ตอนที่ 20 — ปีกที่ร้าวและหนทางที่ต้องเดิน
อรวรรณใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเก็บข้าวของ เธอค่อยๆ หยิบเสื้อผ้าที่เธอมีอยู่เพียงน้อยนิด ใส่ลงในกระเป๋าเดินทางใบเก่า เธอสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าที่กัดกินเข้ามาในหัวใจ ทุกครั้งที่มือของเธอแตะต้องสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง มันราวกับจะย้ำเตือนถึงความทรงจำดีๆ ที่เธอเคยมีร่วมกับผู้คนในคฤหาสน์แห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคุณชายภาคภูมิ
เธอหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมา เป็นรูปที่เธอถ่ายคู่กับคุณชายภาคภูมิในวันที่พวกเขาไปเดินเล่นที่ริมทะเลสาบ ใบหน้าของเขายิ้มอย่างอ่อนโยน ต่างจากภาพลักษณ์เย็นชาที่เขาแสดงออกเสมอ เธอยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนจะเก็บรูปนั้นไว้ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง
เมื่อลงมาถึงโถงทางเดินชั้นล่าง พนักงานคนหนึ่งซึ่งได้รับคำสั่งจากคุณหญิงพรรณี ยืนรออยู่พร้อมกับรถยนต์คันหนึ่ง "คุณหนูครับ เชิญทางนี้ครับ" เขาผายมือเชิญ
อรวรรณพยักหน้ารับ เธอเดินไปที่รถอย่างช้าๆ ราวกับเท้าของเธอถูกตรึงไว้กับพื้น เธอหันกลับไปมองคฤหาสน์หลังงามครั้งสุดท้าย ภาพของสวนอันเขียวขจี ห้องโถงอันโอ่อ่า และทุกมุม ทุกซอก ทุกมุมที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอ บัดนี้กำลังจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ
"คุณหนูครับ" พนักงานเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอยืนนิ่ง "เราต้องไปแล้วครับ"
อรวรรณถอนหายใจเบาๆ "ค่ะ" เธอตอบรับ แล้วก้าวขึ้นรถอย่างจำใจ
ตลอดทางไปสถานีรถไฟ อรวรรณนั่งนิ่งเงียบอยู่ริมหน้าต่าง เธอเฝ้ามองทิวทัศน์สองข้างทางที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ราวกับชีวิตของเธอกำลังถูกพัดพาไปสู่ดินแดนที่ไม่คุ้นเคย
เมื่อรถจอดเทียบชานชาลา เธอก็ลงจากรถอย่างรวดเร็ว เธอไม่ต้องการจะยืดเยื้อให้มากไปกว่านี้ เธอหันไปมองพนักงาน "ขอบคุณมากนะคะ" เธอเอ่ยอย่างสุภาพ
"ไม่เป็นไรครับคุณหนู" พนักงานตอบรับ "ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพครับ"
อรวรรณเดินเข้าไปในสถานีรถไฟด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เธอซื้อตั๋วรถไฟเที่ยวต่อไปยังบ้านเกิดของเธอ และนั่งรอรถไฟในส่วนของผู้โดยสารทั่วไป แม้ว่าจะมีผู้คนมากมาย แต่เธอกลับรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ไม่นานนัก เสียงประกาศดังขึ้นว่ารถไฟขบวนที่จะพาเธอไปยังบ้านเกิดกำลังจะมาถึง อรวรรณลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้าหาญ
ขณะที่เธอกำลังจะก้าวขึ้นรถไฟ จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา "อรวรรณ!"
อรวรรณชะงักเท้า เธอหันกลับไปมองอย่างตกใจ สิ่งที่เธอเห็นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
คุณชายภาคภูมิ! เขากำลังวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเธอ
"คุณชาย..." อรวรรณเอ่ยชื่อเขาอย่างแผ่วเบา
คุณชายภาคภูมิมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ หอบหายใจเล็กน้อย "ผม... ผมขอโทษ" เขาเอ่ยขึ้น "ผม... ไม่น่าปล่อยให้คุณหญิงตัดสินใจแบบนี้"
อรวรรณมองใบหน้าของคุณชายภาคภูมิที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและเจ็บปวด เธอเห็นประกายแห่งความรู้สึกผิดอย่างชัดเจนในดวงตาของเขา
"คุณชาย... ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ" เธอพยายามพูดเสียงให้เป็นปกติที่สุด "ดิฉันเข้าใจ"
"คุณไม่เข้าใจหรอกอรวรรณ" คุณชายภาคภูมิส่ายหน้า "ผม... ผมผิดเอง ผมไม่กล้าพอ"
"แต่... คุณหญิงทรงเป็นพระมารดาของคุณชาย" อรวรรณเอ่ย "ดิฉัน... เป็นเพียงคนนอก"
"ไม่ใช่! คุณไม่ใช่คนนอก" คุณชายภาคภูมิรีบโต้ "คุณ... คือคนที่ผมรัก"
คำว่า 'รัก' ที่หลุดออกมาจากปากของคุณชายภาคภูมิ ทำให้อรวรรณรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไปทั่วร่าง เธอเงยหน้ามองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยคำถาม
"ผม... ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้" คุณชายภาคภูมิเอ่ยต่อ "แต่ผมรู้ว่าผมไม่อยากเสียคุณไป"
"แต่... คุณหญิง..." อรวรรณเอ่ยชื่อมารดาของเขา
"ผมจะคุยกับคุณหญิงอีกครั้ง" คุณชายภาคภูมิกล่าวอย่างแน่วแน่ "ผมจะอธิบายให้ท่านเข้าใจ ว่าผมรักคุณ และผมต้องการให้คุณอยู่เคียงข้างผม"
"คุณชาย... อย่าทำเลยเจ้าค่ะ" อรวรรณพยายามห้าม "ดิฉันไม่อยากทำให้คุณชายลำบากใจ"
"นี่ไม่ใช่ความลำบากใจอรวรรณ" คุณชายภาคภูมิจับมือของเธอไว้แน่น "นี่คือสิ่งที่ผมต้องทำ"
เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สบตาของอรวรรณอย่างจริงจัง "ผมขอโอกาสอีกครั้งได้ไหมอรวรรณ? ขอโอกาสให้ผมได้พิสูจน์ตัวเอง"
อรวรรณมองเข้าไปในดวงตาของคุณชายภาคภูมิ เธอเห็นความมุ่งมั่นและความจริงใจที่ฉายชัดออกมา เธอรู้สึกถึงหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
"คุณชาย... จะแน่ใจหรือเจ้าคะ" เธอถามเสียงแผ่วเบา
"แน่ใจที่สุด" คุณชายภาคภูมิยืนยัน "ผมไม่สามารถปล่อยให้คุณเดินจากไปได้"
อรวรรณมองไปรอบๆ สถานีรถไฟที่วุ่นวาย เธอเห็นรถไฟที่กำลังจะออกเดินทางอยู่ไม่ไกล แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เห็นประกายแห่งความหวังที่กำลังส่องสว่างขึ้นในใจของเธอ
"ถ้าเช่นนั้น... ดิฉัน... ก็จะรอคุณชายเจ้าค่ะ" อรวรรณตอบรับด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น
ใบหน้าของคุณชายภาคภูมิคลายความกังวลลง เขาคลายมือที่จับมือของอรวรรณออกช้าๆ "ขอบคุณนะอรวรรณ" เขาเอ่ย "ผมจะรีบกลับมา"
"เดินทางโดยสวัสดิภาพนะเจ้าคะ" อรวรรณกล่าว
คุณชายภาคภูมิพยักหน้ารับ ก่อนจะหันหลังวิ่งกลับออกไปจากสถานีรถไฟ ทิ้งให้อรวรรณยืนมองตามเขาไปจนลับสายตา
เธอค่อยๆ หันกลับมามองรถไฟที่กำลังจะออกเดินทาง แต่คราวนี้ ความรู้สึกอ้างว้างกลับถูกแทนที่ด้วยความหวังที่ส่องประกาย
เธอรู้ว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และการต่อสู้กับคุณหญิงพรรณีคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อเธอเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของคุณชายภาคภูมิ เธอก็เชื่อมั่นว่าความรักของพวกเขาสามารถเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างได้
อรวรรณตัดสินใจ เธอจะไม่ขึ้นรถไฟขบวนนี้ เธอจะรออยู่ที่นี่ รอคอยวันที่คุณชายภาคภูมิจะกลับมาพร้อมกับคำตอบที่เธอต้องการ
เธอเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ในห้องรอผู้โดยสารอีกครั้ง แต่คราวนี้ ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวังและความมั่นใจ เธอรู้ว่าปีกของเธออาจจะร้าว แต่เธอก็เชื่อว่าความรักที่แท้จริงจะช่วยเยียวยาและทำให้เธอโบยบินต่อไปได้.
4,560 ตัวอักษร