ตอนที่ 19 — คำพิพากษาที่สั่นสะเทือนวงการ
ทัพฟ้าเผชิญหน้ากับวรุฒในห้องพิจารณาคดี บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด นักข่าวและผู้ที่สนใจคดีนี้ต่างจับจ้องมาที่ทั้งสองคน วรุฒดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำจากการอดนอนและความเครียด ทัพฟ้ายืนตรงสง่า ผิวคล้ำแดดที่ได้จากการลงพื้นที่บ้านไร่ ยิ่งขับเน้นความมุ่งมั่นในแววตา
“ผมขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของผมครับท่าน” ทัพฟ้ากล่าวเสียงหนักแน่น ต่อหน้าท่านผู้พิพากษา “ผมไม่เคยคิดที่จะฉ้อโกงที่ดินของใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชาวบ้านในพื้นที่ที่ผมรัก”
ทนายความของวรุฒพยายามโต้แย้งอย่างเต็มที่ พยายามชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดในกระบวนการรวบรวมหลักฐานของฝ่ายทัพฟ้า แต่หลักฐานที่สมชายให้มานั้นแน่นหนาเกินกว่าจะปฏิเสธได้ ภาพถ่าย บันทึกการสนทนาทางอีเมล และพยานบุคคล ล้วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือวรุฒพยายามหาช่องทางที่ผิดกฎหมายเพื่อยึดครองที่ดิน และเตรียมแผนสำรองในการทำลายชื่อเสียงของทัพฟ้า
“ท่านผู้พิพากษาครับ” ทนายความของทัพฟ้ากล่าวขึ้น “หลักฐานที่ท่านเห็นนี้ เป็นการยืนยันเจตนาอันไม่สุจริตของคุณวรุฒได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมาย หรือการวางแผนใส่ร้ายป้ายสี เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ส่วนตน”
วรุฒนั่งนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย แต่ในดวงตาฉายแววแห่งความสิ้นหวัง เขาหันไปมองบิดาที่นั่งอยู่แถวหลังสุดของห้อง บิดาของเขามองกลับมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและโกรธเคือง การกระทำของวรุฒไม่เพียงแต่ทำให้เขาต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงในวงธุรกิจ แต่ยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบิดาและบุตรชายแตกหักอย่างไม่อาจประสานได้
“ผมขอโอกาสชี้แจงครับ” วรุฒกล่าวเสียงสั่น “ผมยอมรับว่าผมต้องการที่ดินแปลงนั้นอย่างมาก เพราะมันเป็นส่วนสำคัญในการขยายธุรกิจของครอบครัว แต่ผมไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายใคร ผมแค่… ผมแค่ต้องการทำให้ดีที่สุดสำหรับธุรกิจ”
“ดีที่สุดสำหรับธุรกิจ หรือดีที่สุดสำหรับตัวคุณเองกันแน่” ทัพฟ้าสวนกลับทันควัน “คุณเคยคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชาวบ้านบ้างไหม? คุณเคยคิดถึงครอบครัวที่อาจต้องสูญเสียบ้านที่พวกเขาอาศัยมาทั้งชีวิตบ้างไหม?”
เสียงของทัพฟ้าดังขึ้นเรื่อยๆ จนท่านผู้พิพากษาต้องส่งสัญญาณให้สงบลง “ใจเย็นๆ คุณทัพฟ้า”
“ผมขอโทษครับท่าน” ทัพฟ้ากล่าว “แต่ผมทนไม่ได้จริงๆ ที่เห็นคนถูกเอาเปรียบ”
หลังจากการพิจารณาที่ยืดเยื้อหลายชั่วโมง ท่านผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษา ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง
“จากพยานหลักฐานที่ปรากฏต่อศาล ศาลวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องจริง ในข้อหาพยายามฉ้อโกง และหมิ่นประมาท โดยมีเจตนาชัดเจนในการยึดครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยมิชอบ และเตรียมการทำลายชื่อเสียงของโจทก์”
เสียงปรบมือดังขึ้นแผ่วเบาจากฝั่งของทัพฟ้า แต่ก็ถูกระงับทันที วรุฒนั่งนิ่งราวกับถูกสาป เขาได้ยินคำพิพากษา แต่เหมือนสมองไม่สามารถประมวลผลได้
“พิเคราะห์แล้ว เห็นควรลงโทษจำเลยตามกฎหมาย” ท่านผู้พิพากษาประกาศ “โดยให้จำคุก… แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพในบางส่วน และมีเหตุอันควรปรานี ศาลจึงกำหนดโทษจำคุก… พร้อมทั้งปรับเป็นเงิน…”
ทันทีที่คำพิพากษาเสร็จสิ้น บรรดาสื่อมวลชนก็กรูกันเข้าไปสัมภาษณ์ทัพฟ้า ทัพฟ้ายิ้มเล็กน้อย เขาหันไปมองอัญชันที่ยืนอยู่ข้างๆ รอยยิ้มของเธอทำให้เขารู้สึกอบอุ่นใจ
“คุณทัพฟ้าครับ รู้สึกอย่างไรบ้างครับกับคำตัดสินในวันนี้?” นักข่าวคนหนึ่งถาม
“ผมรู้สึกขอบคุณกระบวนการยุติธรรมครับ” ทัพฟ้าตอบ “ผมเชื่อว่าความถูกต้องต้องได้รับชัยชนะเสมอ และผมก็ดีใจที่ชาวบ้านจะได้รับความปลอดภัย และไม่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป”
“แล้วคุณวรุฒล่ะครับ คุณมีอะไรจะพูดถึงเขา?”
ทัพฟ้านิ่งไปครู่หนึ่ง “ผมหวังว่าบทเรียนครั้งนี้ จะทำให้คุณวรุฒได้ทบทวนการกระทำของตัวเอง และหันกลับมามองเส้นทางที่ถูกต้องครับ”
หลังจากการพิจารณาคดีเสร็จสิ้น วรุฒถูกนำตัวออกไป เขาเดินช้าๆ โดยไม่มองใคร บิดาของเขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง
อัญชันเดินเข้ามาหาทัพฟ้า “ทัพฟ้า…”
“เป็นไงบ้างครับคนดี” ทัพฟ้าโอบไหล่อัญชันเบาๆ “เหนื่อยไหม”
“ไม่เลยค่ะ” อัญชันตอบ “แค่อยากมาให้กำลังใจคุณ”
“ขอบคุณนะ” ทัพฟ้ากุมมือเธอ “หลังจากนี้ คงมีเรื่องอีกเยอะที่ต้องจัดการ แต่ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณ และชาวบ้านได้อีกแล้ว”
ข่าวคำพิพากษาของคุณวรุฒแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการธุรกิจและสังคมชั้นสูง วรุฒกลายเป็นบุคคลที่ถูกประณาม เขาต้องเผชิญกับผลกระทบจากการกระทำของตนเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรดาบริษัทที่เคยร่วมงานต่างถอนตัว โครงการที่วางแผนไว้ต้องหยุดชะงัก
ขณะที่ทัพฟ้ากำลังจะออกจากศาล เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
“เดี๋ยวก่อนคุณทัพฟ้า”
ทัพฟ้าหันไปมอง เป็นบิดาของคุณวรุฒ เขามีสีหน้าอ่อนล้า แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความจริงจัง
“ผม… ผมต้องขอโทษแทนลูกชายของผมด้วย” เขาเอ่ยเสียงเบา “ผมผิดเองที่เลี้ยงดูเขามาไม่ดีพอ ปล่อยให้เขาเติบโตมาพร้อมกับความทะเยอทะยานที่มากเกินไป”
ทัพฟ้าพยักหน้ารับ “ผมเข้าใจครับท่าน”
“ผมรู้ว่าการขอโทษอาจไม่เพียงพอ” บิดาของคุณวรุฒกล่าวต่อ “แต่ผมอยากจะบอกคุณว่า ผมจะพยายามชดเชยในสิ่งที่ลูกชายผมได้ก่อไว้ ผมจะดูแลเรื่องที่ดินของชาวบ้านให้ดีที่สุด และผมจะพยายามแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้น”
“ผมขอบคุณในความตั้งใจของคุณท่านครับ” ทัพฟ้าตอบ “ผมเชื่อว่าหากเราช่วยกัน เราจะสามารถทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้”
การตัดสินคดีของคุณวรุฒ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่เพียงแต่สำหรับตัววรุฒเอง แต่ยังรวมถึงตระกูลของเขา และวงการธุรกิจที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ความสำเร็จที่ได้มาด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ย่อมนำมาซึ่งหายนะเสมอ
4,518 ตัวอักษร