ตอนที่ 6 — ทางแยกแห่งหัวใจ
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น บรรยากาศภายในบ้านก็ยิ่งทวีความตึงเครียด คุณภัทรเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยพูดคุยกับใคร โดยเฉพาะกับคุณหญิงปิ่นอนงค์ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องทำงาน และมักจะออกมาในช่วงเวลาที่จำเป็นเท่านั้น
ลลิตาพยายามเข้าไปพูดคุยกับพ่อหลายครั้ง แต่ก็มักจะได้รับคำตอบสั้นๆ หรือไม่ก็ถูกเลี่ยงที่จะคุย คุณภัทรดูเหมือนจะยังคงอยู่ในช่วงของการประมวลผลและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"พ่อคะ" ลลิตาพยายามอีกครั้ง ขณะที่พ่อกำลังจะเดินเข้าห้องทำงาน "พ่อคะ...คุยกันหน่อยนะคะ"
คุณภัทรหยุดยืน หันมามองลูกสาวด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย "พ่อ...ไม่ว่างนะลูก"
"แต่...หนูเป็นห่วงพ่อนะคะ" ลลิตาเอ่ย "หนูรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันยากสำหรับพ่อ"
คุณภัทรถอนหายใจยาว "พ่อรู้จ้ะลูก แต่ตอนนี้พ่อต้องการเวลา คิดอยู่คนเดียว"
"แต่พ่อไม่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวก็ได้นะคะ" ลลิตาพูด "หนูอยู่ตรงนี้เสมอ"
คุณภัทรมองหน้าลูกสาวนิ่ง เขายกมือขึ้นลูบหัวเธอเบาๆ "ขอบใจนะลูก พ่อรู้"
จากนั้น เขาก็เดินหายเข้าไปในห้องทำงาน ทิ้งให้ลลิตายืนมองประตูที่ปิดลงอย่างเงียบเหงา
ด้านคุณหญิงปิ่นอนงค์เองก็ดูจะซึมเศร้าลงไปมาก เธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องนอน และแทบจะไม่ออกมาพบใคร ลลิตาพยายามเข้าไปปลอบโยนอยู่เสมอ แต่ก็ดูเหมือนว่าความเจ็บปวดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ จะฝังลึกเกินกว่าจะเยียวยาได้ง่ายๆ
ส่วนนรา ชายหนุ่มที่เข้ามาเป็นชนวนของเรื่องทั้งหมดนั้น ก็ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นอีก เขาหายไปจากบ้านของพวกเขาอย่างเงียบๆ ราวกับว่าไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง
ลลิตาเองก็รู้สึกสับสนไม่แพ้กัน เธอไม่รู้ว่าควรจะเข้าข้างใคร หรือควรจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เธอรักทั้งพ่อและแม่ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เข้าใจความรู้สึกของทั้งสองคน
ในใจของเธอเอง ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น เธอรู้สึกเห็นใจมารดาที่ต้องแบกรับความผิดหวังในอดีต และในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกสงสารพ่อที่ต้องมาพบกับความจริงอันเจ็บปวดเช่นนี้
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความตึงเครียดในบ้านยังคงคุกรุ่นอยู่ ลลิตาพยายามหากิจกรรมทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง เธอกลับไปทำงานที่ร้านดอกไม้ของเธอ และใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ มากขึ้น
วันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังจัดดอกไม้ในร้าน เธอก็เหลือบไปเห็นสร้อยคอเส้นเล็กๆ ที่มีจี้เป็นรูปหัวใจทองคำ ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ มันคือสร้อยเส้นเดียวกับที่มารดาของเธอเคยเก็บไว้ในกล่องไม้โบราณ
"คุณอารมณ์ไม่ดีเหรอคะ" เสียงหวานของนาราเอ่ยขึ้น ลลิตาหันไปมองด้วยความตกใจ
"คุณ...มาทำอะไรที่นี่" ลลิตาถามเสียงหลง
"ผม...ผมมาหาคุณ" นราตอบ "ผมอยากจะอธิบายทุกอย่าง"
ลลิตายืนนิ่ง มองหน้านรา เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจในแววตาของเขา
"ผมรู้ว่าคุณกำลังสับสน" นราพูดต่อ "ผมรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันยากสำหรับทุกคน"
"แล้ว...คุณต้องการอะไร" ลลิตาถาม
"ผม...ผมแค่อยากให้คุณเข้าใจ" นราตอบ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำลายครอบครัวของคุณเลย"
"แล้วทำไมคุณถึงปรากฏตัวขึ้นมาในตอนนั้น" ลลิตาถามด้วยความสงสัย
"ผม...ผมได้ยินข่าวว่าคุณหญิงไม่สบาย" นราอธิบาย "ผมเป็นห่วง...และผมก็อยากจะเจอท่านอีกครั้ง"
"คุณ...ยังรักคุณแม่ของหนูอยู่ใช่ไหมคะ" ลลิตาถามตรงๆ
นราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "ผม...ผมไม่รู้สิครับ"
"ผมรักท่าน...รักมาตลอด" นราพูดต่อ "แต่ผมก็รู้ว่าท่านเลือกแล้ว...เลือกที่จะสร้างครอบครัวใหม่"
"ผม...ผมไม่อยากให้ความรักของผม...ไปทำลายความสุขของท่าน"
ลลิตามองนราอย่างพิจารณา เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ซับซ้อนในตัวเขา ความรักที่ยังคงอยู่ ความเจ็บปวดจากการพลัดพราก และความปรารถนาที่จะเห็นคนที่เขารักมีความสุข
"แล้ว...ตอนนี้คุณจะทำอย่างไรต่อไปคะ" ลลิตาถาม
"ผม...ผมไม่รู้" นราตอบ "ผมคงต้องปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น"
"ผม...ผมคงต้องยอมรับความจริง"
ลลิตาถอนหายใจเบาๆ เธอเข้าใจความรู้สึกของนราดี มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากสำหรับทุกคนจริงๆ
"ขอบคุณนะคะ...ที่มาอธิบายให้หนูฟัง" ลลิตาบอก
"ผม...ผมขอโทษอีกครั้งนะครับ" นรากล่าว
"ไม่เป็นไรค่ะ" ลลิตาตอบ "หนูเข้าใจ"
นราพยักหน้าให้เธอ ก่อนจะค่อยๆ เดินจากไป ทิ้งให้ลลิตายืนมองสร้อยคอหัวใจทองคำในมือของเธอ
เธอรู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ ยังไม่จบลงง่ายๆ รอยร้าวที่เกิดขึ้นในครอบครัวของเธอกำลังจะส่งผลกระทบไปอีกนาน และเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ครอบครัวของเธอจะสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้หรือไม่
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาคุณภัทร
"พ่อคะ...หนูอยากเจอพ่อค่ะ" ลลิตาเอ่ยเสียงแผ่วเบา "หนูอยากคุยกับพ่อ...เรื่องทุกอย่าง"
เธอรอคอยคำตอบจากพ่อของเธออย่างใจจดใจจ่อ ในขณะที่สร้อยคอหัวใจทองคำ ยังคงสะท้อนแสงไฟวิบวับอยู่ในมือของเธอ ราวกับจะเป็นเครื่องเตือนใจถึงสายใยรักที่พันผูก และกำลังจะถูกทดสอบอย่างหนักในวังวนกาลเวลา
3,858 ตัวอักษร