บทกวีแห่งรักในทุ่งดอกไม้

ตอนที่ 13 / 30

ใบหน้าที่ซ่อนเร้น

เสียงกระแทกประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนของผู้คนในมูลนิธิ ทำให้อรุณฉายและภาสกรต้องชะงักไป ความตื่นตระหนกเข้าเกาะกุมหัวใจของทั้งคู่ ภาพใบหน้าของชายคนหนึ่งที่ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นปืนในมือ ทำให้ความหวาดกลัวทวีคูณขึ้น “รีบหลบไป!” คุณวิทย์ตะโกนอีกครั้ง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเร่งรีบ “อรุณฉาย ภาสกร รีบไปทางหลังร้าน!” ภาสกรคว้ามืออรุณฉายไว้แน่น “อรุณฉาย ไปกัน!” ทั้งสองรีบวิ่งไปตามทางที่ชี้โดยคุณวิทย์ มุ่งหน้าไปยังทางออกด้านหลังของมูลนิธิ เสียงฝีเท้าที่วิ่งตามมาดังใกล้เข้ามาทุกขณะ ทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวราวกับจะหลุดออกจากอก “ใครกันแน่ที่เข้ามา?” อรุณฉายถามขณะที่วิ่งหนี “และทำไมเขาถึงต้องการเอกสารพวกนั้น?” “ผมไม่รู้!” ภาสกรตอบ “แต่เขาต้องเป็นอันตรายแน่ๆ” เมื่อมาถึงประตูหลัง พวกเขาพบกับกลุ่มพนักงานรักษาความปลอดภัยที่กำลังเผชิญหน้ากับชายปริศนาคนนั้นอยู่ “ถอยไป!” ชายคนนั้นตะโกน น้ำเสียงของเขาดุดันและเต็มไปด้วยความโกรธ “ถ้าใครขวางหน้า… ฉันไม่รับรองความปลอดภัย!” หนึ่งในเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามจะเข้าประชิด แต่ชายคนนั้นก็ยกปืนขึ้นเล็งไปที่เขา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องถอยกลับมาด้วยความหวาดกลัว “คุณวิทย์ครับ!” ภาสกรตะโกน “เราต้องทำอะไรสักอย่าง!” คุณวิทย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ภาสกร แสดงท่าทีเหนื่อยอ่อน “ผมไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ภาสกร… อาวุธของเขา… ดูเหมือนจะเป็นปืนจริง” ทันใดนั้นเอง ชายปริศนาคนนั้นก็หันมามองทางที่อรุณฉายและภาสกรกำลังยืนอยู่ สายตาของเขาจับจ้องมาที่อรุณฉาย “เธอ… เธอนี่เอง!” เขาตะโกน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น “ฉันตามหาเธอมานานแล้ว!” อรุณฉายรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เธอไม่เคยเห็นชายคนนี้มาก่อนในชีวิต แล้วทำไมเขาถึงพูดเหมือนรู้จักเธอ? “คุณ… คุณเป็นใคร?” อรุณฉายถามด้วยเสียงสั่นเครือ “ฉันคือคนที่เธอพรากทุกอย่างไป!” ชายคนนั้นกล่าว “คนที่ครอบครัวของเธอ… ทำลายชีวิตฉัน!” คำพูดของเขาทำให้อรุณฉายยิ่งสับสนมากขึ้น ‘ครอบครัวของฉัน? ทำลายชีวิตเขา?’ มันเป็นไปได้อย่างไร? “หยุดนะ!” ภาสกรก้าวเข้ามาบังอรุณฉายไว้ “ถ้าคุณมีปัญหาอะไรกับเธอ… ก็มาคุยกับผม!” “นาย… นายเป็นใคร?” ชายคนนั้นถาม “เป็นคนรักของเธอหรือไง? เป็นใครที่มาอยู่เหนือกว่าฉัน!” “ผมคือคนที่เธอจะแต่งงานด้วย!” ภาสกรตอบอย่างไม่เกรงกลัว คำพูดของภาสกรทำให้ชายคนนั้นยิ่งโกรธจัด เขาเงื้อปืนขึ้นเล็งมาที่ทั้งสองคน “ถ้าอย่างนั้น… พวกแกทั้งคู่จะต้องตายไปด้วยกัน!” เขาตะโกน วินาทีนั้นเอง มีเสียงปืนดังขึ้น… แต่ไม่ใช่จากชายคนนั้น ทุกคนหันไปมองต้นเสียง เป็นชายร่างสูงที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของลาน เขาถือปืนอยู่ในมือเช่นกัน และเขาก็ยิงไปที่แขนของชายปริศนาคนนั้น ทำให้ปืนหลุดมือไปจากมือของเขา ชายปริศนาคนนั้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เขาล้มลงไปกองกับพื้น “ใคร… ใครเป็นคนยิง?” คุณวิทย์ถามด้วยความตกใจ ชายร่างสูงเดินเข้ามาใกล้… และเมื่อเขาค่อยๆ ยกหน้าขึ้นมา เผยให้เห็นใบหน้าของเขา… อรุณฉายและภาสกรถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ “คุณ… คุณ…” อรุณฉายเอ่ยไม่ออก “ไม่จริง… เป็นไปไม่ได้…” ภาสกรพึมพำ ชายคนนั้นคือ… นที! เพื่อนสมัยเด็กของอรุณฉาย ผู้ซึ่งเธอคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วในอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน! “นที!” อรุณฉายตะโกนชื่อเขา “คุณ… คุณยังมีชีวิตอยู่!” นทียิ้มอย่างอ่อนแรง “อรุณฉาย… ฉัน… ฉันรอวันนี้มานานแล้ว” “คุณ… คุณช่วยเรา?” ภาสกรถามด้วยความไม่เข้าใจ “ผม… ผมรู้ว่าใครคือคนที่ขโมยเอกสารไป” นทียิ้มอย่างมีเลศนัย “และผมก็รู้ว่าใครคือคนที่ทำลายชีวิตครอบครัวของอรุณฉาย… และทำลายชีวิตผมด้วย” เขาหันไปมองชายปริศนาที่กำลังนอนเจ็บอยู่บนพื้น “ชายคนนั้น… เป็นเพียงหุ่นเชิดตัวหนึ่งเท่านั้น” “หุ่นเชิด?” อรุณฉายถาม “ใช่แล้ว” นทีตอบ “เขาถูกจ้างมา โดยใครบางคน… คนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด” “ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลัง?” คุณวิทย์ถามอย่างเร่งรีบ นทียิ้มอีกครั้ง “คนคนนั้น… คือคนที่ใกล้ชิดพวกคุณมากที่สุด… จนคุณคาดไม่ถึง” อรุณฉายและภาสกรหันไปมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ พวกเขากำลังมองหาเงาของใครบางคน แต่ไม่เคยนึกถึงความเป็นไปได้ที่คนๆ นั้นจะอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้ “คุณ… คุณหมายถึงใคร?” ภาสกรถาม นทีเดินเข้าไปใกล้พวกเขามากขึ้น “ผมจะบอกให้… แต่ก่อนอื่น… ผมมีบางอย่างจะให้พวกคุณดู” เขาหยิบแผ่นซีดีอีกแผ่นหนึ่งออกมา ซึ่งเป็นแผ่นซีดีที่อรุณฉายเพิ่งเปิดดูเมื่อครู่นี้เอง “ผม… ผมเอาแผ่นซีดีแผ่นนี้มาให้คุณเปิดดูเมื่อครู่นี้เองครับ” นทีกล่าว “เพื่อที่… เมื่อมันดับไป… ผมจะได้แสดงให้พวกคุณเห็นความจริงที่แท้จริง” เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา และเปิดไฟล์วิดีโอขึ้นมา หน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้น แสดงภาพของ… คุณวิทย์! กำลังยืนอยู่กับชายปริศนาคนนั้นในที่ลับตาคน “อะไรกัน!” คุณวิทย์ร้องอุทานด้วยความตกใจ “นี่มัน… วิดีโอปลอม!” คุณวิทย์พยายามแก้ตัว “ปลอมหรือเปล่าครับคุณวิทย์?” นทีถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ “ผมเห็นคุณกับชายคนนั้น… คุยกันอย่างลับๆ เมื่อคืนนี้… และผมได้ยินที่คุณพูด… ว่าคุณคือคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด” “ไม่จริง!” คุณวิทย์ตะโกน “มันเป็นไปไม่ได้!” “เป็นไปได้ครับ” นทีกล่าว “คุณคือคนที่สั่งให้เขาไปขโมยเอกสาร… คุณคือคนที่ต้องการจะทำลายชื่อเสียงของภาสกร… และคุณคือคนที่ต้องการจะปิดปากอรุณฉาย… เพราะคุณกลัวว่าเธอจะจำอดีตได้… และเปิดโปงความลับของคุณ” อรุณฉายและภาสกรจ้องมองคุณวิทย์ด้วยความตกใจและไม่เชื่อสายตา… ชายผู้มีใบหน้าอ่อนโยน ผู้ซึ่งพวกเขาเคยไว้ใจ… กลับกลายเป็นคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด? “คุณ… คุณเป็นคนทำ?” อรุณฉายถามด้วยเสียงสั่นเครือ คุณวิทย์ยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น “ใช่… ฉันเอง…” คุณวิทย์สารภาพ “ฉันเป็นคนทำ… ฉันทำไปเพราะ… ฉันกลัว…” “กลัวอะไร?” ภาสกรถาม “กลัวว่าความลับของฉัน… จะถูกเปิดเผย” คุณวิทย์กล่าว “ความลับที่ว่า… ปู่ของเรา… ไม่ใช่ปู่ของภาสกร… แต่เป็นพ่อของฉันเอง… และ… และฉันคือพ่อแท้ๆ ของอรุณฉาย!” คำสารภาพของคุณวิทย์ดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ ทำให้อรุณฉายและภาสกรถึงกับอึ้งไป… ความจริงอันน่าตกใจนี้… มันคือจุดเริ่มต้นของอะไรกันแน่? ขณะที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในความตกตะลึงกับคำสารภาพของคุณวิทย์ จู่ๆ ประตูทางเข้ามูลนิธิก็เปิดออกอีกครั้ง… และครั้งนี้… ไม่ใช่ชายปริศนาคนเดิม… แต่เป็นร่างของใครบางคนที่ดูคุ้นเคย… และเขา… กำลังถือเอกสารที่หายไป… อยู่ในมือ! “นี่… นี่มันอะไรกัน!” ภาสกรอุทาน อรุณฉายจ้องมองร่างนั้นด้วยความไม่เชื่อสายตา… เขา… คือคนที่เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะเป็น… คนที่เธอคิดว่าตายไปแล้ว… กลับกลายเป็น… คนร้ายตัวจริง… และ… เป็นพ่อแท้ๆ ของเธอ…? “ใช่… ฉันกลับมาแล้ว…” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น… “อรุณฉาย… พ่อกลับมาแล้ว…”

1,129 ตัวอักษร

แชร์ตอนนี้ให้เพื่อน