เงาสะท้อนของผู้ที่ถูกลืม
ประตูห้องทำงานของคุณธนาปิดลงอย่างแรงราวกับถูกผลักด้วยแรงมหาศาล “นที” และ “เมขลา” ตกใจจนแทบแข็งทื่อ “คุณธนา” ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้า ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความสง่างาม แต่สายตาที่มองมากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
“สวัสดีครับนที... เมขลา...” คุณธนาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ยินดีต้อนรับสู่กับดักของผม...”
“คุณธนา!” นทีตะโกน “คุณทำแบบนี้ทำไม?!”
“ทำไมเหรอ?” คุณธนาหัวเราะเบาๆ “ก็เพราะแกมันโง่เกินไปนที... แกคิดว่าแกจะฉลาดกว่าฉันได้...”
“คุณหลอกใช้เรา...” เมขลาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “คุณหลอกให้เรามาที่นี่...”
“แน่นอน...” คุณธนาตอบ “ฉันรู้ว่าแกสองคนกำลังจะมาหาหลักฐาน... ฉันเลยต้องเตรียมต้อนรับไว้...”
“แล้วศิลาล่ะ?” นทีถาม “เขาไปไหน?”
“ศิลา...” คุณธนายิ้มมุมปาก “เขากำลังทำหน้าที่ของเขาอยู่...”
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของนทีก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ด้วยความรู้สึกที่สับสน
“เป็นสายจากศิลาครับ...” นทีบอกเมขลา
“อย่ารับ!” เมขลารีบห้าม “เขาอาจจะกำลังหลอกเรา!”
แต่นทีก็ตัดสินใจรับสาย
“สวัสดีครับ...”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงของศิลาจะดังขึ้น “นที... ฟังนะ... ฉัน... ฉันถูกคุณธนาจับได้... เขา... เขาบังคับให้ฉันพาพวกแกมาที่นี่... ถ้าฉันไม่ทำ... เขาจะฆ่าฉัน...”
“ศิลา! นี่มันเรื่องอะไรกัน!” นทีตะโกน
“คุณธนา... เขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ... เขาใช้ฉันเป็นเครื่องมือ... มาตลอด...” ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด “เขา... เขาต้องการหลักฐาน... ที่คุณย่าของเมขลาทิ้งไว้... เขาคิดว่า... มันอยู่ในหีบสมบัติใบนั้น...”
“แต่... แต่คุณบอกว่า... หลักฐานอยู่ที่ภาพวาด...” นทีพูด
“นั่นคือแผนของฉัน...” ศิลาตอบ “ฉันพยายามจะหลอกคุณธนา... ให้เขาเชื่อว่าหลักฐานอยู่ที่ภาพวาด... เพื่อให้คุณไปหาหีบสมบัติ... แล้วฉันจะได้มีโอกาสหนี...”
“แล้วเสียงกระซิบที่เตือนฉันล่ะ?” นทีถาม “มันคือเสียงของคุณใช่ไหม?”
“ใช่ครับคุณนที...” ศิลาตอบ “ผมพยายามจะเตือนคุณ... แต่ผมก็ทำได้แค่นั้น...”
“ตอนนี้... ฉันกำลังจะถูกเขาฆ่า...” ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงที่สิ้นหวัง “ถ้าคุณอยากจะรอด... คุณต้องรีบไปจากที่นี่... หาทางหนี...”
สายตัดไป ทิ้งให้นทีและเมขลาเผชิญหน้ากับคุณธนาเพียงลำพัง
“น่าเสียดายนะนที...” คุณธนาพูด “ศิลา... เขาไม่สามารถช่วยแกได้อีกแล้ว...”
“คุณธนา... คุณมันคนชั่วร้าย!” เมขลาตะโกน
“ผมทำทั้งหมดนี้... เพื่อความอยู่รอดของผมเอง...” คุณธนาตอบ “ผมต้องปกป้องตัวเอง... จากพวกที่พยายามจะทำลายผม...”
“ใครคือคนที่คุณธนาพูดถึง?” นทีถาม “ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังคุณ?”
คุณธนาหัวเราะอย่างเย็นชา “แกจะไม่มีวันรู้... ตราบใดที่แกยังโง่อยู่แบบนี้...”
ขณะที่คุณธนากำลังจะลงมือทำร้ายนทีและเมขลา จู่ๆ เสียงปืนก็ดังขึ้นจากด้านนอก
“อะไรกัน?” คุณธนาอุทาน
ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างของ “เดชา” ที่ดูเหมือนจะฟื้นขึ้นมา และมี “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” จำนวนหนึ่งตามเข้ามา
“หยุดนะคุณธนา!” เดชาตะโกน
คุณธนาหันไปมองเดชาด้วยความตกใจ “แก... แกรอดมาได้อย่างไร?”
“ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก!” เดชาพูด
“แต่... แต่ฉันยิงแกไปแล้วนี่นา...” คุณธนาพูดอย่างไม่เชื่อสายตา
“นั่นเป็นแผนของฉัน...” เดชาตอบ “ฉันแกล้งตาย... เพื่อรอโอกาสที่จะเปิดโปงแก...”
“แก!” คุณธนาตะโกนด้วยความโกรธ
“และฉันก็มีหลักฐานทุกอย่างที่แกทำ...” เดชาพูด พลางยื่นกล้องถ่ายวิดีโอให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“วิดีโอ?” นทีถาม
“ใช่ครับ” เดชาตอบ “ผมแอบบันทึกภาพคุณธนา... กำลังสั่งให้ฉันทำร้ายคุณเมขลา... และกำลังวางแผนจะฆ่าคุณ...”
คุณธนาพยายามจะหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้าควบคุมตัวเขาไว้ได้
“ตอนนี้... ทุกอย่างก็จบแล้ว...” เดชาพูด
แต่นทีไม่เชื่อ... “เสียงกระซิบ” ยังคงดังอยู่ในหัวของเขา “นที... นี่ไม่ใช่จุดจบ... คนที่อยู่เบื้องหลัง... ยังอยู่...”
“ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลัง?” นทีถามเดชา
เดชาทำสีหน้าสับสน “ผมไม่รู้... ผมรู้แค่ว่า... คุณธนาเป็นคนสั่งให้ผมทำ...”
“แต่คุณธนา... เขาไม่ได้เป็นคนสั่งให้คุณทำจริงๆ...” เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง “เขาแค่ทำตามคำสั่งของคนอื่น...”
นทีหันไปมองรอบๆ ด้วยความสับสน “ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลัง?!”
ขณะที่เขากำลังถาม จู่ๆ “ศิลา” ก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน
“คุณนทีครับ... ผมขอโทษที่มาช้าไป...” ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วง
แต่ “เสียงกระซิบ” ก็ดังขึ้นอีกครั้ง “อย่าไว้ใจศิลา! เขาคือคนที่อยู่เบื้องหลัง!”
นทีหันไปมองศิลาด้วยความหวาดระแวง “คุณศิลา... คุณคือคนที่อยู่เบื้องหลังใช่ไหม?”
ศิลาทำสีหน้าตกใจ “คุณนที! คุณจะกล่าวหาผมแบบนี้ได้อย่างไร!”
“เสียงกระซิบ” ดังขึ้นอีกครั้ง “เขาโกหก! เขาพยายามจะหลอกคุณ!”
“คุณธนา!” นทีหันไปถาม “ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังคุณ?!”
คุณธนาหัวเราะอย่างเย็นชา “แกจะไม่มีวันรู้... ตราบใดที่แกยังโง่อยู่แบบนี้...”
ทันใดนั้นเอง “เสียงกระซิบ” ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง “นที... ฉันคือคนที่คอยช่วยเหลือคุณอยู่...”
นทีหันไปมองรอบๆ ด้วยความสับสน “ใครคือคุณ?”
“ฉันคือ... คนที่คุณลืมไปแล้ว...” เสียงกระซิบตอบ
“คนที่ฉันลืมไปแล้ว?” นทีทวนคำ “ใคร?”
“ฉันคือ... คนที่คุณเคยรัก... แต่ต้องจากไป...” เสียงกระซิบตอบ
นทีตกใจมาก เขาไม่เข้าใจว่าเสียงนั้นคือใคร
“ฉันคือ... คนที่คุณเคยรัก... แต่ต้องจากไป...” เสียงกระซิบตอบ
“ใครคือคุณ?” นทีถามซ้ำ
“ฉันคือ... ‘รินดา’...” เสียงกระซิบตอบ
“รินดา?” นทีอุทานด้วยความตกใจ “เป็นไปไม่ได้! คุณตายไปแล้ว!”
“ฉันไม่ได้ตาย...” รินดาพูด “ฉันแค่... ต้องหายตัวไป... เพื่อความปลอดภัย...”
“แล้วทำไม... ทำไมคุณถึงไม่กลับมาหาฉัน?” นทีถามด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด
“ฉันทำไม่ได้... ฉันต้องรอเวลา... เพื่อเปิดโปงความจริงทั้งหมด...” รินดาตอบ
“ความจริงอะไร?” นทีถาม
“ความจริงเกี่ยวกับ... พ่อของคุณ...” รินดาตอบ
“พ่อของฉัน?” นทีตะลึง
“ใช่...” รินดาตอบ “พ่อของคุณ... คือคนที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง...”
นทีแทบจะยืนไม่ไหว เขาไม่เข้าใจว่าพ่อของเขาจะทำเรื่องที่โหดร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร
“เป็นไปไม่ได้!” นทีตะโกน
“เป็นไปได้... นที...” รินดาพูด “ฉันมีหลักฐานทั้งหมด... ที่จะพิสูจน์เรื่องนี้...”
“อยู่ที่ไหน?” นทีถาม
“อยู่ที่... ที่ที่คุณพ่อของแก... ไม่เคยคิดว่าจะไปหา...” รินดาตอบ “อยู่ที่... สุสานของบิดามารดาแก...”
นทีตกใจมาก เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหลักฐานถึงไปอยู่ที่นั่น
“ฉันต้องไปเดี๋ยวนี้...” นทีพูด
แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวออกไป... “คุณธนา” ก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “แกคิดว่าแกจะหนีฉันพ้นหรือไง!”
คุณธนาพุ่งเข้าใส่ “รินดา” อย่างรวดเร็ว หมายจะสังหารเธอ
“รินดา! ระวัง!” นทีตะโกน
แต่ก็สายเกินไป คุณธนาก็สามารถจับตัวรินดาไว้ได้...
1,122 ตัวอักษร