ตอนที่ 20 — ความท้าทายครั้งใหม่บนผืนผ้าใบ
สองสัปดาห์ผ่านไป นลินทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับการวาดภาพประกอบนิทาน เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานและความคิดสร้างสรรค์ที่ไหลเวียนอยู่ภายใน การได้กลับมาจับพู่กันและสีอีกครั้ง ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง ร่างภาพต่างๆ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำเรื่องราวในนิทานมาถ่ายทอดผ่านลายเส้นและสีสันที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
"พี่วินคะ ดูนี่สิคะ" นลินยื่นสมุดสเก็ตช์ภาพให้วินดู ขณะที่เธอมานั่งที่ร้านกาแฟของเขาเช่นเคย "หนูลองวาดเจ้าหญิงในชุดนักรบดูค่ะ เพราะหนูรู้สึกว่าเจ้าหญิงในเรื่องนี้มีความแข็งแกร่ง กล้าหาญ ไม่ใช่แค่เจ้าหญิงที่รอคอยความช่วยเหลือ"
วินพิจารณารูปวาดนั้นอย่างตั้งใจ "ยอดเยี่ยมเลยนลิน! สีหน้าแววตาของเจ้าหญิงสื่อถึงความมุ่งมั่นได้ดีมาก ชุดเกราะที่วาดก็ดูสมจริง แสดงถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง"
"ขอบคุณค่ะ" นลินยิ้มรับคำชม "หนูพยายามใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ลงไป เช่น ลวดลายบนโล่ หรือรอยแผลเล็กๆ น้อยๆ บนชุด เพื่อให้ดูเหมือนว่าเธอได้ผ่านการเดินทางมาแล้วจริงๆ"
"นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ภาพวาดมีชีวิตชีวา" วินกล่าว "แล้วนี่… กับตัวละครอื่นๆ ล่ะ เป็นยังไงบ้าง"
"หนูก็เริ่มร่างภาพตัวละครอื่นๆ แล้วค่ะ" นลินเปิดหน้าถัดไปให้วินดู "อันนี้เป็นแม่มดใจร้ายค่ะ หนูอยากให้เธอดูมีเสน่ห์ แต่ก็แฝงไปด้วยความน่ากลัว"
"ดูสิ… ดวงตาของแม่มดคู่นี้ จ้องมองมาแล้วรู้สึกเหมือนจะสะกดเราได้เลยนะ" วินพิจารณารูปวาดอย่างเพลิดเพลิน "แล้วก็… สีม่วงเข้มกับสีดำที่ใช้ เป็นการผสมสีที่ดูลึกลับและทรงพลังมาก"
"หนูพยายามหาแรงบันดาลใจจากภาพวาดของจิตรกรหลายๆ ท่านค่ะ" นลินอธิบาย "แล้วก็ลองผสมผสานเทคนิคต่างๆ ที่หนูเคยเรียนมา"
"เยี่ยมมาก" วินกล่าว "การศึกษาจากผลงานของผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับศิลปินนะ"
"แต่… หนูยังกังวลเรื่องหนึ่งค่ะพี่วิน" นลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป "คือ… หนูไม่แน่ใจว่าภาพวาดเหล่านี้… มันจะถูกนำไปใช้ได้จริงหรือเปล่า"
วินมองหน้านลินอย่างเข้าใจ "หมายถึง… เรื่องของผู้จัดพิมพ์เหรอ"
"ค่ะ" นลินพยักหน้า "หนูยังไม่ได้ติดต่อไปหาใครเลยค่ะ แล้วก็… ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง"
"ไม่ต้องรีบร้อนนะ" วินปลอบ "ค่อยๆ ทำไปก่อน ให้มั่นใจในผลงานของตัวเองก่อน"
"แต่… หนูอยากให้มันเป็นรูปเป็นร่างจริงๆ ค่ะ" นลินพูดต่อ "อยากให้ภาพวาดเหล่านี้ได้โลดแล่นไปสู่สายตาของเด็กๆ"
"ถ้าอย่างนั้น… พี่มีคนที่จะแนะนำให้รู้จัก" วินกล่าว "เป็นเพื่อนของพี่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาทำสำนักพิมพ์เล็กๆ ที่เน้นหนังสือนิทานสำหรับเด็ก ถ้าหนูอยากลองเอาผลงานไปเสนอ พี่จะช่วยติดต่อให้"
นลินตาโตด้วยความดีใจ "จริงเหรอคะพี่วิน! ขอบคุณมากเลยค่ะ"
"ยินดีเสมอ" วินยิ้ม "แต่… พี่อยากจะบอกอะไรอย่างหนึ่งนะ"
"คะ" นลินรอฟัง
"ไม่ว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไร… อย่าให้มันมาบั่นทอนความสุขในการสร้างสรรค์ของหนูนะ" วินกล่าวอย่างจริงจัง "การได้ทำในสิ่งที่รัก คือชัยชนะที่แท้จริงแล้ว"
นลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ "หนูจะจำคำพูดพี่วินไว้นะคะ"
วันต่อมา นลินกับวินได้ไปพบกับคุณปรีชา เจ้าของสำนักพิมพ์เล็กๆ คุณปรีชามีท่าทางใจดีและเป็นมิตร เขาตั้งใจฟังนลินเล่าเรื่องนิทานและชมผลงานภาพวาดของเธออย่างพิจารณา
"ภาพวาดของคุณนลินมีความสดใสและมีชีวิตชีวามากครับ" คุณปรีชากล่าวหลังพิจารณาผลงานอยู่ครู่หนึ่ง "ผมชอบการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครแต่ละตัว โดยเฉพาะภาพเจ้าหญิงในชุดนักรบ ดูแล้วรู้สึกได้ถึงความกล้าหาญอย่างที่ได้บอกไว้"
นลินรู้สึกตื้นตันใจ "ขอบคุณค่ะคุณปรีชา"
"อย่างไรก็ตาม…" คุณปรีชาเว้นวรรคเล็กน้อย "นิทานเรื่องนี้… ผมว่ายังมีจุดที่สามารถปรับปรุงได้อีกหน่อยครับ"
นลินเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย "ปรับปรุงเหรอคะ อย่างไรบ้างคะ"
"ผมว่า… พล็อตเรื่องของการออกเดินทางตามหาดอกไม้วิเศษ อาจจะดูซ้ำกับนิทานเรื่องอื่นๆ ไปบ้าง" คุณปรีชากล่าว "แล้วก็… ตัวละครแม่มด อาจจะดูร้ายกาจเกินไปนิดหน่อย สำหรับเด็กเล็กๆ"
นลินรับฟังอย่างตั้งใจ แม้จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เธอก็เข้าใจว่านี่คือข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา
"ผมมีไอเดียหนึ่งครับ" คุณปรีชากล่าวต่อ "ลองเปลี่ยนจากการตามหาดอกไม้วิเศษ เป็นการตามหา 'ความทรงจำ' ของแม่ที่หายไปของเจ้าหญิงดูไหมครับ"
"ความทรงจำของแม่เหรอคะ" นลินทวนคำ
"ใช่ครับ" คุณปรีชายิ้ม "เจ้าหญิงต้องออกเดินทางเพื่อรวบรวมเศษเสี้ยวของความทรงจำที่กระจัดกระจายไปในสถานที่ต่างๆ เพื่อช่วยให้แม่ของเธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม"
"แบบนั้น… ก็จะสื่อถึงความรัก ความผูกพันระหว่างแม่ลูกได้ดีขึ้น" นลินคิดตาม "แล้วก็… แม่มด อาจจะไม่ได้ร้ายกาจโดยตรง แต่เป็นตัวละครที่คอยขัดขวาง หรือล่อลวงเจ้าหญิงให้หลงทางไปกับความทรงจำที่ผิดๆ"
"ถูกต้องเลยครับ" คุณปรีชากล่าว "ผมว่าพล็อตแบบนี้จะมีความซับซ้อนทางอารมณ์มากขึ้น และน่าจะดึงดูดใจเด็กโตขึ้นมาหน่อยได้"
นลินมองไปที่ภาพวาดของเธอ ภาพเจ้าหญิงในชุดนักรบ ภาพแม่มดที่แฝงไปด้วยความน่ากลัว ทุกอย่างที่เธอสร้างสรรค์ขึ้นมา กำลังจะถูกปรับเปลี่ยนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เธอรู้สึกว่ามันไม่ใช่การสูญเสีย แต่เป็นการพัฒนา การเติบโต
"หนู… หนูขอเวลาคิดอีกสักหน่อยนะคะคุณปรีชา" นลินกล่าว
"แน่นอนครับ" คุณปรีชายิ้ม "คุณลองไปปรับปรุงดู แล้วถ้าพร้อมเมื่อไหร่ ก็ค่อยนำกลับมาให้ผมพิจารณาอีกครั้งนะครับ"
หลังจากออกจากสำนักพิมพ์ คุณหญิงอรมารออยู่ก่อนแล้ว เธอเห็นสีหน้าของลูกสาวที่ดูครุ่นคิด
"เป็นยังไงบ้างจ๊ะ" คุณหญิงอรถาม
"หนู… ได้รับข้อเสนอแนะมาค่ะแม่" นลินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้คุณแม่ฟัง
คุณหญิงอรถอนหายใจเบาๆ "แม่… เข้าใจนะว่ามันอาจจะทำให้ลูกรู้สึกเสียใจ แต่… การปรับปรุงงานให้ดีขึ้น มันคือสิ่งจำเป็นสำหรับศิลปินนะลูก"
"หนูรู้ค่ะแม่" นลินตอบ "หนูแค่… กำลังประมวลผลอยู่ค่ะ"
"ถ้าลูกอยากจะลองวาดใหม่… แม่ก็พร้อมจะอยู่เป็นกำลังใจให้เสมอนะ" คุณหญิงอรถือโอกาสนี้พูดให้กำลังใจลูกสาว "จำไว้นะลูก ว่าความฝันที่แท้จริง… มันไม่เคยตายไปไหน เพียงแต่… มันอาจจะต้องผ่านการขัดเกลา เพื่อให้เปล่งประกายมากยิ่งขึ้น"
คำพูดของแม่ทำให้หัวใจของนลินอบอุ่นขึ้น เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองไปที่ท้องฟ้าสีครามที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสีส้มยามเย็น ความท้าทายครั้งใหม่บนผืนผ้าใบได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
4,890 ตัวอักษร