ตอนที่ 11 — ความจริงที่บาดลึกเกินใจ
คุณหญิงอัคราก้าวเท้าเข้ามาใกล้เพียงขวัญมากขึ้น ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยชัยชนะ "ท่านอ๋องเพคะ" นางเริ่มเล่าเรื่องราวที่ปรุงแต่งขึ้นมาอย่างแยบยล "ท่านคงไม่ทราบว่าก่อนที่เพียงขวัญจะมาอยู่ที่นี่ นางเคยทำงานอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองหลวง"
เสียงซุบซิบดังขึ้นในหมู่แขกเหรื่อ บางคนแสดงความประหลาดใจ บางคนแสดงความรังเกียจ
"ทำงานที่โรงเตี๊ยม?" ท่านอ๋องตรัสถาม พระองค์ทรงเม้มพระโอษฐ์ พระเนตรจับจ้องไปที่เพียงขวัญ ราวกับจะอ่านความรู้สึกจากสีหน้าของเธอ
"ใช่เพคะ" คุณหญิงอัคราตอบ "และที่นั่นเอง... ที่นางได้พบกับชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง" นางหยุดเล็กน้อย ราวกับจะสร้างความระทึก "ชายหนุ่มผู้นั้นเป็นบุตรชายของพ่อค้าผู้มั่งคั่ง"
เพียงขวัญยืนนิ่ง ฟังคุณหญิงอัคราเล่าเรื่องราวที่บิดเบือนไปจากความจริง เธอพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้แสดงความโกรธออกมา
"พวกเขาตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็ว" คุณหญิงอัครากล่าวต่อ "และแน่นอนว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาลึกซึ้งยิ่งกว่าที่ท่านอ๋องจะคาดคิด"
"คุณหญิงกำลังจะสื่ออันใด" ท่านอ๋องตรัสถามเสียงเข้มขึ้น พระองค์ทรงสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลในคำพูดของคุณหญิงอัครา
"ข้าเพียงแต่จะบอกว่า" คุณหญิงอัครายิ้มมุมปาก "หากเพียงขวัญเป็นคนที่มีศีลธรรมและมีศักดิ์ศรี นางคงไม่ยอมให้ความสัมพันธ์ของตนเองพัฒนาไปถึงขั้นนั้น" นางหันไปมองเพียงขวัญด้วยสายตาดูถูก "และยิ่งไปกว่านั้น ท่านอ๋องทราบหรือไม่ว่าชายหนุ่มผู้นั้น... เขาได้ทอดทิ้งนางไปแล้ว"
คำพูดนั้นราวกับมีดที่กรีดแทงเข้ากลางใจของเพียงขวัญ เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง น้ำตาเริ่มคลอหน่วย เธอเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นน้ำตา
"ทอดทิ้งไปแล้ว?" ท่านอ๋องตรัสซ้ำ พระองค์ทรงมีพระดำริถึงข่าวลือที่เคยได้ยินมาเกี่ยวกับการจากไปของเพียงขวัญจากบ้านเกิด
"ใช่เพคะ" คุณหญิงอัคราตอบอย่างภาคภูมิใจ "นางถูกทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี และหลังจากนั้นไม่นาน นางก็มาอยู่ที่นี่ในฐานะทาส" นางหันไปพูดกับแขกเหรื่อคนอื่นๆ "ท่านลองคิดดูสิเพคะ ว่าสตรีเช่นนางเหมาะสมที่จะมาเป็นพระชายาเอกของท่านอ๋องได้อย่างไร"
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง ผู้คนเริ่มมองเพียงขวัญด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมน้ำหน้าและความรังเกียจ
"ท่านอ๋องเพคะ" คุณหญิงอัคราเอ่ยต่อ "ข้าเชื่อว่าท่านคงไม่ต้องการให้สตรีที่มีอดีตอันด่างพร้อยเช่นนี้ มาเป็นคู่ชีวิตของท่าน"
ท่านอ๋องราชันย์ทรงเงียบไปชั่วขณะ พระองค์ทรงกวาดสายตามองไปรอบๆ ท่ามกลางเสียงซุบซิบและความเคลือบแคลงที่คุกรุ่นอยู่ ท่านทรงสังเกตเห็นความทุกข์ระทมที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของเพียงขวัญ
"เพียงขวัญ" ท่านอ๋องตรัสเรียกชื่อเธอเบาๆ "เจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่"
เพียงขวัญสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่ยอมให้คำโกหกของคุณหญิงอัครามาทำลายเธอได้ "ท่านอ๋องเพคะ" เธอกล่าวเสียงดังฟังชัด "กระหม่อมยอมรับว่าเคยทำงานอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งนั้นจริง"
เสียงซุบซิบเงียบลงทันที แขกเหรื่อทุกคนตั้งใจฟังสิ่งที่เธอจะพูดต่อไป
"และกระหม่อมก็ยอมรับว่าเคยมีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มผู้หนึ่ง" เพียงขวัญกล่าวต่อ "แต่ความสัมพันธ์นั้น... มันไม่ใช่สิ่งที่ท่านหญิงอัครากล่าวอ้าง"
คุณหญิงอัคราเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เชื่อ "ไม่ใช่เช่นนั้นหรือ" นางถามเย้ยหยัน "แล้วมันเป็นเช่นไรเล่า"
"ชายหนุ่มผู้นั้น..." เพียงขวัญหลับตาลงชั่วครู่ รวบรวมความกล้า "เขาคือคนที่กระหม่อมรัก และเขาก็รักกระหม่อมเช่นกัน" น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มไหลรินอาบแก้ม "แต่โชคร้ายที่ครอบครัวของเขาไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ของเรา"
"พวกเขาสั่งให้เขาแต่งงานกับสตรีอื่น" เพียงขวัญกล่าวต่อ เสียงของเธอสั่นเครือ "และเขาก็จำใจต้องทำตาม"
"แต่... แต่เขาไม่ได้ทอดทิ้งกระหม่อม" เพียงขวัญเงยหน้าขึ้น สบตาของท่านอ๋อง "ก่อนที่เขาจะแต่งงาน เขามอบของขวัญชิ้นหนึ่งให้กระหม่อม" เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเล็กๆ ที่ห้อยอยู่ข้างเอว และหยิบสร้อยคอเส้นหนึ่งออกมา เป็นสร้อยคอเงินรูปดอกทานตะวัน สลักเสลาอย่างงดงาม
"นี่คือสร้อยคอที่เขาให้" เพียงขวัญชูสร้อยคอขึ้น "เขาบอกว่าตราบใดที่กระหม่อมยังเก็บมันไว้ เขาก็จะยังคงไม่ลืมกระหม่อม"
คุณหญิงอัคราหน้าซีดเผือด เธอไม่เคยรู้เรื่องสร้อยคอเส้นนี้มาก่อน
"และเรื่องที่กระหม่อมมาอยู่ที่นี่ในฐานะทาส..." เพียงขวัญกล่าวต่อ "มันเป็นเพราะ... กระหม่อมถูกบังคับให้ต้องจากบ้านเกิดไป"
"ถูกบังคับ? โดยใคร?" ท่านอ๋องถาม พระองค์ทรงมีพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"โดย... โดยพ่อเลี้ยงของกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ" เพียงขวัญตอบเสียงแผ่วเบา "เขาติดหนี้การพนันจำนวนมาก และเขาก็เอาตัวกระหม่อมไปขายเพื่อใช้หนี้"
คำสารภาพนั้นสร้างความตกตะลึงให้กับผู้คนในงานเลี้ยงเป็นอย่างมาก หลายคนเริ่มมองเพียงขวัญด้วยความเห็นใจ
คุณหญิงอัคราพยายามจะพูดแก้ต่าง "ท่านอ๋องเพคะ คำพูดของนาง..."
"พอแล้ว คุณหญิง" ท่านอ๋องทรงตรัสตัดบทด้วยพระสุรเสียงที่ทรงอำนาจ "ข้าคิดว่าเพียงขวัญได้ให้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว" พระองค์ทรงหันไปมองเพียงขวัญด้วยพระเนตรที่อ่อนโยน "ขอบใจเจ้าที่กล้าบอกความจริง เพียงขวัญ"
เพียงขวัญก้มหน้าลง รู้สึกถึงความโล่งใจที่ได้ปลดปล่อยความลับที่เก็บงำไว้
"ส่วนคุณหญิงอัครา" ท่านอ๋องตรัสต่อ "ข้าคิดว่าท่านควรจะหยุดการใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นเสียที"
คุณหญิงอัคราหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย นางก้มหน้าน้อยๆ และถอยกลับไปยืนเงียบๆ ท่ามกลางกลุ่มแขก
ท่านอ๋องทรงยื่นพระหัตถ์ไปประคองแก้มของเพียงขวัญ "ไม่ต้องห่วงนะ" พระองค์ตรัส "ข้าเชื่อใจเจ้า"
เพียงขวัญมองท่านอ๋อง ใบหน้าของเธอเปื้อนน้ำตา แต่ในแววตากลับฉายประกายแห่งความหวัง เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความมั่นคงจากพระองค์
"คืนนี้อาจจะจบลงด้วยความขุ่นมัว" ท่านอ๋องตรัสต่อ "แต่สำหรับข้า เพียงขวัญคือพระชายาของข้า และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป"
แม้ว่าคำพูดของท่านอ๋องจะทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงไปบ้าง แต่เพียงขวัญก็ยังคงรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนในงานเลี้ยงที่ยังคงมองเธอด้วยความไม่พอใจ และเธอรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบสิ้น
4,773 ตัวอักษร