ตอนที่ 9 — รากเหง้าที่ถูกปกปิด
เช้าวันรุ่งขึ้น ปิ่นตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความหวังและความกังวล เธอตัดสินใจที่จะลองคุยกับคุณตาบุญเรื่องราวในอดีต แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจนัก
“คุณปิ่นพร้อมหรือยังครับ” ดินถาม ขณะที่เขากำลังชงกาแฟให้คุณตาบุญ
“ยังไม่ค่อยแน่ใจเลยค่ะ” ปิ่นยอมรับ “แต่ฉันคิดว่าควรจะทำ”
“ไม่ต้องกังวลนะครับ” ดินยิ้ม “ผมจะอยู่ตรงนี้ตลอด”
เมื่อคุณตาบุญลงมาทานอาหารเช้า ปิ่นก็รวบรวมความกล้า เธอเข้าไปนั่งข้างๆ คุณตาบุญ
“คุณตาคะ” ปิ่นเริ่ม “หนูมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณตาค่ะ”
คุณตาบุญเงยหน้าขึ้นมองปิ่น “ว่ามาสิหลานรัก”
ปิ่นสูดหายใจลึก “เรื่อง... เรื่องที่หนูเคยทำผิดกับคุณตาไว้ในอดีตค่ะ”
ใบหน้าของคุณตาบุญดูสงบนิ่ง แต่ดวงตาของท่านก็ฉายแววบางอย่างที่ปิ่นอ่านไม่ออก “เรื่องในอดีต มันก็คืออดีตนะปิ่น” ท่านพูดเสียงแผ่ว
“แต่หนูคิดว่า... คุณตาอาจจะยังไม่สบายใจเรื่องนี้” ปิ่นพูด “แล้วหนูก็อยากจะขอโทษคุณตาอย่างเป็นทางการค่ะ”
คุณตาบุญเอนหลังพิงเก้าอี้ “ปิ่นเอ้ย” ท่านถอนหายใจ “เรื่องมันผ่านมานานแล้วนะ”
“หนูรู้ค่ะ” ปิ่นพูด “แต่หนูอยากจะอธิบายให้คุณตาฟังถึงเหตุผลในตอนนั้นค่ะ”
ดินมองดูทั้งสองอย่างเงียบๆ เขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่กำลังจะคลี่คลาย
“ตอนนั้นหนูยังเด็กมากค่ะ” ปิ่นเริ่มเล่า “หนู... หนูไม่เข้าใจอะไรหลายอย่าง หนูทำอะไรโดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา”
คุณตาบุญพยักหน้าช้าๆ “คุณตาเองก็มีส่วนผิดนะปิ่น” ท่านพูด “คุณตาเองก็ไม่เคยเข้าใจปิ่นเลย”
“คุณตาคะ” ปิ่นมองตาคุณตาบุญ “ที่หนูมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เพราะหนูอยากจะมาขอคืนดี หรือมาขอโอกาสนะคะ”
คุณตาบุญเลิกคิ้ว “แล้วเพราะอะไรล่ะ”
“เพราะหนูอยากจะชดใช้ค่ะ” ปิ่นตอบ “หนูอยากจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดสำหรับคุณตา และสำหรับที่นี่”
คุณตาบุญยิ้มบางๆ “ปิ่นเอ้ย” ท่านลากเสียงยาว “การที่คุณปิ่นมาอยู่ที่นี่ ก็เป็นการชดใช้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วนะ”
“แต่... คุณวินเขาบอกว่า...” ปิ่นพูดตะกุกตะกัก
“คุณวิน?” คุณตาบุญทวนคำ “ใครคือคุณวิน”
“เขาเป็นเพื่อนของคุณฟ้าค่ะคุณตา” ปิ่นอธิบาย “เขาบอกว่าคุณฟ้าบอกเขาว่าหนูเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณตาเสียใจมาตลอด”
ใบหน้าของคุณตาบุญฉายแววประหลาดใจ “ฟ้าพูดอย่างนั้นกับคนอื่นเหรอ” ท่านพึมพำ “ไม่น่าเลย”
“คุณตาคะ” ปิ่นถามตรงๆ “จริงๆ แล้ว... หนูเคยทำอะไรให้คุณตาเสียใจมากคะ”
คุณตาบุญมองไปที่รูปถ่ายรูปหนึ่งบนโต๊ะทำงาน เป็นรูปของหญิงสาวที่ปิ่นเคยเห็นเมื่อคืน เป็นรูปที่คุณตาบุญถ่ายกับเธอในวัยหนุ่ม
“หญิงสาวในรูปนั้น” คุณตาบุญพูดเสียงเบา “เธอชื่อนวล เป็นน้องสาวของแม่ปิ่น”
ปิ่นอึ้งไป “คุณป้า... นวลเหรอคะ”
“ใช่” คุณตาบุญพยักหน้า “ตอนนั้นคุณตากับนวลมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน”
“แต่... หนูคิดว่าหนูเป็นหลานของคุณตาบุญนะคะ” ปิ่นพูดอย่างสับสน
“ปิ่นเป็นหลานของคุณตา” คุณตาบุญยืนยัน “แต่ตอนนั้น... คุณตากับนวลกำลังจะแต่งงานกัน”
ปิ่นอ้าปากค้าง เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “คุณตาจะแต่งงานกับคุณป้านวลเหรอคะ”
“ใช่” คุณตาบุญตอบ “แต่แล้ว... ปิ่นก็เกิด”
“แล้ว... หนูเกี่ยวอะไรด้วยคะ” ปิ่นถาม
“ตอนที่ปิ่นเกิด” คุณตาบุญเล่าต่อ “แม่ของปิ่นเสียชีวิต”
ปิ่นรู้สึกเหมือนมีบางอย่างหล่นลงมาจากฟ้า เธอจำได้ว่าแม่ของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก แต่เธอไม่เคยรู้รายละเอียด
“ตอนนั้นนวลเสียใจมาก” คุณตาบุญเล่า “เธอรักแม่ปิ่นเหมือนน้องสาวแท้ๆ และเธอก็รักเด็กคนนี้มาก”
“แล้วทำไม... คุณตาถึงไม่ได้แต่งงานกับคุณป้านวลล่ะคะ” ปิ่นถาม
คุณตาบุญถอนหายใจ “เพราะนวล... เธอยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อปิ่น” ท่านพูด “เธอเลือกที่จะเลี้ยงดูปิ่นแทนแม่ของปิ่น”
“คุณป้า... ท่านเลือกเลี้ยงหนูเหรอคะ” ปิ่นถาม น้ำตาเริ่มคลอ
“ใช่” คุณตาบุญตอบ “เธอคิดว่าการที่ปิ่นเสียแม่ไปแล้ว ถ้าเธอไปมีครอบครัวใหม่ ปิ่นอาจจะถูกทอดทิ้ง”
“แล้ว... คุณตาคะ” ปิ่นถาม “แล้วทำไมหนูถึงคิดว่าหนูทำให้คุณตาเสียใจล่ะคะ”
“เรื่องนั้น... เป็นความผิดของคุณตาเอง” คุณตาบุญพูด “คุณตาเองที่ตัดสินใจผิดพลาด”
“ตัดสินใจเรื่องอะไรคะ”
“คุณตาเองที่ตัดสินใจไม่ยอมรับปิ่นเป็นลูก” คุณตาบุญพูด “คุณตาคิดว่า... การที่นวลยอมเสียสละเลี้ยงดูปิ่น ก็เหมือนกับว่าปิ่นเป็นลูกของเธอแล้ว คุณตาเลยคิดว่า... การที่ปิ่นมาอยู่ที่นี่ ก็เหมือนเป็นการมาทวงคืนความรับผิดชอบ”
ปิ่นอึ้งไป เธอไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวจะซับซ้อนขนาดนี้
“คุณตาคะ” ปิ่นถาม “แล้วคุณป้า... ท่านอยู่ที่ไหนคะ”
คุณตาบุญมองออกไปนอกหน้าต่าง “หลังจากนั้นไม่นาน... เธอก็จากไป”
“จากไป... ยังไงคะ” ปิ่นถามอย่างหวัง
“เธอป่วยหนัก” คุณตาบุญตอบ “และก่อนที่เธอจะเสียชีวิต... เธอก็ฝากปิ่นไว้กับคุณตา”
ปิ่นน้ำตาไหลพราก เธอเข้าใจทุกอย่างแล้ว ความรู้สึกผิดที่เคยแบกรับมาตลอด คือความเข้าใจผิด
“หนูขอโทษค่ะคุณตา” ปิ่นพูด “หนูขอโทษที่เข้าใจผิดมาตลอด”
คุณตาบุญยื่นมือมาลูบหัวปิ่น “ไม่เป็นไรนะปิ่น” ท่านพูด “ตอนนี้ทุกอย่างก็กระจ่างแล้วนะ”
ดินที่ยืนฟังอยู่ตลอดเงยหน้าขึ้นมองปิ่น เขารู้สึกโล่งใจที่ปิ่นได้เข้าใจความจริงเสียที
3,900 ตัวอักษร