ตอนที่ 25 — เมื่อโชคชะตากลั่นแกล้งอีกครั้ง
วันรุ่งขึ้น ขณะที่นลินกำลังตั้งใจระบายสีลงบนผืนผ้าใบ ภาพวาดที่สะท้อนถึงแสงแห่งความหวัง จู่ๆ โทรศัพท์ของเธอก็สั่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองด้วยความแปลกใจ เพราะปกติแล้วจะมีคนโทรมาหาเธอในช่วงเวลาแบบนี้ไม่บ่อยนัก เมื่อเห็นชื่อผู้โทรเข้า นลินก็รู้สึกใจหายวาบ เป็นคุณป้าของเธอ ซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวที่ยังพอจะติดต่อพูดคุยกันได้
"สวัสดีค่ะคุณป้า มีอะไรหรือเปล่าคะ" นลินถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้เป็นปกติที่สุด
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดังเสียงสะอื้นแผ่วเบา "นลิน… เกิดเรื่องใหญ่แล้วลูก"
หัวใจของนลินหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม เธอรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่คอ พูดไม่ออก "เกิด… เกิดอะไรขึ้นคะคุณป้า"
"พ่อของหนู… พ่อของหนูมีปัญหาครั้งใหญ่" เสียงของคุณป้าขาดห้วงไป "เขา… เขาถูกจับแล้วนลิน"
โลกทั้งใบของนลินเหมือนหยุดหมุน ภาพวาดที่เคยสดใสราวกับจะสลายกลายเป็นเพียงฝุ่นละอองในพริบตา เธอจำได้ว่าพ่อของเธอเคยมีปัญหาเรื่องหนี้สินอยู่บ้าง แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะหนักหนาถึงขั้นถูกจับกุม
"ถูกจับ… จับข้อหาอะไรคะคุณป้า" นลินพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงไปให้ได้มากที่สุด
"เรื่องเงิน… เรื่องยักยอกเงินของบริษัทที่เขาเคยทำงานอยู่ เขาถูกแจ้งข้อหาฉ้อโกง" คุณป้าเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ตอนนี้ตำรวจกำลังสอบสวนอยู่ พี่ชายของป้าที่อยู่กับพ่อก็กำลังพยายามหาทางประกันตัว แต่… มันคงไม่ง่ายเลยนะนลิน"
นลินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เสียงโทรศัพท์หลุดจากมือร่วงลงไปบนพื้น เธอจ้องมองไปยังภาพวาดที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจไปเมื่อวานนี้ แสงแห่งความหวังที่เธอพยายามจะสื่อสาร มันช่างเปรียบเทียบไม่ได้เลยกับความมืดมิดที่กำลังถาโถมเข้ามาในชีวิตของเธอ
"แม่… แม่จะทำยังไงดีคะ" นลินพึมพำกับตัวเอง น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม เธอรู้ดีว่าภาระที่เคยคิดว่าหนักหนา เมื่อครั้งที่แม่ของเธอต้องป่วยหนัก มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เธอกำลังจะต้องเผชิญหน้าในตอนนี้
เธอเคยคิดว่าเธอได้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตไปแล้ว การที่แม่จากไปอย่างกะทันหัน การที่เธอต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล การที่เธอต้องทำงานหนักเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนและดูแลน้องชาย มันเป็นเหมือนบททดสอบที่หนักหนาสาหัส แต่เธอก็ผ่านมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากวินและกำลังใจจากความฝันของเธอ
แต่ครั้งนี้… มันต่างออกไป ความผิดพลาดของพ่อ เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน มันไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทอง แต่มันคือความผิดทางกฎหมาย มันจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวของเธอในหลายๆ ด้าน ทั้งชื่อเสียง การเงิน และอนาคตของน้องชาย
"นลิน! หนูได้ยินที่ป้าพูดไหม!" เสียงของคุณป้าดังขึ้นอีกครั้ง ดึงนลินกลับสู่ความเป็นจริง
"ค่ะคุณป้า หนูได้ยินค่ะ" นลินพยายามตอบเสียงให้มั่นคงที่สุด "คุณป้าอยู่ที่ไหนคะ หนูจะรีบไปหา"
"ป้าอยู่กับพ่อที่สถานีตำรวจนะลูก มาเถอะนะ เราต้องช่วยกัน"
นลินวางสายโทรศัพท์ลง เธอเงยหน้ามองภาพวาดอีกครั้ง แสงสีทองที่เคยอบอุ่น ตอนนี้กลับดูบิดเบี้ยว ราวกับจะเยาะเย้ยความหวังที่เธอเพิ่งจะเริ่มก่อร่างขึ้นมาใหม่
"ความฝัน… ของฉัน… มันจะจบลงแค่นี้จริงๆ หรือ" เธอถามคำถามที่ไม่มีคำตอบให้ตัวเอง
เธอต้องตัดสินใจแล้ว ระหว่างความฝันที่เธอรัก กับครอบครัวที่เธอต้องรับผิดชอบ เธอไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
นลินรีบเก็บข้าวของที่จำเป็นอย่างรวดเร็ว เธอสวมเสื้อคลุมตัวเก่าที่หยิบได้จากราวแขวน ก่อนจะรีบออกจากสตูดิโอ เธอไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองภาพวาดที่ยังวาดไม่เสร็จ ราวกับว่ามันเป็นสิ่งต้องห้าม
เมื่อเธอไปถึงสถานีตำรวจ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจเธอหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม พ่อของเธอนั่งก้มหน้าอยู่บนม้านั่งในห้องสอบสวน ใบหน้าซูบผอมและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาที่เคยฉายแววภูมิใจในตัวเธอ วันนี้กลับฉายแววแห่งความสิ้นหวัง
"พ่อคะ" นลินเอ่ยเรียกเสียงเบา พ่อของเธอเงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงลูกสาว ใบหน้าของเขาดูเหมือนจะทรุดโทรมลงไปอีกเมื่อเห็นนลิน
"นลิน… ทำไมมาที่นี่" พ่อของเธอกล่าวเสียงแหบพร่า
"คุณป้าบอกค่ะ" นลินเดินเข้าไปนั่งข้างๆ พ่อของเธอ "หนู… หนูจะช่วยค่ะ"
"พ่อขอโทษนะลูก พ่อทำให้ลูกต้องลำบากอีกแล้ว" พ่อของนลินกล่าวพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า
"ไม่เป็นไรค่ะพ่อ" นลินจับมือของพ่อเอาไว้แน่น "เราจะผ่านมันไปด้วยกัน"
วินที่ทราบข่าวก็รีบเดินทางมาที่สถานีตำรวจเช่นกัน เขาเห็นสภาพของนลินและพ่อของเธอแล้วก็รู้สึกเห็นใจอย่างสุดซึ้ง
"เป็นไงบ้างครับนลิน" วินถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่ค่อยดีเลยค่ะพี่วิน" นลินตอบเสียงสั่น "หนูไม่รู้จะทำยังไงต่อดี"
"ไม่ต้องห่วงนะนลิน พี่จะอยู่ตรงนี้กับเรา" วินกล่าวให้กำลังใจ "เราจะหาทางแก้ปัญหาไปด้วยกัน"
นลินมองไปที่วิน เธอรู้สึกขอบคุณที่มีเขาอยู่เคียงข้างในวันที่ชีวิตของเธอกำลังจะจมดิ่งลงไปในความมืดมิดนี้
"ตอนนี้ต้องทำเรื่องประกันตัวก่อน" คุณป้าบอก "แต่เราต้องการเงินจำนวนมากพอสมควรเลยนะ"
นลินนิ่งคิด เธอรู้ดีว่าเงินจำนวนนั้นมันมหาศาลแค่ไหน มันเป็นจำนวนที่เธอไม่มีทางหามาได้จากการทำงานศิลปะเพียงอย่างเดียว
"หนู… หนูอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากพี่วิน" นลินพูดเสียงเบา
วินพยักหน้าทันที "ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นนะนลิน พี่จะช่วยเต็มที่"
นลินรู้สึกซาบซึ้งใจจนพูดอะไรไม่ออก เธอรู้ว่าวินได้ช่วยเหลือเธอมามากแล้ว และการที่เขายังคงยืนหยัดเคียงข้างเธอในเวลานี้ มันมีความหมายกับเธอมากเหลือเกิน
วันเวลาที่เคยเต็มไปด้วยสีสันและความหวัง บัดนี้กลับกลายเป็นสีเทาหม่นหมอง นลินต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอันโหดร้ายอีกครั้งหนึ่ง เธอจะต้องตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนทิศทางชีวิตของเธอไปตลอดกาล
4,463 ตัวอักษร