ตอนที่ 22 — ความเจ็บปวดที่ถูกตราตรึง
ณรงค์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สายตาจับจ้องไปยังใบหน้าเคร่งขรึมของบิดา ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาในอก ความผิดหวัง ความน้อยใจ และความรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบจะหายใจไม่ออก คำพูดของท่านสุรชัยยังคงดังก้องอยู่ในหู ราวกับก้อนหินที่ทิ่มแทงเข้ามาในหัวใจ "พ่อทุ่มเททำงานหนักมาทั้งชีวิต เพื่ออะไร… เพื่อให้แกมีชีวิตที่ดี… มีอนาคตที่มั่นคง… ไม่ใช่ให้แกไปเล่นขายของกับความฝันลมๆ แล้งๆ!" ประโยคนั้นคมกริบยิ่งกว่ามีดกรีดลงบนบาดแผลที่ยังไม่ทันได้จางหายไป เขารู้ดีว่าบิดาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขา แต่ทว่าการกระทำและความรู้สึกนั้นมันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน เขาก้มหน้าลงมองมือของตัวเองที่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ภาพฝันที่เคยสดใส บัดนี้กลับพร่าเลือนไปเสียหมดสิ้น เหลือเพียงภาพความขัดแย้งระหว่างความต้องการของตนเองกับความคาดหวังของครอบครัวที่คอยบั่นทอนจิตใจ “คุณพ่อครับ…” ณรงค์พยายามรวบรวมสติ พูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “ผมเข้าใจที่คุณพ่อเป็นห่วง… แต่ความฝันของผม… มันไม่ใช่ของเล่นนะครับ” ท่านสุรชัยถอนหายใจเฮือกใหญ่ นั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับณรงค์ สีหน้ายังคงฉายแววเหนื่อยหน่าย “แล้วแกคิดว่าสิ่งที่แกทำอยู่มันเรียกว่าอะไรณรงค์… มันคือการทุ่มเทอย่างนั้นหรือ… ทุ่มเทเวลาไปกับการวาดรูป… แทนที่จะเอาเวลามาศึกษาธุรกิจของครอบครัว” “ผม… ผมพยายามนะครับคุณพ่อ” ณรงค์แสร้งทำเป็นไม่เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความตำหนิของบิดา “ผมก็พยายามที่จะเรียนรู้… แต่ในขณะเดียวกัน… ผมก็อยากที่จะทำในสิ่งที่ผมรักด้วย” “สิ่งที่แกจะรัก… มันจะสามารถเลี้ยงดูครอบครัวของแกได้ในอนาคตหรือเปล่า” ท่านสุรชัยถามย้ำ คำถามเดิมๆ ที่เคยได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันวนเวียนอยู่รอบตัวเขาเหมือนกับวงล้อแห่งโชคชะตาที่ไม่มีวันหยุดหมุน “ผม… ผมจะทำให้ได้ครับคุณพ่อ” ณรงค์ตอบเสียงหนักแน่น แม้จะมีความไม่แน่ใจแฝงอยู่ก็ตาม “แกจะทำให้ได้… ด้วยอะไร… ด้วยลายเส้นที่ไม่มีใครเข้าใจอย่างนั้นหรือ” ท่านสุรชัยหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “พ่อไม่ต้องการให้แกต้องลำบาก… พ่อต้องการให้แกมีชีวิตที่สบาย… มีหน้ามีตาในสังคม… ไม่ใช่ไปเริ่มต้นใหม่จากศูนย์เหมือนคนอื่นเขา” “แต่นั่นมันไม่ใช่ชีวิตของผมนะครับคุณพ่อ” ณรงค์เผลอหลุดปากพูดออกไป เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก้าวข้ามเส้นบางๆ เข้าไปทุกที “ชีวิตของผม… ผมอยากที่จะสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง… ด้วยสิ่งที่ผมรัก… ด้วยสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุข” ท่านสุรชัยลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว สีหน้าเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้น “ความสุข… แกคิดว่าความสุขคืออะไรณรงค์… มันคือการมีเงินมีทอง… มันคือการมีอำนาจ… มันคือการที่คนอื่นเขาให้ความเคารพ… ไม่ใช่การนั่งจมอยู่กับสีและพู่กันแล้วฝันกลางวันไปวันๆ” “ผม… ผมไม่เคยคิดแบบนั้นครับคุณพ่อ” ณรงค์พยายามอธิบาย “สำหรับผม… ความสุขมันคือการได้ทำในสิ่งที่รัก… การได้สร้างสรรค์ผลงาน… การได้เห็นงานของตัวเองเป็นที่ยอมรับ… มันคือความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นจากข้างใน… ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นมอบให้” “คำพูดสวยหรู… มันไม่สามารถซื้อข้าวซื้อปลาได้หรอกณรงค์” ท่านสุรชัยตวาดเสียงดัง “แกมันเด็ก… แกยังไม่เข้าใจโลกความเป็นจริง” “ผมอาจจะยังไม่เข้าใจโลกทั้งใบ… แต่ผมเข้าใจหัวใจตัวเองครับคุณพ่อ” ณรงค์ตอบเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอหน่วย “ผมรู้ว่าผมต้องการอะไร… และผมก็รู้ว่าอะไรที่จะทำให้ผมมีความสุขอย่างแท้จริง” เขาหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ผมไม่อยากให้ชีวิตของผมต้องเต็มไปด้วยความเสียใจ… เสียใจที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ… เสียใจที่ต้องยอมแพ้ให้กับความกลัว… ความกลัวที่จะผิดหวัง… ความกลัวที่จะไม่เป็นไปตามที่ใครๆ คาดหวัง” ท่านสุรชัยยืนนิ่ง มองดูบุตรชายที่กำลังร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด สีหน้าของเขาอ่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงแข็งกระด้าง “แก… แกมันหัวดื้อเกินไปณรงค์… พ่อบอกแล้วไงว่า….” “ผมขอโทษครับคุณพ่อ” ณรงค์ตัดบท “ผมขอโทษที่ทำให้คุณพ่อผิดหวัง… แต่ผม… ผมไม่สามารถทิ้งความฝันของผมได้จริงๆ” เขาเงยหน้าขึ้นมองบิดา ดวงตาแดงก่ำ “ผมขอเวลา… ขอโอกาสให้ผมได้พิสูจน์ตัวเอง… สักครั้ง” ท่านสุรชัยเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลผลทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ยิน “พิสูจน์ตัวเอง… แกจะพิสูจน์ตัวเองอย่างไร… ด้วยอะไร” “ผม… ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ครับคุณพ่อ… ผมจะแสดงให้คุณพ่อเห็นว่า… ผมทำได้” ณรงค์พูดเสียงหนักแน่น เขาได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้บิดาใจอ่อน ขอให้ท่านเห็นถึงความตั้งใจจริงของเขา “พ่อ… ได้ยินที่ณรงค์พูดไหมคะ” เสียงของมารดาที่ดังแทรกขึ้นมา ทำให้ทั้งสองคนหันไปมอง “เขา… เขาแค่ต้องการโอกาส… เหมือนที่พวกเราทุกคนก็เคยต้องการ” เธอเดินเข้ามาประคองแขนของณรงค์ไว้ “เขาเป็นลูกของคุณนะสุรชัย… คุณไม่สามารถปิดกั้นทุกอย่างของเขาได้ตลอดไปหรอก” ท่านสุรชัยมองหน้าภรรยา แล้วหันกลับมามองณรงค์อีกครั้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน และความขัดแย้งภายในใจ “เอาล่ะ…” เขาพูดเสียงแผ่ว “พ่อ… พ่อจะให้โอกาสแก… แต่….”
3,916 ตัวอักษร