ตอนที่ 25 — ก้าวข้ามอดีตอันขมขื่น
การเดินทางไปเยี่ยมมินตราที่เรือนจำกลายเป็นกิจวัตรประจำสัปดาห์ของดนัยและอลิสา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับทั้งคู่ที่จะต้องเผชิญหน้ากับอดีตอันเจ็บปวดที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชาของมินตรา แต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่ยอมแพ้ อลิสามักจะเตรียมขนมหรือของใช้เล็กๆ น้อยๆ ไปฝากมินตราเสมอ โดยหวังว่าสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะช่วยคลายความรู้สึกโดดเดี่ยวของน้องสาวสามีได้บ้าง
"วันนี้เป็นไงบ้างคะ" อลิสาเอ่ยถามขณะที่ทั้งสามนั่งล้อมวงกันอยู่ในห้องรับรองของเรือนจำ วันนี้เป็นวันแดดจ้า แสงแดดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ เข้ามา ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นขึ้นกว่าปกติ
มินตราเงยหน้าขึ้นมองอลิสา ดวงตาของเธอที่เคยฉายแววแข็งกร้าวเริ่มมีความอ่อนโยนปรากฏให้เห็นบ้างแล้ว "ก็…ก็เหมือนเดิมค่ะ" เธอตอบเสียงเบา
ดนัยพยักหน้า เขาหยิบรูปถ่ายครอบครัวที่เขาถ่ายเมื่อไม่นานมานี้ออกมาจากกระเป๋า เป็นรูปของเขากับอลิสาที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข "นี่…เราถ่ายรูปมาใหม่ เอามาให้ดู"
มินตรามองรูปถ่ายนั้นนานกว่าปกติ เธอเลื่อนสายตาจากใบหน้าของอลิสาไปมองใบหน้าของดนัย รอยยิ้มของเขากับอลิสาช่างดูอบอุ่นเหลือเกิน แตกต่างจากรอยยิ้มที่เคยปรากฏบนใบหน้าของเธอเองในอดีต "สวยจังค่ะ" เธอพึมพำ
"นี่รูปของคุณแม่ของเราด้วยนะ" ดนัยชี้ไปที่รูปเล็กๆ ที่อลิสาถือไว้ในมือ เป็นรูปที่เขาไปหามาได้จากบ้านพักเก่าของบิดา เป็นรูปที่แม่ของเขากำลังอุ้มเด็กทารกที่คาดว่าเป็นมินตรา ใบหน้าของแม่ดูอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรัก "ท่านคงรักคุณมากนะครับ"
มินตรามองรูปนั้นด้วยดวงตาที่เริ่มแดงก่ำ "ฉัน…ฉันไม่เคยเห็นรูปนี้มาก่อนเลยค่ะ"
"ผมก็เพิ่งเจอเหมือนกัน" ดนัยกล่าว "พ่อเก็บไว้ตลอดเลยนะ…ผมว่าท่านคงอยากให้คุณรู้ว่า…ท่านไม่ได้ทอดทิ้งคุณไปไหน"
"แต่…ทำไมท่านถึงไม่เคยมาหาฉันเลยล่ะคะ" มินตราถามเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม
อลิสาขยับเข้าไปใกล้และวางมือบนไหล่ของมินตราอย่างแผ่วเบา "บางที…การตัดสินใจบางอย่างของผู้ใหญ่…มันก็อาจจะมีเหตุผลที่เราไม่เข้าใจก็ได้ค่ะ…แต่ที่แน่ๆ คือ…ท่านรักคุณนะ…และตอนนี้…พี่ชายของคุณก็รักคุณมากเหมือนกัน"
ดนัยพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่…ผมรักน้องสาวของผม…ผมอยากให้เราเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ"
คำพูดของดนัยและอลิสาเหมือนสายน้ำเย็นที่ชะโลมใจที่แห้งผากของมินตรามานาน เธอไม่เคยได้รับความรักและความอบอุ่นแบบนี้มาก่อนเลยตลอดชีวิตที่ผ่านมา ความรู้สึกผิด ความเสียใจ และความหวัง เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธอ
"ฉัน…ฉันอยากขอโทษค่ะ" มินตราพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว "ฉัน…ฉันทำผิดพลาดไปมากจริงๆ"
"เราทุกคนก็ทำผิดพลาดกันได้นะมินตรา" อลิสากล่าว "สิ่งสำคัญคือเราเรียนรู้จากมันและก้าวต่อไป"
"ผมเองก็เหมือนกัน" ดนัยเสริม "ผมเองก็มีส่วนที่ทำให้เรื่องราวต่างๆ มันเลวร้ายลง…เพราะผมเองก็ไม่เคยใส่ใจที่จะทำความเข้าใจคุณให้ดีพอ"
พวกเขาใช้เวลาพูดคุยกันอีกพักใหญ่ ก่อนจะถึงเวลาที่ต้องแยกจากกัน ครั้งนี้ บรรยากาศระหว่างทั้งสามคนดูผ่อนคลายลงกว่าครั้งไหนๆ มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมินตราบ้างแล้ว
เมื่อขับรถกลับบ้าน อลิสาก็พูดขึ้น "ฉันว่า…เรามาถูกทางแล้วค่ะ"
"ผมก็คิดอย่างนั้น" ดนัยตอบ "ผมรู้สึกว่า…มินตราเริ่มจะเปิดใจให้เรามากขึ้นแล้ว"
"การเยียวยาบาดแผลในอดีตมันต้องใช้เวลาค่ะ" อลิสาพูด "เราต้องอดทน…แล้วก็…ให้กำลังใจเธอต่อไป"
"ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้มินตรากลับมายิ้มได้อีกครั้ง" ดนัยกล่าวอย่างตั้งใจ "ผมจะไม่มีวันยอมให้เธอต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป"
ในช่วงหลายเดือนต่อมา ดนัยและอลิสาพามินตราไปพบจิตแพทย์ตามคำแนะนำของอลิสา การบำบัดเป็นกระบวนการที่ยาวนานและเจ็บปวดสำหรับมินตรา เธอต้องเผชิญหน้ากับความทรงจำเลวร้ายในอดีตอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
ดนัยและอลิสาคอยให้กำลังใจอยู่เสมอ บางครั้งพวกเขาก็ไปนั่งรออยู่ข้างนอกห้องบำบัด คอยให้มินตราได้ระบายความรู้สึกออกมาอย่างเต็มที่
"คุณคิดว่าเธอจะไหวไหม" ดนัยถามอลิสาขณะที่พวกเขากำลังนั่งรออยู่ที่สวนของโรงพยาบาลจิตเวช
"ฉันเชื่อว่าเธอจะไหวค่ะ" อลิสาตอบ "การได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญมันจะช่วยให้เธอเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น…แล้วก็…การมีเราอยู่ข้างๆ ก็เป็นกำลังใจที่สำคัญมาก"
"ผมดีใจจริงๆ ที่มีคุณอยู่เคียงข้างนะครับ" ดนัยกุมมืออลิสา "ถ้าไม่มีคุณ…ผมคงไม่รู้จะทำยังไง"
"เราคือครอบครัวเดียวกันนะคะ" อลิสายิ้ม "เราจะผ่านทุกอย่างไปด้วยกันเสมอ"
การเยียวยาไม่เพียงแต่เกิดขึ้นกับมินตราเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นกับดนัยด้วย การได้เห็นน้องสาวของตนเองค่อยๆ ดีขึ้น ทำให้ความรู้สึกผิดในใจของเขาลดน้อยลงไปมาก เขารู้สึกดีขึ้นที่ได้ทำหน้าที่พี่ชายอย่างสมบูรณ์แบบเสียที
วันหนึ่ง ขณะที่มินตรากลับมาจากการบำบัด เธอก็ةนำเอาผลงานศิลปะที่เธอวาดมาให้ดนัยและอลิสาดู มันเป็นภาพวาดสีน้ำมันที่สวยงาม แสดงถึงทุ่งดอกไม้สีสันสดใสภายใต้แสงแดดอันอบอุ่น
"นี่…นี่คือความรู้สึกของฉันค่ะ" มินตรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง "ฉันอยากให้…โลกใบนี้มันสดใสเหมือนภาพวาดนี้ค่ะ"
ดนัยและอลิสามองหน้ากัน พวกเขาเห็นประกายแห่งความสุขที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของมินตรา ภาพวาดนั้นไม่ใช่แค่ภาพวาดธรรมดา แต่มันคือสัญลักษณ์ของการเยียวยา การก้าวข้ามผ่านอดีตอันขมขื่น และการเริ่มต้นชีวิตใหม่
"สวยมากเลยมินตรา" อลิสาเอ่ยชมจากใจจริง
"ผมรักภาพนี้มากเลย" ดนัยกล่าว "ขอบคุณนะ…ที่วาดให้เรา"
รอยยิ้มที่แท้จริงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมินตรา มันเป็นรอยยิ้มที่สวยงามที่สุดเท่าที่ดนัยเคยเห็นมา
4,372 ตัวอักษร