ตอนที่ 19 — เบื้องลึกของความอาฆาตแค้น
"ของคุณรามเหรอ" ผู้ใหญ่บ้านทวนคำ "ทำไมเขาถึงอ้างสิทธิ์ในที่ดินผืนนี้ได้"
"ฉันก็ไม่แน่ใจค่ะ" แสงดาวตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงประหม่า "แต่เขาพูดเหมือนว่า... บรรพบุรุษของเขาเคยเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้มาก่อน"
เมฆาขมวดคิ้ว เขาพยายามนึกย้อนไปถึงข้อมูลที่รวบรวมมา แต่ก็ไม่มีอะไรบ่งชี้ถึงเรื่องนี้เลย "เขาอ้างว่าเคยมีหลักฐานอะไรยืนยันคำกล่าวอ้างนั้นบ้างไหมครับคุณดาว"
"เขาไม่ได้บอกค่ะ" แสงดาวส่ายหน้า "เขาแค่พูดเหมือนเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้ว"
"น่าสงสัยเหลือเกิน" ผู้ใหญ่บ้านพึมพำ "ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ทำไมเขาถึงเพิ่งมาอ้างสิทธิ์เอาตอนนี้ล่ะ"
"นั่นสิคะ" แสงดาวเห็นด้วย "มันไม่สมเหตุสมผลเลย"
"ผมว่า... เรื่องนี้อาจจะซับซ้อนกว่าที่เราคิด" เมฆากล่าว "รามอาจจะกำลังใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการเข้ามาครอบครองที่ดินของเรา" เขาหันไปมองชาวบ้านคนอื่นๆ "เราต้องหาข้อมูลให้มากกว่านี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาของที่ดินผืนนี้ หรือประวัติของครอบครัวคุณรามเอง"
"ผมจะลองไปสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านดูครับ" ผู้ใหญ่บ้านอาสา "บางทีท่านอาจจะพอทราบเรื่องราวในอดีต"
"ขอบคุณครับผู้ใหญ่" เมฆากล่าว "ผมเองก็จะพยายามสืบค้นข้อมูลจากแหล่งอื่นเพิ่มเติมด้วย"
บรรยากาศในที่ประชุมยังคงอึมครึมไปด้วยความกังวล ชาวบ้านต่างมองหน้ากันด้วยความไม่แน่ใจ แต่ท่ามกลางความหวาดหวั่นนั้น แสงดาวสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นที่ฉายชัดในดวงตาของเมฆา เธอรู้ดีว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยให้ความฝันของพวกเขาต้องพังทลายไปง่ายๆ
หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม แสงดาวเดินออกมาส่งเมฆาที่หน้าบ้านพักกลางไร่นา
"ขอบคุณมากนะคะคุณเมฆา" แสงดาวเอ่ย "ที่ช่วยดูแลพวกเราแบบนี้"
เมฆายิ้มบางๆ "ผมทำในสิ่งที่ควรทำครับคุณดาว" เขาหยุดเล็กน้อย "แต่ผมก็ยังกังวลอยู่ดี"
"กังวลเรื่องอะไรคะ"
"กังวลว่ารามจะใช้วิธีการที่คาดไม่ถึง" เมฆาตอบ "เขาดูเป็นคนที่มีแผนการซับซ้อน และไม่น่าจะยอมแพ้ง่ายๆ"
"แล้วเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าใครในหมู่บ้านของเราไม่ได้ให้ข้อมูลเขา" แสงดาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "คำพูดของคุณเมฆาเมื่อวานนี้ยังคงติดอยู่ในใจฉัน"
เมฆาถอนหายใจ "ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณครับ" เขาว่า "แต่เราต้องเชื่อมั่นในคนของเรา" เขาเดินเข้าไปใกล้เธอเล็กน้อย "ผมเชื่อว่าคนในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่เป็นคนดี และจะไม่มีใครหักหลังพวกเรา"
"ฉันก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นค่ะ" แสงดาวพยักหน้า "แต่ถ้ามีจริงๆ เราจะรู้ได้อย่างไรคะ"
"นั่นคือเหตุผลที่ผมขอให้คุณช่วยสังเกตการณ์" เมฆากล่าว "ถ้าคุณเห็นอะไรที่ผิดปกติ หรือมีใครเข้ามาพูดคุยกับคุณด้วยท่าทีลับลมคมใน คุณต้องรีบมาบอกผมทันทีนะครับ"
"ค่ะ ฉันจะระวังให้ถึงที่สุด" แสงดาวรับปาก "ฉันจะพยายามเป็นหูเป็นตาให้คุณเมฆาและชาวบ้านทุกคน"
"ขอบคุณครับ" เมฆาเอ่ย "ผมรู้ว่าคุณกำลังแบกรับภาระที่หนักอึ้งอยู่" เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "แต่จำไว้นะครับ คุณไม่ได้อยู่คนเดียว"
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของแสงดาวอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด แม้สถานการณ์จะเลวร้าย แต่เธอก็รู้สึกว่ายังมีเมฆาอยู่เคียงข้างเสมอ
รุ่งเช้าวันต่อมา ผู้ใหญ่บ้านได้กลับมาพร้อมกับข่าวที่ทำให้ทุกคนใจชื้นขึ้น เขาได้ไปพูดคุยกับยายทองคำ ซึ่งเป็นหญิงชราที่อาวุโสที่สุดในหมู่บ้าน และเป็นที่เคารพนับถือของทุกคน
"ยายทองคำบอกว่า" ผู้ใหญ่บ้านเริ่มเล่า "เท่าที่ท่านจำได้ ที่ดินผืนนี้เป็นของชาวบ้านมานานหลายชั่วอายุคน ไม่เคยมีประวัติว่าใครเคยอ้างสิทธิ์ในที่ดินนี้มาก่อน"
"แล้วเรื่องที่ว่าบรรพบุรุษของคุณรามเคยเป็นเจ้าของล่ะคะ" แสงดาวถาม
"ยายทองคำก็ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย" ผู้ใหญ่บ้านตอบ "ท่านบอกว่าถ้าเป็นเรื่องจริง คงจะมีการเล่าขานกันมาบ้าง"
เมฆาถอนหายใจด้วยความโล่งอก "นั่นเป็นข่าวดีมากครับ" เขาว่า "แสดงว่าคำกล่าวอ้างของรามเป็นเพียงการปั่นหัวเราเท่านั้น"
"แต่เขาก็ยังคงเป็นภัยคุกคามอยู่ดี" ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว "เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเขาจะไม่หาทางอื่นมาเล่นงานเรา"
"เราต้องเตรียมพร้อมเสมอครับ" เมฆากล่าว "ผมจะให้คนของเราคอยเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของรามอย่างใกล้ชิด" เขาหันไปทางแสงดาว "คุณดาวครับ คุณยังคงต้องช่วยผมสังเกตการณ์อยู่เหมือนเดิมนะครับ"
"แน่นอนค่ะ" แสงดาวตอบรับ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว การปลูกข้าวได้เริ่มเข้าสู่ช่วงใกล้เก็บเกี่ยว รวงข้าวสีทองอร่ามเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง สร้างความหวังให้กับชาวบ้านอีกครั้ง แต่ภายใต้ความหวังนั้น ความกังวลเกี่ยวกับรามก็ยังคงวนเวียนอยู่
แสงดาวสังเกตเห็นว่ามีรถยนต์คันหนึ่งเข้ามาในหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอไม่เคยเห็นรถยนต์คันนั้นมาก่อน และมันก็ไม่ใช่รถของชาวบ้านในหมู่บ้าน
"คุณเมฆาคะ" แสงดาวเข้าไปหาเมฆาที่กำลังตรวจดูความเรียบร้อยของระบบสูบน้ำ "มีรถยนต์แปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้านค่ะ สีดำ ไม่เคยเห็นมาก่อน"
เมฆาเงยหน้าขึ้นมองเธอ "รถยนต์คันนั้นเข้ามาบ่อยไหมครับ"
"ก็... สัปดาห์นี้เข้ามาประมาณสองครั้งค่ะ" แสงดาวตอบ "ฉันไม่แน่ใจว่าพวกเขามาทำอะไร"
"ผมจะให้คนของเราไปตรวจสอบดูครับ" เมฆากล่าว "ขอบคุณที่แจ้งให้ผมทราบนะครับ"
"ไม่เป็นไรค่ะ" แสงดาวตอบ "ฉันก็อดสงสัยไม่ได้"
"คุณดาวครับ" เมฆาเรียกเธอไว้ "ผมอยากจะขอให้คุณช่วยจำรูปร่างหน้าตาของคนที่อยู่ในรถคันนั้นด้วยนะครับ หากเป็นไปได้"
"ค่ะ ฉันจะพยายามค่ะ" แสงดาวรับปาก
เย็นวันนั้น ขณะที่แสงดาวกำลังรดน้ำต้นผักสวนครัวหลังบ้าน เธอเห็นชายแปลกหน้าคนหนึ่งเดินเข้ามาในบริเวณบ้านของเธอ
"คุณ... มาหาใครคะ" แสงดาวถามด้วยความระแวง
ชายคนนั้นมีท่าทางอิดๆ ออดๆ "เอ่อ... ผมมาหาคุณแสงดาวครับ"
"ฉันเองค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ"
ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้เธอขึ้นอีกเล็กน้อย "ผม... มีเรื่องอยากจะฝากไปบอกคุณรามครับ"
คำว่า "คุณราม" ทำให้แสงดาวชะงัก "ฝากไปบอกคุณราม?" เธอทวนคำ "แล้วคุณเป็นใครคะ"
"ผมเป็นคนของเขาครับ" ชายคนนั้นตอบ "เขาฝากมาบอกว่า... ให้คุณดาวอย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรโดยพลการ"
"หมายความว่ายังไงคะ" แสงดาวถามด้วยความไม่เข้าใจ
"เขาก็บอกว่า... ถ้าคุณดาวให้ความร่วมมือกับเขา ก็จะมีผลประโยชน์ตอบแทนมากมาย" ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเนิบๆ "เขาบอกว่า... เขาอยากให้คุณดาวคิดให้ดีๆ"
หัวใจของแสงดาวเต้นแรง เธอรู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา "ฉัน... ฉันไม่เข้าใจค่ะ"
"ก็... ประมาณว่า... ถ้าคุณดาวช่วยให้เขาได้ที่ดินผืนนี้ไป คุณดาวก็จะได้ส่วนแบ่ง" ชายคนนั้นยักไหล่ "เขาบอกว่า... เขาจะดูแลคุณดาวกับครอบครัวอย่างดี"
"ฉันไม่ต้องการอะไรทั้งนั้นค่ะ" แสงดาวพูดเสียงแข็ง "ฉันไม่ต้องการเงิน หรือผลประโยชน์จากเขา"
"คุณดาวครับ" ชายคนนั้นมองหน้าเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป "คุณรามเขา... เป็นคนไม่ชอบให้ใครมาท้าทายนะครับ"
"ฉันไม่ได้ท้าทายเขา" แสงดาวตอบ "ฉันแค่ปกป้องสิ่งที่ฉันเชื่อ"
"เขาบอกว่า... การปกป้องของคุณดาวครั้งนี้ อาจจะนำพาความเดือดร้อนมาสู่ตัวคุณเองและครอบครัวของคุณได้นะครับ" ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยคำข่มขู่ "เขาไม่ได้พูดเล่นนะครับ"
แสงดาวรู้สึกหนาวเยือกไปถึงไขสันหลัง เธอรีบตอบรับไปอย่างลวกๆ "ฉันเข้าใจแล้วค่ะ"
"ดีครับ" ชายคนนั้นยิ้มมุมปาก "ผมจะไปบอกคุณรามว่าคุณดาวเข้าใจแล้วนะครับ"
ชายคนนั้นเดินจากไป ทิ้งให้แสงดาวตัวสั่นเทา เธอรีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเมฆา
"คุณเมฆาคะ!" เสียงของเธอสั่นเครือ "มีคนมาหาฉันค่ะ เขาบอกว่า... เขาเป็นคนของคุณราม!"
5,815 ตัวอักษร