เมื่อดวงดาวต้องมนต์รัก

ตอนที่ 5 / 40

ตอนที่ 5 — ความผูกพันที่ยังคงอยู่

หลังจากดื่มน้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจที่คุณป้าสมศรีกรุณาชงให้ ดาวิกาก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและความวุ่นวายในเมืองหลวงค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความรู้สึกสงบที่หาได้ยากยิ่ง “ดื่มน้ำเสร็จแล้ว คุณดาวิอยากเดินเล่นรอบๆ บ้านไหมคะ” คุณป้าสมศรีกล่าว “ฉันให้ภาคินพาไปดูสวนหลังบ้านก็ได้ เขาดูแลอย่างดีเลย” ดาวิกาเงยหน้ามองภาคินที่กำลังยืนอยู่ไม่ไกลนัก เขาพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย “ผมพาไปได้ครับคุณป้า” “ดีเลย” คุณป้าสมศรีกล่าว “ฉันจะไปเตรียมกับข้าวรอ” ดาวิกาลุกขึ้นยืน “ค่ะคุณป้า” ภาคินเดินนำดาวิกาออกไปยังสวนหลังบ้าน อากาศบริสุทธิ์และกลิ่นดินชื้นๆ หลังฝนตกเมื่อคืน ทำให้เธอสูดหายใจลึกๆ อย่างเต็มปอด “ที่นี่… ไม่ค่อยได้เปลี่ยนแปลงไปเลยนะครับ” ดาวิกากล่าว ขณะที่สายตาสำรวจต้นไม้และแปลงผักรอบตัว “ก็… มีบ้างนิดหน่อยครับ” ภาคินตอบ “ผมพยายามรักษาไว้เหมือนเดิมให้มากที่สุด” เขาเดินนำดาวิกาไปยังมุมหนึ่งของสวน ที่มีต้นมะม่วงต้นใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง กิ่งก้านของมันแผ่สาขาออกไปกว้าง “นี่… ต้นมะม่วงต้นนั้น” ดาวิกาชี้ไปที่ต้นมะม่วง “ฉันยังจำได้เลย” ภาคินเดินไปยืนใต้ต้นมะม่วง “ใช่ครับ ต้นนี้เลย” เขามองขึ้นไปบนกิ่งก้าน “ผมยังจำได้เลยว่าคุณชอบปีนขึ้นไปนั่งเล่นอยู่บนนี้” “แล้วภาคินก็ชอบมานั่งรออยู่ข้างล่าง” ดาวิกาเสริม “กลัวฉันจะตกลงมา” “ผมก็… เป็นห่วงจริงๆ นี่ครับ” ภาคินกล่าว เขาหันมามองดาวิกา “คุณเคยบอกว่าอยากปีนให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้” “ฉันอยากเห็นโลกจากมุมที่กว้างกว่าเดิม” ดาวิกาพึมพำ “อยากเห็นท้องฟ้าที่ไกลกว่าที่เคยเห็น” “แล้ว… วันนี้คุณเห็นแล้วหรือยังครับ” ภาคินถาม “โลกจากมุมที่กว้างกว่าเดิม” ดาวิกามองไปยังท้องฟ้าสีครามกว้างไกล ภาพของเธอในวันนี้ที่ประสบความสำเร็จในวงการบันเทิง แต่กลับรู้สึกว่างเปล่าในบางครั้ง ทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่า ความสุขที่แท้จริงคืออะไร “ฉัน… ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ” ดาวิกาตอบอย่างตรงไปตรงมา “บางที… สิ่งที่ฉันคิดว่ากว้างที่สุด อาจจะยังไม่ใช่ที่สุดก็ได้” ภาคินยิ้ม “บางที… ความสุขก็อาจจะอยู่ใกล้ๆ ตัวเรานี่แหละครับ ไม่ต้องไปปีนป่ายที่ไหนไกล” ดาวิกาหันมามองเขา “ภาคิน… ตั้งแต่ฉันจากไป… คุณไม่เคยคิดจะออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิตเลยเหรอ” “ผม… ก็มีไปบ้างครับ” ภาคินตอบ “แต่สุดท้าย… ผมก็อยากกลับมาอยู่ตรงนี้” “ทำไมล่ะ” “ที่นี่… มันคือบ้านของผมครับ” ภาคินกล่าว “แล้ว… ที่นี่ก็มีทุกอย่างที่ผมต้องการ” “ทุกอย่าง… ที่คุณต้องการ?” ดาวิกาทวนคำ “ใช่ครับ” ภาคินพยักหน้า “มีป้าสมศรี มีสวน มีธรรมชาติ… แล้วก็… มีความทรงจำดีๆ” ดวงตาของเขาจ้องมองดาวิกาอย่างมีความหมาย ดาวิการู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจอีกครั้ง “คุณ… ยังจำเรื่องของเราได้อยู่ไหม” ภาคินถามต่อ “เรื่องตอนเด็กๆ น่ะ” “แน่นอนสิ” ดาวิกาตอบ “ฉันจำได้ทุกเรื่องเลย” “ผมก็เหมือนกัน” ภาคินกล่าว “ผมจำได้ว่าคุณชอบให้ผมเล่าเรื่องให้ฟังก่อนนอน… แล้วคุณก็ชอบแกล้งปลุกผมตอนเช้า” “แล้วภาคินก็ชอบบ่นว่าฉันเสียงดัง” ดาวิกาหัวเราะ “ก็เสียงดังจริงๆ นี่ครับ” ภาคินแกล้งทำหน้าขึงขัง “แต่… ถึงจะบ่น… ผมก็ไม่เคยอยากให้คุณเงียบไปเลยนะ” ดาวิการู้สึกแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย เธอหลบสายตาของภาคินไปมองต้นไม้รอบๆ “คุณ… มาที่นี่บ่อยไหมคะ” ภาคินถาม “หลังจากนี้” “ฉัน… ไม่แน่ใจค่ะ” ดาวิกาตอบ “งานฉันค่อนข้างแน่น” “ถ้าคุณมีเวลา… ลองแวะมานะครับ” ภาคินกล่าว “ผมอยาก… อยากให้คุณได้พักผ่อนจริงๆ” “ฉันจะพยายามค่ะ” ดาวิกาตอบ ทั้งสองเดินต่อไปเรื่อยๆ ในสวน ภาคินเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพืชพันธุ์ต่างๆ ที่เขาปลูก ดาวิกาก็รับฟังอย่างตั้งใจ เธอรู้สึกว่าภาคินมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง “คุณ… รู้เรื่องเกี่ยวกับพืชสมุนไพรด้วยเหรอคะ” ดาวิกาถาม เมื่อเห็นภาคินกำลังเด็ดใบไม้บางชนิด “นิดหน่อยครับ” ภาคินตอบ “ป้าสมศรีแกสอนมา” “น่าทึ่งจัง” ดาวิกาชื่นชม “คุณดูมีความสุขกับการทำสิ่งเหล่านี้มากเลยนะคะ” “ผมก็… มีความสุขจริงๆ ครับ” ภาคินกล่าว “การได้อยู่กับธรรมชาติ… มันทำให้ผมรู้สึกสงบ” “ฉัน… อิจฉาคุณจัง” ดาวิกาหลุดปากออกไป ภาคินหันมามองเธอด้วยความแปลกใจ “อิจฉาผมเหรอครับ ทำไมครับ” “ก็… คุณมีชีวิตที่เรียบง่าย มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ” ดาวิกาอธิบาย “ในขณะที่ฉัน… ต้องดิ้นรนอยู่ตลอดเวลา” “คุณก็… มีชีวิตที่น่าอิจฉาในแบบของคุณนะครับ” ภาคินกล่าว “ได้ทำตามความฝัน ได้เป็นที่รู้จัก… นั่นก็เป็นสิ่งที่มีค่า” “แต่บางที… ความดัง… มันก็มาพร้อมกับความกดดันค่ะ” ดาวิกากล่าว “ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองต้องสวมหน้ากากอยู่ตลอดเวลา” “ผมเข้าใจครับ” ภาคินพยักหน้า “บางที… การเป็นตัวเองอย่างที่ป้าสมศรีบอก… ก็อาจจะดีที่สุด” “การเป็นตัวเอง…” ดาวิกาทวนคำ “บางที… ฉันก็ลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นใคร” ภาคินหยุดเดิน และหันมาเผชิญหน้ากับดาวิกา “คุณคือดาวิกา… เด็กหญิงที่เคยปีนต้นมะม่วงหลังบ้านผม คุณคือคนที่ผมรู้จัก… ที่ผมผูกพัน” คำพูดของภาคินทำให้ดาวิกรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา และเห็นความรู้สึกที่จริงใจสะท้อนกลับมา “เรา… อาจจะไม่ได้เจอกันมานาน” ภาคินกล่าวต่อ “แต่… ความผูกพันบางอย่าง… มันไม่เคยหายไปไหนเลยนะครับ” ดาวิกาพยักหน้า เธอรู้สึกเช่นนั้นเช่นกัน ความรู้สึกบางอย่างที่เคยมีต่อภาคินเมื่อครั้งยังเด็ก กำลังกลับมาปลุกเร้าอีกครั้ง “คุณป้าสมศรีกำลังจะเรียกเราไปทานข้าวแล้วครับ” ภาคินกล่าว “ไปกันเถอะครับ” “ค่ะ” ดาวิกาตอบ ทั้งสองเดินกลับไปที่บ้าน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นและความทรงจำเก่าๆ ที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

4,390 ตัวอักษร