส" เมษากล่าว "มันเป็นงานเขียนที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ฉันประทับใจนะ"
น้ำใสรู้สึกโล่งใจที่เมษาไม่ได้ตำหนิเธอ หรือพูดอะไรที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ดี "ขอบคุณค่ะอาจารย์" เธอตอบอย่างสุภาพ
"แต่..." เมษาเว้นจังหวะเล็กน้อย น้ำใสรู้สึกใจหายวูบ "ฉันอยากจะฝากเรื่องหนึ่งถึงน้ำใส"
"คะอาจารย์" น้ำใสตั้งใจฟัง
"ฉันดีใจนะที่เธอมีความกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมกิจกรรมนี้" เมษาพูดต่อ "แต่ฉันอยากจะเตือนเธอไว้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษามันละเอียดอ่อนนะ"
น้ำใสรู้สึกว่าใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอรู้ว่าเมษาหมายถึงอะไร "หนูเข้าใจค่ะอาจารย์"
"ฉันไม่ได้จะว่าอะไรเธอหรอกนะ" เมษาเสริม "แค่เป็นห่วงเฉยๆ ว่าเธอจะถูกมองไปในทางที่ไม่ดี หรืออาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้"
ภาคินหันมามองน้ำใส แววตาของเขาสื่อถึงความกังวลบางอย่าง "ผมก็คิดเหมือนอาจารย์เมษาครับ น้ำใส" ภาคินกล่าว "เราต้องระมัดระวังเรื่องนี้ให้มากๆ"
น้ำใสรู้สึกเหมือนมีก้อนมาจุกอยู่ที่คอ "หนู...หนูจะระวังค่ะ" เธอตอบเสียงเบา
"ดีมาก" เมษายิ้ม "ฉันรู้ว่าเธอเป็นเด็กดี และมีความรับผิดชอบ"
บทสนทนาเริ่มกลับมาเป็นเรื่องกิจกรรมอีกครั้ง แต่บรรยากาศที่เคยอบอุ่นและเป็นกันเองก็เริ่มแปรเปลี่ยนไป น้ำใสรู้สึกได้ถึงกำแพงบางๆ ที่ก่อตัวขึ้นระหว่างเธอกับเมษา กำแพงที่สร้างจากความกังวลและคำเตือนที่เธอไม่สามารถปฏิเสธได้
หลังจากนั้นไม่นาน น้ำใสก็ขอตัวกลับก่อน เธอเดินออกมาจากร้านกาแฟด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเปไปหมด คำเตือนของเมษาดังวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ
"ทำไมอาจารย์เมษาถึงต้องพูดแบบนั้น" เธอถามตัวเองขณะเดินกลับหอพัก "หนูไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับอาจารย์ภาคินสักหน่อย"
แต่ลึกๆ แล้ว น้ำใสก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะแยกแยะระหว่างความเป็นมืออาชีพกับความรู้สึกส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความรู้สึกเหล่านั้นมันเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
คืนนั้น น้ำใสพยายามจะอ่านหนังสือ แต่สมาธิของเธอก็ไม่อยู่กับตัว เธอเอาแต่นึกถึงบทสนทนาที่ร้านกาแฟ และความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังคำพูดของเมษา
"หรือว่าเมษาจะรู้เรื่องอดีตของเรา" ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ ทำให้เธอรู้สึกหนาวสะท้าน
เธอจำได้ว่าในวันงานเสวนา เมษาดูเหมือนจะรู้จักเธอดีเกินกว่าที่ควรจะเป็น หรือบางที เธออาจจะแค่คิดมากไปเอง
แต่ไม่ว่าอย่างไร คำเตือนของเมษาก็ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ ยิ่งเธอพยายามจะเข้าใกล้ภาคินมากขึ้นเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามีเงาของอดีตและอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นตามหลอกหลอนเธอ
วันรุ่งขึ้น น้ำใสพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เธอเข้าเรียนตามปกติ และพยายามหลีกเลี่ยงการสบตาภาคินโดยตรงเมื่อเจอกันที่คณะ
"เธอโอเคไหม" พลอยถามเมื่อเห็นน้ำใสมีท่าทีอึมครึม "ยังคิดมากเรื่องเมื่อวานอยู่เหรอ"
"นิดหน่อย" น้ำใสถอนหายใจ "อาจารย์เมษาเตือนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา"
พลอยพยักหน้า "ก็สมเหตุสมผลนะ"
"แต่หนูรู้สึกเหมือนว่ามันไม่ใช่แค่คำเตือนธรรมดา" น้ำใสพูดต่อ "หนูรู้สึกเหมือนเขากำลังบอกเป็นนัยว่ารู้เรื่องอะไรบางอย่างเกี่ยวกับหนูกับอาจารย์ภาคิน"
"เธอคิดไปเองรึเปล่า" พลอยถามอย่างใจเย็น "บางทีอาจารย์เมษาอาจจะแค่เป็นห่วงจริงๆ ก็ได้"
"หนูก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ" น้ำใสตอบ "แต่หนูกลัวว่าความสัมพันธ์ของเรามันกำลังจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก"
"อย่าเพิ่งคิดมากไปเลย" พลอยปลอบ "เดี๋ยวเรื่องกิจกรรมก็ใกล้จะเริ่มแล้ว เราไปโฟกัสที่ตรงนั้นกันดีกว่า"
น้ำใสพยายามคล้อยตามเพื่อน แต่ในใจลึกๆ เธอก็ยังคงรู้สึกถึงรอยร้าวเล็กๆ ที่เริ่มปรากฏขึ้นในความสัมพันธ์ที่กำลังจะผลิบานนี้ รอยร้าวที่เกิดจากความหวาดระแวงและอดีตที่ยังคงตามหลอกหลอน.
3,620 ตัวอักษร