ตอนที่ 13 — เปิดโปงการทุจริตครั้งใหญ่
"ผมไม่ได้จะกล่าวหาใครโดยตรงนะครับ" ชาญชัยกล่าวเสริม เสียงของเขาหนักแน่นแต่ยังคงไว้ซึ่งความสุภาพ "แต่ผมในฐานะผู้รับผิดชอบธุรกิจของครอบครัว ผมจำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้กระจ่างที่สุด เพื่อความโปร่งใสและเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง"
อรทัยกัดริมฝีปากแน่น สีหน้าของเธอซีดเผือดลงไปอีก เธอเหลือบมองลุงของชาญชัยที่กำลังก้มหน้าก้มตาพิจารณาเอกสารในมืออย่างพิจารณา ลุงของชาญชัยซึ่งปกติเป็นคนอารมณ์ร้อนและชอบแสดงความคิดเห็นทันที กลับนิ่งเงียบผิดปกติ ดวงตาของเขาทอดมองเอกสารเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา
"นี่มัน... เรื่องใหญ่จริงๆ นะ ชาญชัย" ลุงของชาญชัยพูดขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและอาจจะมีความรู้สึกผิดปนอยู่ด้วย "ข้าไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้เลย"
"ผมก็เพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ครับ" ชาญชัยตอบ "หลังจากที่คุณพ่อจากไป ผมได้มีโอกาสเข้าไปดูเอกสารเก่าๆ ของบริษัท และพบความผิดปกติบางอย่างที่ทำให้ผมต้องสืบค้นต่อ"
"ความผิดปกติอะไร?" อรทัยถามแทรกขึ้นมาทันที พยายามจะดึงความสนใจกลับมาที่ตัวเอง "บอกมาให้ชัดๆ เลย"
"การถ่ายเทเงินจำนวนมหาศาลออกจากบริษัทไปเข้าบัญชีส่วนตัวของใครบางคน ผ่านบริษัทลูกที่ตั้งขึ้นมาอย่างซับซ้อน" ชาญชัยอธิบาย "มีการปลอมแปลงเอกสาร การอนุมัติรายการซื้อขายที่ไม่มีอยู่จริง และการเบิกจ่ายงบประมาณเกินจริงในโครงการต่างๆ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร"
เขาเหลือบมองไปที่อรทัยอีกครั้ง "เอกสารชุดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นครับ ผมยังมีหลักฐานอื่นๆ อีกที่กำลังรวบรวมอยู่"
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สมาชิกคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความอึดอัด บางคนดูตกใจ บางคนดูไม่เชื่อสายตาของตัวเอง บางคนก็พยายามหลบสายตาของชาญชัย
"แกจะมากล่าวหาพวกเราแบบนี้ไม่ได้นะ ชาญชัย!" เสียงของอาอีกคนดังขึ้น "พ่อกับแม่ของแกก็เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทนี้นะ! แกอย่ามาใส่ร้ายป้ายสี!"
"ผมไม่ได้กล่าวหาใครเป็นพิเศษครับ" ชาญชัยย้ำ "แต่ถ้าหากหลักฐานชี้ไปที่ใคร คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ"
"แล้วใครเป็นคนเซ็นอนุมัติการโอนเงินพวกนี้ล่ะ" ลุงของชาญชัยถาม พลางยกเอกสารขึ้นมาประกอบ "ชื่อใครบ้าง"
ชาญชัยเงียบไปครู่หนึ่ง เขาเพิ่งจะแน่ใจว่าเอกสารที่เขาเตรียมมานั้น เพียงพอที่จะทำให้เกมพลิกได้ "มีหลายชื่อครับ" เขาตอบอย่างเลี่ยงบาลี "แต่ที่ปรากฏบ่อยที่สุด และเป็นการอนุมัติรายการที่มีมูลค่าสูงที่สุด คือชื่อของ..."
เขาหยุดการพูด ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำห้อง ชาญชัยมองตรงไปยังอรทัย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำความจริงมาเปิดเผย
"คือชื่อของ... คุณอรทัยครับ"
คำพูดของชาญชัยทำเอาทุกคนในห้องตกตะลึง อรทัยหน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ เธอแทบจะยืนไม่อยู่ มือไม้สั่นระริก "ไม่... ไม่จริง!" เธอโพล่งออกมา เสียงสั่นเครือ "แกกำลังโกหก! แกกำลังใส่ร้ายฉัน!"
"ผมมีหลักฐานทุกอย่างครับ" ชาญชัยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา "นี่คือสำเนาเอกสารการโอนเงินที่ระบุชื่อของคุณอรทัยในการอนุมัติหลายครั้ง และนี่คือลายเซ็นที่ตรงกันกับลายเซ็นของคุณอรทัยที่ปรากฏบนเอกสารอื่นๆ ของบริษัท"
เขาเปิดรูปภาพในโทรศัพท์ให้ทุกคนดู รูปภาพเหล่านั้นแสดงให้เห็นถึงรายการโอนเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกอนุมัติโดยอรทัย โดยที่ไม่มีการตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินอย่างถูกต้อง
"แก... แกมันบ้าไปแล้ว!" อรทัยตะโกนเสียงดัง เธอพยายามจะวิ่งเข้าไปคว้าโทรศัพท์จากมือของชาญชัย แต่ก็ถูกญาติคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กันรั้งเอาไว้
"อรทัย ใจเย็นๆ ก่อน" ลุงของชาญชัยพยายามห้าม "ให้เขาพูดให้จบก่อน"
"ฉันจะพูดอะไรอีก! มันชัดเจนอยู่แล้วว่าชาญชัยกำลังจะกล่าวหาฉัน!" อรทัยพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุม "ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้น! แกต่างหากที่หาเรื่องใส่ร้ายฉัน!"
"คุณอรทัยครับ" ชาญชัยพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย "ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้อาจจะยากที่จะยอมรับ แต่หลักฐานมันฟ้องชัดเจน"
"หลักฐานปลอม!" อรทัยตวาดกลับ "แกเตรียมหลักฐานปลอมมาเพื่อทำลายฉัน! แกมันใจร้าย!"
"ผมไม่มีเหตุผลที่จะทำแบบนั้นครับ" ชาญชัยกล่าว "ผมเพียงต้องการให้บริษัทของเรากลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิม และให้ความจริงปรากฏ"
"ความจริงอะไร! ความจริงที่แกสร้างขึ้นมาเองน่ะเหรอ!" อรทัยยังคงโวยวายไม่หยุด "แกคิดว่าแกเป็นใคร! แกคิดว่าแกมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินฉัน! ฉันเป็นผู้บริหารที่นี่มาก่อนที่แกจะเข้ามาเสียอีก!"
"ผมเข้าใจในเรื่องนั้นครับ" ชาญชัยพยักหน้า "แต่การทุจริตก็คือการทุจริต ไม่ว่าใครจะเป็นคนทำ"
เขาหันไปทางญาติคนอื่นๆ ที่นั่งฟังอยู่ด้วยความตกใจ "ผมขอให้ทุกท่านพิจารณาหลักฐานเหล่านี้ด้วยวิจารณญาณของท่านเอง" ชาญชัยกล่าว "หากมีความจำเป็น ผมยินดีที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยตรวจสอบเอกสารเหล่านี้เพิ่มเติม"
ความเงียบกลับเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ทุกคนต่างพากันพิจารณาเอกสารและรูปภาพในโทรศัพท์ของชาญชัย บางคนถึงกับส่ายหน้าด้วยความผิดหวังและเสียใจ บางคนก็ยังคงมีท่าทีไม่เชื่อ
"ฉันไม่ยอมรับ!" อรทัยยังคงยืนกราน "ฉันจะฟ้องแก! แกจะต้องชดใช้ที่ทำลายชื่อเสียงของฉัน!"
"ผมพร้อมที่จะต่อสู้ในชั้นศาลครับ" ชาญชัยตอบกลับอย่างหนักแน่น "ผมเชื่อว่าความจริงจะชนะเสมอ"
ลุงของชาญชัยเดินเข้ามาหาชาญชัย "ชาญชัย... เรื่องนี้มันเป็นเรื่องภายในครอบครัว เราน่าจะมีวิธีอื่นที่จะจัดการกันนะ"
"ผมก็อยากจะทำเช่นนั้นครับลุง" ชาญชัยถอนหายใจ "แต่การทุจริตครั้งนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าที่จะมองข้ามไปได้ ผมไม่สามารถปล่อยให้มันเป็นเรื่องภายในครอบครัวต่อไปได้อีกแล้ว"
"แล้ว... แล้วถ้าเรื่องนี้เป็นจริงขึ้นมาจริงๆ..." ลุงของชาญชัยถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา "เราจะทำอย่างไรกันต่อไป"
"เราต้องจัดการกับมันอย่างเด็ดขาดครับ" ชาญชัยกล่าว "และหลังจากนั้น เราจะต้องวางแผนเพื่อฟื้นฟูบริษัทของเราขึ้นมาใหม่"
อรทัยนั่งลงบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เธอรู้ดีว่าหลักฐานที่ชาญชัยนำมาแสดงนั้น มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เธอเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป
"แก... แกมันก็เหมือนพ่อแกนั่นแหละ" อรทัยพึมพำเสียงเบา "ชอบทำเรื่องยุ่งยากอยู่เรื่อย"
ชาญชัยมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "ผมไม่ได้ต้องการจะทำเรื่องยุ่งยากครับ ผมเพียงแค่ต้องการปกป้องสิ่งที่พ่อของผมทุ่มเทสร้างมา"
เขาหันไปทางญาติคนอื่นๆ อีกครั้ง "ผมขอให้ทุกท่านได้ใช้เวลาพิจารณาเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน ผมจะให้เวลาทุกท่านได้ตัดสินใจว่า จะยืนอยู่ข้างความถูกต้อง หรือจะเลือกที่จะปกป้องคนผิด"
ชาญชัยลุกขึ้นยืน "ผมขอตัวก่อนนะครับ" เขาโค้งคำนับเบาๆ และเดินออกจากห้องประชุมไป ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ความสับสน และความไม่แน่นอน
5,301 ตัวอักษร