สายใยรักที่พันผูกในวังวนกาลเวลา

ตอนที่ 1 / 40

ตอนที่ 1 — อดีตซ่อนเร้นในกล่องไม้โบราณ

แสงแดดยามบ่ายคล้อยสาดส่องผ่านม่านลูกไม้โปร่งบางเข้ามาในห้องทำงานของมารดา สร้างเงาตะคุ่มที่ทอดตัวยาวไปบนพื้นไม้ขัดมัน ลลิตาเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากห้องนี้เสมอ มันเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้แห้ง ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าและน้ำมันขัดเงา เฟอร์นิเจอร์ไม้สักสีเข้มที่ตั้งตระหง่านอยู่ทั่วห้องบ่งบอกถึงความหรูหราที่แฝงไว้ด้วยความคลาสสิก มารดาของเธอ คุณหญิงปิ่นอนงค์ เป็นนักสะสมของเก่าตัวยง และห้องทำงานแห่งนี้ก็เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของท่าน วันนี้ลลิตาตั้งใจจะมาขออนุญาตมารดาเรื่องการเลือกคณะที่จะเรียนต่อมหาวิทยาลัย เธอเก็บรายชื่อมหาวิทยาลัยและคณะที่สนใจไว้ในแฟ้มสีน้ำเงินเข้ม กะว่าจะนำมาปรึกษาหารือด้วยความหวังว่ามารดาจะเห็นด้วยกับทางเลือกของเธอ แต่เมื่อก้าวเข้ามาในห้อง เธอกลับได้ยินเสียงพูดคุยแผ่วเบาจากมุมหนึ่งของห้อง ซึ่งเป็นมุมที่ปกติจะเงียบสงัด "คุณหญิงครับ ผมได้ตรวจสอบเอกสารทั้งหมดแล้ว ไม่มีอะไรผิดพลาดเลยครับ" เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น "ดีมากค่ะคุณสมศักดิ์ ขอบคุณนะคะ" เสียงมารดาดังตอบแผ่วเบา ลลิตาชะงักไปเล็กน้อย ปกติแล้วถ้าเป็นเรื่องงานเอกสาร มารดาจะจัดการด้วยตัวเอง หรือไม่ก็มอบหมายให้เลขาฯ ส่วนตัวจัดการ ไม่เคยมีคุณสมศักดิ์คนนี้มาก่อน เธอค่อยๆ เดินไปที่ประตูห้องทำงานอย่างแผ่วเบาที่สุด พลางแอบมองผ่านช่องประตูที่เปิดอยู่เล็กน้อย เห็นมารดากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ หันหลังให้เธอเล็กน้อย คุณสมศักดิ์ ชายร่างสันทัด ใบหน้าดูภูมิฐานในวัยกลางคน กำลังยืนรอคำสั่งเพิ่มเติม ลลิตาเห็นมารดากำลังหยิบกล่องไม้แกะสลักใบหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก "คุณสมศักดิ์คะ ดิฉันอยากจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับต่อไปนะคะ โดยเฉพาะกับลูกๆ ของดิฉัน" คุณหญิงปิ่นอนงค์กล่าวเสียงหนักแน่น "จนกว่าจะถึงเวลาอันควร ดิฉันไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะรับได้หรือไม่" ลลิตาใจเต้นระรัว รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง เธอไม่เคยเห็นมารดาเป็นแบบนี้มาก่อน ปกติมารดาจะเปิดเผยและตรงไปตรงมากับเธอและพี่ชายเสมอ การที่มารดาพูดถึง "เวลาอันควร" และ "ลูกๆ จะรับได้หรือไม่" ยิ่งทำให้เธอสงสัย "เข้าใจแล้วครับคุณหญิง ผมจะดำเนินการตามที่คุณหญิงสั่งทุกประการ" คุณสมศักดิ์โค้งคำนับเล็กน้อย แล้วเดินจากไป ปล่อยให้คุณหญิงปิ่นอนงค์นั่งนิ่งอยู่กับกล่องไม้ใบนั้น เมื่อแน่ใจว่าคุณสมศักดิ์ออกไปแล้ว คุณหญิงปิ่นอนงค์ค่อยๆ เปิดกล่องไม้นั้นออก เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาดูอย่างพิจารณา ลลิตาเห็นใบหน้าของมารดาฉายแววเศร้าสร้อย มีร่องรอยของน้ำตาที่แห้งกรังอยู่ข้างแก้มจางๆ "แม่คะ" ลลิตาเอ่ยขึ้นเบาๆ จนมารดาตกใจ หันขวับมามอง "ลลิตา! ลูกมาตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะ แม่ไม่เห็น" คุณหญิงปิ่นอนงค์รีบเก็บกล่องและกระดาษลงในลิ้นชักอย่างรวดเร็ว ใบหน้าฉายแววกังวลเล็กน้อย "เพิ่งเดินเข้ามาค่ะแม่ เห็นคุณลุงสมศักดิ์ออกไปพอดี" ลลิตาตอบ พยายามไม่ให้เสียงสั่น "แม่คะ กำลังดูอะไรอยู่คะ หน้าตาดูไม่ค่อยดีเลย" คุณหญิงปิ่นอนงค์ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ พยายามยิ้มให้ลูกสาว "ไม่มีอะไรจ้ะลูก แค่ดูเอกสารเก่าๆ ของพ่อตอนทำงานน่ะจ้ะ" "เอกสารของคุณพ่อเหรอคะ" ลลิตาเดินเข้าไปใกล้ "แล้วทำไมแม่ถึงดูเศร้าจังคะ" "ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ แม่แค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ น่ะ" คุณหญิงปิ่นอนงค์เลี่ยงที่จะตอบตรงๆ "ว่าแต่ลูกมาหาแม่ มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ" ลลิตาจำได้ว่าตนเองมีเรื่องจะมาปรึกษา "ก็...ลลิตาอยากจะคุยเรื่องการเลือกคณะที่จะเรียนต่อค่ะ" เธอยื่นแฟ้มสีน้ำเงินให้มารดา "ลลิตาเลือกคณะนิเทศศาสตร์ไว้ค่ะ เพราะลลิตาชอบด้านนี้มาตลอด" คุณหญิงปิ่นอนงค์รับแฟ้มมาเปิดดู พลางพยักหน้า "นิเทศศาสตร์เหรอจ๊ะ ก็ดีนะลูก ถ้าลูกชอบ" ท่านดูเหมือนจะคล้อยตาม แต่แววตาของเธอยังคงมีความกังวลบางอย่างซ่อนอยู่ "แล้วแม่ล่ะคะ คิดว่ายังไงบ้าง" ลลิตาถามอย่างมีความหวัง "แม่ว่า...เรามาคุยกันเรื่องนี้ให้ละเอียดอีกทีดีกว่านะลูก" คุณหญิงปิ่นอนงค์วางแฟ้มลงบนโต๊ะ "ตอนนี้แม่ขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะ รู้สึกเพลียนิดหน่อย" ลลิตาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ การที่มารดาหลบเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องเอกสารลับๆ กับคุณสมศักดิ์ และการที่มารดาดูหงุดหงิดกับเรื่องการเลือกคณะของเธอ ทั้งๆ ที่ปกติมารดาจะสนับสนุนเธอเสมอ มันทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติไป เธอเดินออกจากห้องทำงานของมารดาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความกังวล ความสับสน และความรู้สึกผิดที่อาจจะไปรบกวนใจมารดาในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม แต่ถึงกระนั้น ความอยากรู้เกี่ยวกับกล่องไม้ใบนั้นและความลับที่มารดากำลังซ่อนเร้นอยู่ก็ก่อตัวขึ้นในใจของเธออย่างเงียบๆ ราวกับเมล็ดพันธุ์ที่กำลังจะงอกงาม เย็นวันนั้น ลลิตาพบกับพี่ชายของเธอ 'ธนากร' ที่โต๊ะอาหารค่ำ ธนากรเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย เขาเป็นคนจริงจัง สุขุม และเป็นที่พึ่งของครอบครัวเสมอ "วันนี้แม่ดูแปลกๆ นะ" ธนากรกล่าวขึ้นขณะตักข้าวเข้าปาก "ผมเห็นแม่นั่งเหม่อลอยอยู่พักใหญ่" "ลลิตาก็รู้สึกเหมือนกัน" ลลิตาตอบ "แม่ดูมีเรื่องกังวลอะไรบางอย่าง แต่ไม่ยอมบอก" "แม่คงมีเรื่องที่อยากจะจัดการเองแหละ" ธนากรบอก "แต่ถ้ามีอะไรที่พี่ช่วยได้ ก็บอกนะ" "แล้วเรื่องคณะที่ลลิตาจะเรียนต่อล่ะคะ" ลลิตาเล่าเรื่องที่เธอคุยกับมารดา "แม่ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่เลย" ธนากรเงียบไปครู่หนึ่ง "แม่คงเป็นห่วงเรื่องอนาคตของน้องแหละ" เขาพูดปลอบ "แต่ถ้าเรามีความฝัน เราก็ต้องสู้เพื่อมันนะ" บทสนทนาของทั้งสองจบลงด้วยความรู้สึกอึดอัด ลลิตารู้ดีว่าเธอกำลังเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่ซับซ้อนกว่าแค่เรื่องการเรียนต่อ ความลับในอดีตของมารดาที่เพิ่งถูกเปิดเผยออกมาอย่างแผ่วเบานั้น กำลังจะก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ที่อาจจะพัดพาครอบครัวอันอบอุ่นของเธอไป

4,524 ตัวอักษร