ตอนที่ 24 — รอยร้าวที่ต้องประสาน
บรรยากาศในบ้านของพ่อแก้วตาเต็มไปด้วยความอึมครึม การตัดสินใจที่จะขายบ้านหลังเล็กๆ ที่เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของพ่อ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและต้องใช้เวลา แก้วตาพยายามทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ของพ่อ ขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับความผิดหวังของตัวเองที่ความฝันต้องถูกเลื่อนออกไปอีกครั้ง
“ฉันยังไม่อยากเชื่อเลยค่ะ” แก้วตาพูดกับนที ขณะที่ทั้งสองขับรถกลับบ้าน “ว่าเรื่องมันจะกลับมาเป็นแบบนี้อีก”
นทีจับมือแก้วตาไว้ “ผมรู้ว่ามันยาก” เขาตอบ “แต่เราต้องคิดถึงอนาคตของพ่อคุณด้วย”
“ฉันเข้าใจค่ะ” แก้วตาถอนหายใจ “แต่… มันอดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าถ้าฉันไม่เคยช่วยเหลือพ่อเรื่องเงินมาก่อนเลย เรื่องมันอาจจะมาไม่ถึงจุดนี้”
“อย่าคิดแบบนั้นนะครับ” นทีรีบปฏิเสธ “คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว การช่วยเหลือครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ”
“แต่… บางครั้งการช่วยเหลือมากเกินไป มันก็อาจจะกลายเป็นดาบสองคมนะคะ” แก้วตาพึมพำ
“ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย” นทีกล่าว “แต่เราจะผ่านมันไปได้ เรายังมีกันและกัน”
เมื่อกลับมาถึงบ้าน แก้วตาก็เริ่มวางแผนการดำเนินการขายบ้าน โดยได้รับความช่วยเหลือจากนทีอย่างเต็มที่ พวกเขาต้องจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ ที่ซับซ้อน การติดต่อกับนายหน้า และการประเมินราคาบ้าน
“ฉันว่า… เราควรจะตั้งราคาให้สมเหตุสมผลนะคะ” แก้วตาบอกนที “จะได้ขายออกเร็วๆ”
“ครับ” นทีพยักหน้า “ผมจะลองหาข้อมูลราคาตลาดเปรียบเทียบดู”
“แล้ว… เรื่องหนี้สินที่เหลือ” แก้วตาถาม “เราจะทำยังไงกับมัน”
“เราต้องเจรจากับเจ้าหนี้ครับ” นทีกล่าว “บอกพวกเขาว่าเรากำลังจะขายบ้าน และขอผ่อนผันการชำระไปก่อน”
“ฉันกลัวว่า… พวกนั้นจะไม่ยอมนะคะ” แก้วตาบอก “พวกเขาดูอันตรายมาก”
“ผมจะไปด้วยครับ” นทีให้คำมั่น “ผมจะดูแลคุณเอง”
วันต่อมา ทั้งสองได้เดินทางไปพบเจ้าหนี้กลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มนายทุนที่น่าเกรงขาม บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียด เจ้าหนี้มีท่าทีแข็งกร้าวและไม่แสดงความเห็นใจ
“คุณบอกว่าคุณจะขายบ้าน?” เจ้าหนี้คนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แล้วเงินที่ได้มา… คุณจะเอามาจ่ายเราทั้งหมดหรือเปล่า?”
“เราจะพยายามให้มากที่สุดครับ” นทีตอบอย่างใจเย็น “เราขอเวลาในการดำเนินการขายบ้านก่อน”
“เวลา… เราให้เวลาคุณได้ไม่นานหรอกนะ” เจ้าหนี้กล่าว “ถ้าภายในกำหนด เราไม่ได้เงิน… เราก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย”
แก้วตารู้สึกถึงความกดดันอย่างหนัก เธอจับมือของนทีไว้แน่น
“เราเข้าใจครับ” นทีกล่าว “แต่เราขอความกรุณาด้วยนะครับ”
หลังจากเจรจาอยู่พักใหญ่ เจ้าหนี้ก็ยอมตกลงที่จะผ่อนผันการชำระให้เป็นเวลาหนึ่งเดือน แต่ก็กำชับว่าหากเลยกำหนด จะไม่รออีกต่อไป
“ขอบคุณมากครับ” นทีกล่าว
เมื่อออกจากห้องประชุม แก้วตาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “เกือบไปแล้วค่ะ”
“เราทำได้แล้ว” นทีกล่าว “อย่างน้อย… เราก็ซื้อเวลาให้เราได้”
ในขณะเดียวกัน นทีก็ได้รับข่าวร้ายจากสำนักพิมพ์ หนังสือเล่มใหม่ของเขาถูกระงับการตีพิมพ์ เนื่องจากมีการฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์จากนักเขียนคนหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเนื้อหาในนิยายของนทีลอกเลียนแบบมาจากผลงานของเขา
“อะไรนะคะ!” แก้วตาอุทานด้วยความตกใจ “เป็นไปได้ยังไงคะ”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ” นทีตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย “ผมมั่นใจว่าผมเขียนเองทั้งหมด”
“แล้ว… รายได้จากหนังสือเล่มนี้ล่ะคะ” แก้วตาถามด้วยความเป็นห่วง
“คงจะ… ไม่ได้แล้วล่ะครับ” นทีตอบ “ถ้าเกิดการฟ้องร้องขึ้นมาจริงๆ”
แก้วตาอึ้งไปอีกครั้ง สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีกขั้น ปัญหาหนี้สินของพ่อยังไม่ทันคลี่คลาย เรื่องลิขสิทธิ์หนังสือของนทีก็มาซ้ำเติม
“เรา… เราจะทำยังไงกันดีคะ” แก้วตาถามอย่างสิ้นหวัง
นทีโอบไหล่แก้วตา “ไม่เป็นไรนะครับ” เขาพูดปลอบ “ผมจะสู้คดีนี้ให้ถึงที่สุด”
“แต่… ถ้าคุณแพ้คดีล่ะคะ” แก้วตาถาม
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ… เราก็ต้องหาทางอื่น” นทีตอบ “บางที… เราอาจจะต้องกลับไปทำงานที่เดิมก่อน”
คำพูดนั้นทำเอาแก้วตาใจหายวาบ การกลับไปทำงานที่เดิมเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธออยากจะทำ
“ไม่ค่ะ” แก้วตากล่าวอย่างหนักแน่น “ฉันไม่ยอมให้เรื่องมันเป็นแบบนั้นแน่”
“แล้วเราจะทำยังไงครับ” นทีถาม
“เราจะขายบ้านค่ะ” แก้วตาตอบ “เราจะขายบ้านหลังนั้น แล้วเอาเงินทั้งหมดมาใช้หนี้ แล้ว… เราจะหาเงินทุนด้วยวิธีอื่น”
“วิธีอื่น… อย่างไรครับ” นทีถาม
“ฉัน… ฉันจะลองกลับไปคุยกับหัวหน้าเก่าของฉันค่ะ” แก้วตาบอก “บางที… เขาอาจจะให้โอกาสฉัน”
นทีสบตาแก้วตา เขาเห็นถึงความมุ่งมั่นในแววตาของเธอ
“ผมจะสู้ไปกับคุณครับ” นทีกล่าว
“ขอบคุณนะคะ” แก้วตาตอบ
ทั้งสองรู้ดีว่า การเดินทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่การเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยกัน คือสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความหวัง การประสานรอยร้าวที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา อาจจะไม่ง่ายดาย แต่ด้วยความรักและความเข้าใจที่พวกเขามีให้กัน พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะเข้ามา
3,795 ตัวอักษร