ตอนที่ 1 — วันที่ฟ้าหม่นกับรอยยิ้มสดใส
สายฝนเทกระหน่ำไม่หยุดราวกับจะชำระล้างทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ เมฆดำทะมึนปกคลุมท้องฟ้ามืดมิด แสงอาทิตย์ถูกบดบังจนแทบมองไม่เห็น เหลือเพียงความอึมครึมที่ปกคลุมเมืองเล็กๆ แห่งนี้ เสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังเป็นระยะ ราวกับจะบ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยวของธรรมชาติ ที่นี่คือเมืองริมทะเลสาบ สถานที่ที่ความสงบเงียบเป็นสิ่งคุ้นเคย แต่ในวันนี้ ทุกอย่างกลับดูอึดอัดราวกับมีบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น
รุ้ง กุลธิดา หญิงสาวผู้มีดวงตาเป็นประกายราวกับดวงดาวในยามราตรี และรอยยิ้มที่สดใสราวกับแสงอาทิตย์หลังพายุ เธอกำลังยืนมองม่านฝนที่ทอดตัวลงมาจากท้องฟ้า จากระเบียงชั้นสองของร้านกาแฟเล็กๆ ที่เธอเป็นเจ้าของ ร้าน "เมโลดี้ คาเฟ่" ชื่อที่สะท้อนถึงความสุขและความผ่อนคลายที่เธออยากมอบให้กับลูกค้าทุกคน แม้ภายนอกจะดูมืดมน แต่ภายในร้านกลับอบอุ่นไปด้วยแสงไฟสีส้มนวล กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วสดใหม่ และเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน
"ฝนตกหนักอีกแล้วนะวันนี้" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง รุ้งหันไปมอง พบกับคุณลุงชวน เพื่อนบ้านและลูกค้าประจำของร้านที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับร่มเปียกโชก
"ค่ะลุงชวน วันนี้เหมือนฟ้าจะร้องไห้ทั้งวันเลยนะคะ" รุ้งตอบพร้อมรอยยิ้ม ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง "แต่ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฝนก็หยุด แล้วเดี๋ยวก็มีสายรุ้งสวยๆ มาให้เราชื่นชม"
คุณลุงชวนหัวเราะเบาๆ "หลานนี่มองโลกในแง่ดีเสมอสมกับชื่อจริงๆ นะ" เขาเดินมานั่งที่โต๊ะมุมร้านประจำ "เอากาแฟดำแก้วเดิมนะ แล้วก็...วันนี้มีเค้กอะไรใหม่ๆ บ้างล่ะ"
"วันนี้มีเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มสูตรคุณแม่ค่ะเพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ เลย" รุ้งเดินไปเตรียมกาแฟให้คุณลุงชวน "เอาไปเสิร์ฟพร้อมเค้กเลยนะคะ"
ขณะที่รุ้งกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมกาแฟและเค้ก ประตูร้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง จนเสียงกระดิ่งเหนือประตูร้องดังลั่น ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาในร้าน ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่อยู่ในร้าน ร่มของเขาเปียกจนน้ำไหลนองพื้น เสื้อเชิ้ตสีเข้มแนบติดลำตัว เผยให้เห็นรูปร่างกำยำภายใต้เสื้อผ้าที่ชุ่มน้ำ เขาไม่ได้ดูสุภาพอ่อนโยนเหมือนลูกค้าคนอื่นๆ ใบหน้าคมคายประดับด้วยคิ้วเข้มที่ขมวดเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มฉายแววเหนื่อยล้าและบางอย่างที่ยากจะคาดเดา
ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังมองหาบางสิ่ง ก่อนที่สายตาจะหยุดลงที่รุ้งที่กำลังถือถาดกาแฟเดินเข้ามาใกล้
"ขอโทษครับ" เสียงห้าวทุ้มของเขาดังขึ้น "ผมขอที่นั่งว่างๆ สักที่"
"เชิญค่ะ" รุ้งพยายามระงับความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นในใจเมื่อสบตากับชายหนุ่ม เธอผายมือไปยังโต๊ะว่างอีกตัวหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไป "เดี๋ยวจะมีคนไปรับออเดอร์นะคะ"
ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน เขาวางร่มเปียกไว้ข้างตัว และถอนหายใจยาว
"มีอะไรให้ช่วยไหมคะ" รุ้งถามด้วยความสุภาพ เธอมักจะใส่ใจลูกค้าทุกคนเป็นพิเศษ
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองรุ้งอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคู่นั้นดูอ่อนลงเล็กน้อย "ขอแค่น้ำเปล่าสักแก้วก็พอครับ"
"ได้ค่ะ" รุ้งรับคำแล้วรีบเดินไปหยิบน้ำเปล่าเย็นๆ มาให้ ชายหนุ่มรับแก้วน้ำมาดื่มอย่างกระหาย ราวกับว่าเขาผ่านอะไรมาอย่างหนัก
"ขอบคุณครับ" เขากล่าวเสียงเบา
รุ้งมองใบหน้าของเขาขณะที่เขาดื่มน้ำ สายตาของเธอมองเห็นรอยกรีดบางๆ ที่มุมปากของเขา ซึ่งอาจจะเกิดจากอุบัติเหตุบางอย่าง หรืออาจจะเป็นอะไรที่มากกว่านั้น เธอลอบถอนหายใจเบาๆ รู้สึกได้ถึงความเศร้าที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขา
"คุณ...ดูเหนื่อยๆ นะคะ" รุ้งตัดสินใจเอ่ยถามออกไปอย่างอดไม่ได้
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เขาค่อยๆ วางแก้วน้ำลง แล้วหันมาสบตากับรุ้งอีกครั้ง "ก็...นิดหน่อยครับ" เขาตอบเสียงเรียบ
"ถ้าอยากได้อะไรเพิ่ม บอกได้นะคะ" รุ้งกล่าว "ที่นี่บรรยากาศดี ถ้าได้ฟังเพลงเพราะๆ จิบกาแฟร้อนๆ หรือทานเค้กอร่อยๆ อาจจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นก็ได้ค่ะ"
ชายหนุ่มมองรุ้ง ดวงตาของเขาสื่อสารออกมาหลายอย่าง ทั้งความแปลกใจ ความสงสัย และบางทีอาจจะมีประกายของความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "ขอบคุณครับ" เขาพูดซ้ำอีกครั้ง "แต่ตอนนี้ผมแค่อยากนั่งเงียบๆ สักพัก"
"เข้าใจค่ะ" รุ้งยิ้มให้กำลังใจ "ถ้าต้องการอะไร เรียกได้เลยนะคะ"
เธอกลับไปที่เคาน์เตอร์ ขณะที่มองชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นภายใต้แสงไฟสีส้มนวล ราวกับเงาของความเศร้าที่เข้ามาเยือนร้านเล็กๆ ของเธอในวันที่ฝนตกหนัก เธอสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่เชื่อมโยงเธอกับชายหนุ่มคนนี้ ราวกับว่าโชคชะตาได้นำพาเขามายังที่แห่งนี้ เพื่ออะไรบางอย่างที่ยังมาไม่ถึง
เสียงฝนยังคงตกกระทบหลังคาและกระจกหน้าร้านเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คุณลุงชวนนั่งจิบกาแฟเงียบๆ ปล่อยให้รุ้งจัดการกับลูกค้าคนใหม่ที่ดูเหมือนจะเป็นปริศนา
"คุณลุงคะ" รุ้งเอ่ยถามเมื่อมีโอกาส "ลูกค้าคนนั้น...เขาเป็นใครคะ มาที่นี่บ่อยไหม"
คุณลุงชวนเงยหน้าขึ้นจากแก้วกาแฟ "อ๋อ...ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยนะ" เขาตอบ "ดูเหมือนเขาจะเพิ่งย้ายมาอยู่ที่บ้านพักริมทะเลสาบหลังใหญ่ที่ว่างมานานน่ะ แถวนั้นไม่ค่อยมีใครไปมาหาสู่เท่าไหร่"
"บ้านหลังนั้นเองเหรอคะ" รุ้งพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ก็ว่าอยู่ นานมากแล้วที่ไม่มีคนอยู่"
"ใช่" คุณลุงชวนพยักหน้า "เขามาถึงเมื่อวานนี้เอง ตอนบ่ายๆ เห็นรถขนของเข้ามาหลายคัน แต่ไม่เห็นตัวเจ้าของบ้านเลย วันนี้เห็นเพิ่งออกมาเจอฝนพอดี"
รุ้งพยักหน้าอีกครั้ง เธอรู้สึกสนใจในตัวชายหนุ่มคนนั้นมากขึ้น เขาดูเหมือนจะแบกรับอะไรบางอย่างไว้บนบ่า เขาไม่ได้มีท่าทีเกรี้ยวกราด หรือไม่พอใจ เพียงแต่ดูเหมือนคนกำลังหลบหนีจากบางสิ่งบางอย่าง หรือบางที อาจจะกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง
"หวังว่าเขาจะรู้สึกดีขึ้นนะคะ" รุ้งพึมพำกับตัวเอง
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของร้าน พลันหันมามองทางรุ้งอีกครั้ง ราวกับจะรับรู้ถึงสายตาที่จับจ้องของเธอ เขายกแก้วน้ำขึ้นดื่มจนหมด แล้ววางลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา
"ผมขอเช็คบิลครับ" เขาพูดเสียงดังพอที่จะให้รุ้งได้ยิน
"เดี๋ยวก่อนนะคะ" รุ้งรีบเดินเข้าไปหา "ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้อากาศไม่ดี ถือว่าเป็นการต้อนรับแล้วกันนะคะ"
ชายหนุ่มมองรุ้งด้วยความประหลาดใจ "ไม่ครับ ผมต้องจ่าย"
"ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ" รุ้งยืนยันด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ "ถือว่าเป็นการช่วยเหลือกันในวันที่อากาศแบบนี้นะคะ"
ชายหนุ่มมองรุ้งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินความตั้งใจของเธอ ในที่สุด เขาก็พยักหน้าเบาๆ "ถ้าอย่างนั้น...ขอบคุณมากครับ"
"ยินดีค่ะ" รุ้งตอบ "แล้ว...คุณจะกลับมาอีกไหมคะ" เธอถามออกไปด้วยความหวังเล็กๆ
ชายหนุ่มมองรุ้ง ดวงตาของเขามีแววที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด "อาจจะครับ" เขาตอบ "แล้วเจอกัน"
เขาผุกผายลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าที่วางไว้ข้างเก้าอี้ แล้วเดินออกจากร้านไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของความลึกลับและสายฝนที่ยังคงโปรยปราย รุ้งมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาจนลับสายตา เธอรู้สึกใจหายเล็กน้อย แต่ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่บอกว่านี่อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะได้พบกัน
5,500 ตัวอักษร