ตอนที่ 22 — ความหวาดระแวงที่ก่อตัว
น้ำใสยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น โดยมีพิมพ์ชนกยืนเคียงข้าง หญิงสาวทั้งสองคนต่างตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง ภาพความสุขเมื่อคืนวานที่ได้ใช้ร่วมกับภาคิน เลือนรางลงไปทุกขณะ ถูกแทนที่ด้วยคำเตือนอันหนักอึ้งของพิมพ์ชนก "ถ้าวันหนึ่ง เธอทำอะไรที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกทิ้งอีกครั้ง บางที เขาอาจจะหนีไป โดยไม่บอก..." ประโยคนี้วนเวียนอยู่ในหัวของน้ำใส ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจร้ายที่คอยบั่นทอนความหวัง
"หนีไป...โดยไม่บอก..." น้ำใสพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าของเธอเริ่มปรากฏริ้วรอยแห่งความกังวล "แต่...หนู...หนูไม่เคยคิดที่จะทำร้ายเขาเลยนะคะ"
พิมพ์ชนกมองน้ำใสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ "ฉันรู้...และฉันก็เชื่อเธอ" เธอถอนหายใจยาว "แต่บางครั้ง...ความรู้สึกก็ซับซ้อนกว่าที่เราคิด...ความเจ็บปวดในอดีตมันฝังรากลึก...มันอาจจะทำให้เขา...แสดงปฏิกิริยาที่...เกินกว่าเหตุ"
"แล้ว...หนูควรจะทำยังไงคะ" น้ำใสถาม เสียงของเธออ่อนแรงลง "หนู...ไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น"
"เธอต้อง...ทำความเข้าใจเขาให้มากขึ้น" พิมพ์ชนกแนะนำ "สังเกตเขา...ดูว่ามีอะไรที่ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย...หรือรู้สึกไม่มั่นคง...แล้วก็...พยายามทำให้เขามั่นใจในความรักของเธอ...เสมอ"
"แต่มัน...ยากนะคะ" น้ำใสกล่าว "หนู...ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน"
"เริ่มต้นจาก...การพูดคุยกัน" พิมพ์ชนกบอก "เปิดใจคุยกัน...เล่าความรู้สึกของเธอให้เขาฟัง...แล้วก็...รับฟังเขา...ให้มากที่สุด"
"แล้ว...ถ้า...ถ้าเขาไม่ยอมเปิดใจล่ะคะ" น้ำใสถามอย่างกังวล
"นั่นแหละ...คือบททดสอบ" พิมพ์ชนกกล่าว "ถ้าเขารักเธอจริง...เขาจะพยายาม...สักวันหนึ่ง...เขาจะยอมเปิดใจ"
น้ำใสพยักหน้าช้าๆ เธอรู้สึกเหมือนกำลังแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่า ความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะเริ่มต้นอย่างสวยงาม กำลังถูกคุกคามด้วยเงาอดีตที่มองไม่เห็น
"ขอบคุณนะคะ...คุณพิมพ์ชนก" น้ำใสเอ่ย "สำหรับคำแนะนำ...และ...สำหรับความจริงทั้งหมด"
"ไม่เป็นไรจ้ะ" พิมพ์ชนกยิ้มบางๆ "ฉันหวังว่า...เธอจะทำให้ภาคินมีความสุข...มากกว่าที่ฉันเคยทำได้"
ทั้งสองคนยืนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่พิมพ์ชนกจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ฉันขอตัวก่อนนะ...มีธุระต่อ"
"ค่ะ" น้ำใสตอบรับ
พิมพ์ชนกเดินจากไป ทิ้งให้น้ำใดยืนอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางทางเดินที่เคยอบอุ่นและสดใส บัดนี้กลับดูหม่นหมองลงไปเสียหมด
เธอตัดสินใจว่าจะยังไม่กลับไปหาภาคินในทันที เธอต้องการเวลาสักพักเพื่อประมวลผลทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ยิน เธอเดินกลับมายังห้องพักของเธอแทน แทนที่จะรายงานตัวกับอาจารย์ที่ปรึกษาตามแผนเดิม
เมื่อมาถึงห้อง น้ำใสก็ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความล่าสุดจากภาคิน "อรุณสวัสดิ์ครับที่รัก พรุ่งนี้เช้าเจอกัน" คำพูดนั้นเมื่อคืนนี้ยังคงสดใหม่และเต็มไปด้วยความรัก แต่ตอนนี้...มันกลับถูกแต่งแต้มด้วยความไม่แน่นอน
"ทำไม...ทำไมเขาถึงต้องมีอดีตที่เจ็บปวดขนาดนี้ด้วยนะ" น้ำใสคร่ำครวญกับตัวเอง เธอรู้ดีว่าภาคินเป็นคนดี อ่อนโยน และรักเธอมาก แต่คำพูดของพิมพ์ชนกก็ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด "ความกลัว...มันมีพลังมากกว่าความรักเสมอ"
เธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง เธอแน่ใจแล้วหรือว่าภาคินรักเธอจริงๆ หรือบางที...เขาอาจจะเพียงแค่ต้องการหาใครสักคนมาทดแทนช่องว่างที่พิมพ์ชนกทิ้งไว้? ความคิดนี้ทำให้หัวใจของเธอเจ็บแปลบ
"ไม่...ไม่คิดแบบนั้น" น้ำใสพยายามสะบัดความคิดชั่วร้ายออกไป "ภาคินไม่ใช่คนแบบนั้น...เขาบอกรักหนู...เขาแสดงออกชัดเจน...หนูต้องเชื่อใจเขา"
เธอตัดสินใจที่จะไม่ยอมให้ความหวาดระแวงเข้ามาครอบงำ เธอหยิบกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่ง และเริ่มเขียนบันทึกความคิดของเธอ
"วันที่...วันนี้...ฉันได้รู้ความจริงเกี่ยวกับอดีตของคุณภาคิน...ความจริงที่...ทำให้ฉันรู้สึกกังวล...แต่ฉันก็เชื่อในความรักของเรา...ฉันจะพยายาม...ทำความเข้าใจเขา...ให้มากขึ้น...และจะทำให้เขามั่นใจ...ว่าฉันจะไม่มีวันทิ้งเขาไป...เหมือนที่ใครบางคนเคยทำ..."
เมื่อเขียนข้อความนั้นเสร็จ น้ำใสก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เธอลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่าง รับแสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายเข้ามาในห้อง เธอสูดลมหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมสติ
"เอาล่ะ...ถึงเวลาต้องไปรายงานตัวแล้ว" เธอพูดกับตัวเอง "แม้จะรู้สึกไม่สบายใจ...แต่ฉันก็ต้องทำหน้าที่ของฉันให้ดีที่สุด"
เธอเก็บกระดาษบันทึกความคิดไว้ในกระเป๋า แล้วเดินออกจากห้องพัก มุ่งหน้าไปยังอาคารเรียนอีกครั้ง
ตลอดทางเดิน น้ำใสพยายามรวบรวมความกล้า เธอคิดถึงใบหน้าของภาคิน รอยยิ้มของเขา เสียงหัวเราะของเขา และคำบอกรักที่เขาเคยให้ไว้ เธอเชื่อว่าความรักของพวกเขามีพลังมากพอที่จะเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างได้
เมื่อมาถึงห้องพักอาจารย์ที่ปรึกษา เธอก็พบว่าภาคินกำลังรอเธออยู่ เขาดูดีมากในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่ตัดกับผิวขาวของเขา
"รออยู่นานแล้วนะ" ภาคินทักทายด้วยรอยยิ้ม "คิดถึงแทบแย่"
น้ำใสยิ้มตอบ แม้จะมีความกังวลซ่อนอยู่ลึกๆ "ขอโทษค่ะ...พอดีมีธุระนิดหน่อย"
"ธุระอะไร" ภาคินถาม พลางเดินเข้ามาใกล้
"ก็...มีคน...อยากคุยด้วยน่ะค่ะ" น้ำใสตอบอย่างอึกอัก
ภาคินเลิกคิ้ว "ใคร"
"ก็...คุณพิมพ์ชนกน่ะค่ะ" น้ำใสเอ่ย ชื่อนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเย็นลงไปชั่วขณะ
รอยยิ้มของภาคินค่อยๆ จางหายไป "พิมพ์ชนก...มาทำอะไรที่นี่" น้ำเสียงของเขาเริ่มมีความไม่พอใจเจือปน
"เธอ...อยากจะคุยกับหนู...เรื่องคุณ" น้ำใสบอก
ภาคินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ "แล้ว...เธอพูดอะไรกับเธอ"
"ก็...เธอบอก...ว่าเธอเคยเป็นคนรักเก่าของคุณ" น้ำใสกล่าว "แล้วก็...เตือนหนู...ว่าคุณ...อาจจะกลัวการถูกทิ้ง"
เมื่อได้ยินดังนั้น ภาคินก็หน้าตึงขึ้นทันที "เธอ...พูดเรื่องนั้นกับเธออีกแล้วเหรอ" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
"คุณ...รู้จักเธอมาก่อนเหรอคะ" น้ำใสถาม พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
"รู้จักสิ" ภาคินตอบเสียงห้วน "แล้วก็...คงจะพอเดาได้ว่าเธอจะพูดอะไร"
"แล้ว...ที่คุณพิมพ์ชนกพูด...มันจริงหรือคะ" น้ำใสถามอย่างตรงไปตรงมา "คุณ...กลัวการถูกทิ้งจริงๆ เหรอ"
ภาคินมองน้ำใส ดวงตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย "น้ำใส...เธอ...เชื่อคำพูดของเธอมากกว่าฉันเหรอ"
"เปล่าค่ะ...หนูไม่ได้เชื่อ" น้ำใสรีบปฏิเสธ "แต่หนู...แค่อยากรู้...ความจริง"
ภาคินเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาประคองใบหน้าของน้ำใสไว้ "ฟังนะ...น้ำใส" เขาจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ "สิ่งที่พิมพ์ชนกพูด...มันคืออดีต...เป็นอดีตที่...ฉันไม่อยากจะนึกถึงมันอีกแล้ว"
"แต่อดีต...มัน...มันหลอกหลอนคุณอยู่ใช่ไหมคะ" น้ำใสถาม
ภาคินเงียบไป เขาไม่ตอบคำถามนั้น ปล่อยให้น้ำใสตีความไปเอง
"ถ้าอย่างนั้น...หนูก็...คงอยู่กับคุณ...ไม่ได้ใช่ไหมคะ" น้ำใสถาม เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ
"ไม่ใช่แบบนั้น" ภาคินรีบแก้ตัว "ฉัน...ฉันแค่...ต้องการเวลา...ที่จะจัดการกับมัน"
"เวลา...นานแค่ไหนคะ" น้ำใสถาม น้ำตาเริ่มคลอเบ้า "จนกว่า...คุณจะพร้อม...ที่จะบอกรักหนู...โดยไม่มีอดีตมาคอยฉุดรั้ง...งั้นเหรอคะ"
"น้ำใส...ได้โปรด..." ภาคินพยายามจะอธิบาย
"หนู...ขอโทษค่ะ" น้ำใสกล่าว "หนู...คงจะยังไม่พร้อม...ที่จะรับมือกับเรื่องนี้"
เธอผละออกจากอ้อมกอดของภาคิน แล้วรีบเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ภาคินยืนอยู่เพียงลำพัง พร้อมกับความสับสนและความเสียใจที่ฉายชัดอยู่ในแววตา
5,692 ตัวอักษร