เมื่อดวงดาวต้องมนต์รัก

ตอนที่ 28 / 40

ตอนที่ 28 — เดิมพันกลางสายลม

“คุณอนันต์ครับ” ทนายกล่าวทางโทรศัพท์ “เราได้รับคำแจ้งความจากทางคุณหญิงอรวรรณแล้วครับ พวกเขาอ้างว่ามีพยานและหลักฐานที่ชัดเจน” คุณอนันต์พรูลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง “ผมทราบครับ คุณทนาย ผมได้ยินมาเช่นกัน แต่ผมเชื่อว่ามันเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์เพื่อบีบคั้นเรา” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะหนักแน่น แต่ก็มีความกังวลฉายชัด “คุณหญิงอรวรรณกำลังทำลายชีวิตลูกสาวของตัวเอง เพียงเพราะเธอไม่เห็นด้วยกับคนที่ลูกสาวเลือก” “ตามกฎหมายแล้ว การอ้างว่าถูกหลอกลวงเพื่อเอาทรัพย์สิน หรือการหมิ่นประมาท ก็สามารถเป็นข้อหาได้ครับ” ทนายอธิบายอย่างละเอียด “และถ้าฝ่ายคุณหญิงอรวรรณมีพยาน หรือหลักฐานที่ดูเหมือนจะหนักแน่น ก็อาจจะทำให้คดีนี้ยุ่งยากขึ้น” “ผมเข้าใจดีครับ” คุณอนันต์ตอบ “แต่ผมเชื่อว่าความจริงจะปรากฏ ผมต้องการให้คุณเตรียมทุกอย่างให้พร้อม เราจะต้องสู้คดีนี้อย่างเต็มที่” “แน่นอนครับคุณอนันต์ ผมจะรวบรวมพยานหลักฐานของเราทั้งหมด และจะปรึกษาคุณภาคินเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดที่เขาจำได้ เพื่อหาช่องโหว่ในการโต้แย้ง” “ขอบคุณมากครับคุณทนาย” คุณอนันต์วางสายโทรศัพท์ลง เขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม ดวงตาเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง มองดูสายฝนที่ยังคงตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา ราวกับจะสะท้อนถึงพายุที่กำลังโหมกระหน่ำในชีวิตของดาวิการและความสัมพันธ์ของเธอกับภาคิน หัวใจของคุณอนันต์หนักอึ้ง เขาเห็นดาวิการเติบโตมากับตา ตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาในวงการ เธอเป็นเด็กสาวที่เปี่ยมไปด้วยความฝัน ความมุ่งมั่น และพรสวรรค์ แต่ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าเส้นทางของเธอจะเต็มไปด้วยขวากหนามมากขนาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความรักของเธอต้องมาเผชิญหน้ากับการต่อต้านจากครอบครัวของตัวเอง “มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้เลย” เขาพึมพำกับตัวเอง “ดาวิสมควรได้รับความสุข” ความคิดของคุณอนันต์ลอยไปถึงภาคิน ชายหนุ่มจากต่างจังหวัดที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของดาวิการ เขาเป็นคนตรงไปตรงมา จริงใจ และดูจะรักดาวิการมากจริงๆ การที่เขาตัดสินใจออกมาปกป้องดาวิการอย่างเต็มที่ แม้จะรู้ว่าอาจจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ก็น่าชื่นชม แต่ในขณะเดียวกัน คุณอนันต์ก็รู้ดีว่าคุณหญิงอรวรรณไม่ใช่คนที่จะยอมอะไรง่ายๆ การยื่นฟ้องในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การข่มขู่ แต่เป็นการเอาจริงแน่ๆ “คุณหญิงอรวรรณกำลังเล่นเกมที่อันตรายมาก” เขาคิด “และคนที่ต้องรับเคราะห์กรรมก็คือลูกสาวของเธอเอง” คุณอนันต์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เขาตัดสินใจโทรหาภาคิน “สวัสดีครับคุณอนันต์” เสียงภาคินดังขึ้นทางปลายสาย มีความกังวลเจือปน “ภาคิน ผมเพิ่งคุยกับทนายมา” คุณอนันต์กล่าวตรงๆ “คุณหญิงอรวรรณยื่นฟ้องคุณแล้ว พวกเขาอ้างว่ามีพยานหลักฐาน” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ภาคินจะตอบกลับมา “ผมพอจะเดาได้ครับ” “ผมรู้ว่าคุณกำลังเจอเรื่องหนักหนามาก” คุณอนันต์กล่าว “แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า ผมจะอยู่เคียงข้างคุณ ผมจะช่วยคุณเต็มที่” “ขอบคุณมากครับคุณอนันต์” ภาคินตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “ผมไม่รู้จะตอบแทนคุณอย่างไร” “ไม่มีอะไรต้องตอบแทนหรอก ภาคิน” คุณอนันต์ยิ้มบางๆ “ผมรักดาวิการเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ผมอยากเห็นเธอมีความสุข” “ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ผมจะปกป้องดาวิการให้ถึงที่สุด” ภาคินกล่าวอย่างแน่วแน่ “ผมเชื่อคุณ” คุณอนันต์กล่าว “แต่คุณต้องเข้มแข็งนะ ศึกครั้งนี้อาจจะหนักหนากว่าที่คุณคิด” “ผมพร้อมเสมอครับ” หลังจากวางสายจากภาคิน คุณอนันต์ก็ลุกขึ้นเดินไปมาในห้องทำงาน เขาต้องหาทางรับมือกับการฟ้องร้องนี้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เขาคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ หากคดีนี้ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลจริงๆ มันจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของดาวิการและภาคินอย่างไรบ้าง “เราต้องหาพยานฝ่ายเราให้ได้” เขาพึมพำ “ต้องหาหลักฐานมายืนยันว่าภาคินไม่ได้หลอกลวงดาวิการ” ทันใดนั้น ความคิดของคุณอนันต์ก็พลันนึกถึงใครบางคน คนที่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการต่อสู้ครั้งนี้ “ผมต้องลองคุยกับคุณภาสกรดู” เขาคิด คุณภาสกรเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของบริษัทคู่แข่ง ซึ่งเคยมีความขัดแย้งกับคุณหญิงอรวรรณในอดีต และเป็นคนที่รู้เรื่องราวภายในของครอบครัวนี้ดีพอสมควร หากเขาพร้อมจะให้ความร่วมมือ ก็อาจจะเป็นประโยชน์อย่างมาก คุณอนันต์เดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง มือสั่นเล็กน้อยขณะกดหมายเลขโทรศัพท์ เขาหวังว่าคุณภาสกรจะยอมพูดคุยด้วย “สวัสดีครับคุณภาสกร ผมอนันต์ครับ” “อ้อ คุณอนันต์นี่เอง มีอะไรหรือเปล่า” เสียงของคุณภาสกรดังขึ้น ฟังดูแปลกใจเล็กน้อย “ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะรบกวนปรึกษาครับ เกี่ยวกับเรื่องของคุณหญิงอรวรรณและดาวิการ” คุณอนันต์กล่าวอย่างระมัดระวัง “เรื่องนั้น… ผมพอจะได้ยินข่าวมาบ้าง” คุณภาสกรตอบ “คุณว่ามาเลย” “ผมกำลังพยายามหาทางช่วยเหลือดาวิการและคุณภาคินครับ และผมคิดว่าคุณภาสกรอาจจะเป็นคนที่สามารถให้ข้อมูลบางอย่างที่เป็นประโยชน์กับเราได้” คุณภาสกรเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ “คุณแน่ใจหรือว่าต้องการจะยุ่งเรื่องนี้” “ผมแน่ใจครับ” คุณอนันต์ตอบเสียงหนักแน่น “ผมไม่สามารถยืนดูเฉยๆ ได้อีกต่อไป” “อืม… เอาอย่างนี้แล้วกัน” คุณภาสกรกล่าว “พรุ่งนี้ตอนบ่าย มาพบผมที่ออฟฟิศของผม เราค่อยมาคุยกัน จะได้สะดวกกว่า” “ขอบคุณมากครับคุณภาสกร” คุณอนันต์รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย อย่างน้อยก็มีความหวังใหม่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน ที่บ้านพักอันเงียบสงบของดาวิการ บรรยากาศก็ยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด ดาวิการนั่งมองภาคินที่กำลังเก็บข้าวของบางส่วนลงในกระเป๋า “คุณจะไปไหนคะ” ดาวิการถามเสียงสั่น “ผมต้องไปหาที่อื่นอยู่สักพักนะที่รัก” ภาคินตอบ พยายามยิ้มให้กำลังใจ “จนกว่าเรื่องจะสงบลง” “แต่… ฉันเป็นห่วงคุณนะคะ” ดาวิการเดินเข้าไปกอดภาคินแน่น “ถ้าแม่ฉัน… ถ้าท่านทำอะไรจริงๆ คุณภาคินจะทำอย่างไร” “ผมจะจัดการได้ทุกอย่างครับ” ภาคินลูบหลังดาวิการเบาๆ “ผมจะผ่านมันไปให้ได้ ผมสัญญา” “แล้ว… ถ้าคุณแม่ไม่ยอมรับคุณจริงๆ ล่ะคะ” น้ำตาของดาวิการเริ่มเอ่อล้น “ดาวิ… จะทำอย่างไรดี” “เราจะสู้ไปด้วยกันนะครับ” ภาคินกระชับอ้อมกอด “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะอยู่เคียงข้างกันเสมอ” “แล้วถ้า… คุณแม่สั่งให้ดาวิเลิกกับคุณจริงๆ ล่ะคะ” ดาวิการถามด้วยเสียงที่แทบจะกระซิบ ภาคินผละออกจากอ้อมกอดของดาวิการ จับมือทั้งสองข้างของเธอไว้ แล้วมองเข้าไปในดวงตาของเธออย่างมั่นคง “ดาวิ… ผมรักคุณ” เขาพูดเน้นทุกคำ “ผมรักคุณมาก และผมเชื่อว่าคุณก็รักผม” “ค่ะ ดาวิรักคุณภาคิน” ดาวิการตอบเสียงสั่นเครือ “ถ้าอย่างนั้น เราก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” ภาคินยิ้ม “ผมจะไม่ยอมให้ใครมาพรากคุณไปจากผมเด็ดขาด และผมเชื่อว่าคุณก็จะไม่ยอมเช่นกัน” “แต่… มันจะกระทบต่ออาชีพของดาวินะคะ” ดาวิการนึกถึงผลที่จะตามมา “เราจะหาทางรับมือมันไปด้วยกัน” ภาคินตอบ “ทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง คุณแค่เชื่อผมนะ” ดาวิการพยักหน้าช้าๆ เธอพยายามรวบรวมกำลังใจ และเชื่อมั่นในคำพูดของภาคิน ความรักที่พวกเขามีต่อกัน มันคือสิ่งเดียวที่จะเป็นเกราะป้องกันพวกเขาจากพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง ภาคินมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นก้อนเมฆดำทะมึนที่ปกคลุมท้องฟ้า ราวกับจะเป็นลางบอกเหตุถึงความยากลำบากที่กำลังจะเผชิญ เขาบีบมือดาวิการเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะสู้ไปด้วยกันนะที่รัก”

5,744 ตัวอักษร