เสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนกิน
ค่ำคืนนั้น... ความมืดมิดของคืนเดือนดับกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของทุกข์ระทมที่ไม่มีวันสิ้นสุด? หญิงสาวร่างผอมบางในชุดคลุมสีขาวซีด กรีดร้องสุดเสียงท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนไปทั่วบ้านหลังเก่า...
ปลายฝนได้แต่นั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง สูดกลิ่นไหม้ของไม้และน้ำตาที่ไหลรินไม่หยุด หยาดน้ำตาที่เปื้อนใบหน้าของเธอสะท้อนแสงสีส้มแดงฉานจากกองไฟที่ลามเลียไปทั่วทุกซอกทุกมุม เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากชั้นบน เป็นสัญญาณว่าเพดานกำลังจะพังทลายลงมา เศษไม้และฝุ่นละอองลอยฟุ้งคละคลุ้งไปทั่วจนแทบหายใจไม่ออก พ่อกับแม่... ท่านอยู่ที่ไหนกัน? ความคิดนั้นกรีดแทงเข้าไปในใจของเธอราวกับมีดนับร้อยเล่ม
“ปะป๊า... มะม๊า...” เสียงแหบแห้งตะโกนเรียกชื่อพ่อแม่ แต่มีเพียงเสียงลมหายใจของเพลิงที่ตอบกลับมา มือเล็กๆ คลำหาทางไปตามผนังเย็นเฉียบที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ความหวังริบหรี่ที่ว่าจะมีใครสักคนเข้ามาช่วยเธอให้รอดพ้นจากสถานการณ์นี้ ดูเหมือนจะเลือนลางไปทุกขณะ ภาพของใบหน้าพ่อที่ยิ้มกว้าง ภาพของแม่ที่กอดปลอบประโลม... มันผุดขึ้นมาในห้วงความคิดราวกับจะเยาะเย้ยชะตากรรมอันโหดร้ายนี้
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ทุกอย่างยังคงเป็นปกติ เสียงหัวเราะของครอบครัวยังคงดังเซ็งแซ่ในบ้านหลังเล็กอันอบอุ่น กลิ่นอาหารฝีมือแม่หอมกรุ่นลอยตลบอบอวล แต่แล้ว... เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ตามมาด้วยเสียงตะโกน เสียงทุบตี และเสียงกรีดร้อง... จากนั้นก็มีเพียงความเงียบงันก่อนที่เปลวเพลิงจะปลิดชีพทุกสิ่ง
ปลายฝนจำได้เลือนรางว่าเธอถูกผลักเข้าไปในห้องใต้ดินเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังตู้หนังสือ เธอได้ยินเสียงพ่อตะโกนบอกให้เธออย่าออกมา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ก่อนที่เสียงประตูปิดจะดังขึ้น และความมืดมิดก็ครอบงำเธอไปพร้อมกับกลิ่นควันไฟที่เริ่มเล็ดลอดลงมา
ตอนนี้... ความมืดมิดที่เคยปกป้องเธอ กำลังจะกลายเป็นที่ฝังกลบของเธอ แทนที่จะเป็นความหวัง เธอเหลือเพียงความกลัว ความสิ้นหวัง และเสียงหัวใจที่เต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก
ทันใดนั้น! เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาแต่ไกล... มันไม่ใช่เสียงของใครที่เธอคุ้นเคย...
ใครกัน? เขาจะมาเพื่อช่วยเธอ หรือมาเพื่อซ้ำเติมความเจ็บปวดนี้ให้ถึงที่สุด?
ปลายฝนกลั้นหายใจ... เธอได้ยินเสียงประตูห้องใต้ดินถูกงัดอย่างแรง!
แสงไฟฉายสาดเข้ามาในความมืด... เงาดำทาบทับลงมาเหนือร่างของเธอ...
59 ตัวอักษร