ตอนที่ 1 — ลมพัดพาใจชายหนุ่มสู่ทุ่งทอง
แสงแดดยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงมากระทบผืนนาสีทองอร่ามละลานตา ลมเอื่อยๆ พัดพาเอากลิ่นดิน กลิ่นดอกหญ้า และกลิ่นไอแห่งความสุขสงบมาแตะปลายจมูกของอัญชัน หญิงสาวในชุดผ้าถุงสีครามสดกับเสื้อคอกลมสีขาวใบหน้าเกลี้ยงเกลา ดวงตาคมเข้มสะท้อนประกายแห่งความหวัง ขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บเกี่ยวรวงข้าวที่สุกงอมอย่างขะมักเขม้น เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมบางส่วน แต่รอยยิ้มอ่อนโยนยังคงประดับอยู่บนริมฝีปากอิ่มของเธอเสมอ "อีกไม่นานก็เสร็จแล้วนะพ่อ แม่" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ นึกถึงใบหน้าเปื้อนยิ้มของพ่อแม่ที่รอข้าวกลับไปตำเป็นแป้งทำขนม
เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวชาวนาที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ กลางทุ่งทองแห่งนี้ ชีวิตของเธอเรียบง่าย ผูกพันกับผืนดินกับแสงแดดกับสายลมมาตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยมีเรื่องยุ่งยากซับซ้อนใดๆ นอกจากการดูแลไร่นาให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุดในแต่ละปี การช่วยเหลือพ่อแม่ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ และการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเพื่อนบ้านที่อบอุ่น
ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์อันคุ้นเคยก็ดังแว่วมาแต่ไกล เสียงรถยนต์ที่หาได้ยากยิ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ ทำให้ชาวบ้านที่กำลังทำงานอยู่ตามทุ่งนาต้องหันไปมองด้วยความแปลกใจ รถกระบะสีดำสนิทรุ่นใหม่ล่าสุด คันงาม แล่นฝ่าฝุ่นคลุ้งมาตามทางดิน ท่ามกลางสายตาของทุกคน อัญชันเองก็ชะงักมือจากการเกี่ยวข้าว หันไปมองรถคันนั้นเช่นกัน
รถจอดสนิทลงตรงกลางทุ่งนา แสงแดดสะท้อนจากกระจกจนแสบตา ประตูรถเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่ดูจะผิดที่ผิดทางอย่างเหลือเกินกับบรรยากาศชนบทเช่นนี้ ใบหน้าคมคายจัดแต่งทรงอย่างดี ผิวขาวเนียนสะอาด ดวงตาสีเข้มทอประกายเย็นชา ขณะที่เขาก้าวลงจากรถราวกับเจ้าของพื้นที่ ท่าทางสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยความห่างเหิน
"คุณทัพฟ้าคะ" เสียงเรียกชื่อดังขึ้นมาจากใครบางคนในกลุ่มชาวบ้านที่เริ่มเดินเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มหันไปมองอย่างรวดเร็ว เขาคือทัพฟ้า นักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ชายหนุ่มผู้กรำศึกในเมืองใหญ่ ชายหนุ่มผู้ซึ่งชีวิตของเขาตรงข้ามกับผืนดินและสายลมแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
ทัพฟ้ายิ้มบางๆ ให้กับชาวบ้านที่เข้ามาทักทาย เขามาที่นี่เพื่อสำรวจที่ดินผืนใหญ่ที่บริษัทของเขากำลังจะเข้าซื้อเพื่อพัฒนาเป็นรีสอร์ทหรู แต่ทันทีที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นร่างบางในชุดผ้าถุงสีครามที่กำลังยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลนัก หัวใจของเขาก็พลันเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
หญิงสาวคนนั้นมีผมยาวดำขลับ มัดรวบไว้หลวมๆ ใบหน้าของเธอเปื้อนยิ้มเล็กน้อย ขณะที่เธอกำลังก้มลงมองกองข้าวที่เธอเก็บเกี่ยวมาได้ ดวงตาของเธอเป็นประกายสดใส ราวกับดวงดาวที่ส่องแสงในยามค่ำคืน รอยยิ้มของเธอบริสุทธิ์และจริงใจ มันเป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งในสังคมเมืองที่เขาคุ้นเคย
"สวัสดีครับ ผมทัพฟ้า" เขาเอ่ยเสียงทุ้ม นัยน์ตาจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่วางตา "ผมมาดูที่ดินแถวนี้หน่อยครับ"
อัญชันผงกศีรษะรับอย่างสุภาพ เธอก้มหน้ามองมือตัวเองที่ยังคงจับรวงข้าวไว้ "ยินดีค่ะ คุณทัพฟ้า" เสียงของเธอใสราวกับเสียงกระดิ่งลมที่พัดพาความสดชื่น
"คุณ... ชื่ออะไรครับ" ทัพฟ้าถาม น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"อัญชันค่ะ" เธอตอบ สบตาเขาเพียงครู่เดียว ก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง รู้สึกประหม่าเล็กน้อยกับสายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่ลดละของเขา
"อัญชัน" เขาทวนชื่อของเธอเบาๆ รสชาติของชื่อนั้นหวานละมุนในปาก "เป็นคนแถวนี้เหรอครับ"
"ค่ะ ฉันอยู่ที่นี่มาตลอดชีวิต" เธอตอบ "แล้วคุณทัพฟ้า มาทำอะไรแถวนี้คะ"
"ผมกำลังจะซื้อที่ดินผืนนี้เพื่อสร้างรีสอร์ทน่ะครับ" เขาตอบตามจริง "แต่ดูเหมือนผมจะหลงเข้ามาในทุ่งนาของคุณเสียแล้ว"
"ไม่เป็นไรค่ะ" อัญชันยิ้ม "เดี๋ยวฉันช่วยบอกทางไปส่วนที่ว่างให้ก็ได้ค่ะ"
ทัพฟ้ามองรอยยิ้มของเธออย่างอึ้งๆ ความสดใสและความจริงใจที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเธอ มันช่างแตกต่างจากหญิงสาวที่เขาเคยพบเจอในเมืองหลวงเหลือเกิน หญิงสาวเหล่านั้นมักจะแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าจนเกินจริง แววตาฉาบฉวย เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม แต่หญิงสาวตรงหน้าเขาคนนี้กลับเปลือยเปล่าและงดงามอย่างธรรมชาติ
"ขอบคุณมากครับ" เขาเอ่ย "แต่ผมว่าผมอยากจะสำรวจที่นี่ให้ทั่วก่อน"
"ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะคะ" อัญชันกล่าว "เดี๋ยวจะสายเกินไป"
"เดี๋ยวสิครับ" ทัพฟ้าเอ่ยรั้งเธอไว้ "คุณพอจะมีเวลาสักหน่อยไหมครับ ผมอยากจะขอข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินผืนนี้สักหน่อย"
อัญชันลังเลเล็กน้อย "ข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน... ฉันคงไม่ทราบอะไรมากหรอกค่ะ"
"ผมหมายถึงข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิตที่นี่น่ะครับ" ทัพฟ้าอธิบาย "คุณเป็นคนท้องถิ่น คุณน่าจะรู้เรื่องต่างๆ ได้ดีกว่าใคร"
"วิถีชีวิต..." อัญชันทวนคำ "หมายถึงอะไรคะ"
"ก็... เรื่องราวต่างๆ ในหมู่บ้านนี้ครับ" ทัพฟ้าพยายามอธิบาย "ผมอยากจะรู้จักที่นี่ให้มากขึ้น ก่อนที่จะมาสร้างรีสอร์ท"
อัญชันมองเขาด้วยแววตาฉงนระคนสงสัย แต่เมื่อเห็นแววตาที่ดูจริงจังของเขา เธอก็พยักหน้า "ถ้าคุณทัพฟ้าอยากรู้ ฉันก็ยินดีจะเล่าค่ะ"
ทัพฟ้ายิ้มกว้างอย่างพอใจ "ดีเลยครับ งั้น... เราไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่าไหมครับ"
เขาผายมือไปยังบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก อัญชันมองตามมือของเขา ก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าของทัพฟ้า ดวงตาของทั้งสองสบกัน แววตาของทัพฟ้าอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่อัญชันรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านร่างไป
"ก็ได้ค่ะ" เธอตอบรับ
ทัพฟ้าเดินนำไปที่โคนต้นไม้ โดยมีอัญชันเดินตามไปติดๆ เสียงหัวเราะคิกคักของชาวบ้านที่แอบมองอยู่ห่างๆ ดังแว่วมา แต่ทั้งสองก็ไม่ได้ใส่ใจ พวกเขากำลังจะเริ่มต้นบทสนทนาครั้งแรก ที่จะนำพาความรู้สึกที่ซับซ้อนมาสู่หัวใจของทั้งคู่
4,494 ตัวอักษร