ตอนที่ 13 — หลักฐานและการเผชิญหน้า
"ไม่เป็นไรลูก" วิชัยกล่าวปลอบสุมาลีด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง "พ่อเข้าใจ สถานการณ์มันบีบคั้น หนูไม่ได้ทำอะไรผิด" เขาเดินไปตบไหล่ลูกสาวเบาๆ "สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเราได้สู้เพื่อความจริงแล้ว"
คุณหญิงมณีพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่จ้ะลูก ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างน้อยเราก็ได้ทำดีที่สุดแล้ว" เธอกอดลูกสาวแน่น "แม่ภูมิใจในตัวหนูนะที่กล้าหาญเผชิญหน้ากับเรื่องทั้งหมด"
สุมาลีสูดลมหายใจลึก พยายามสะบัดความรู้สึกผิดและความเหนื่อยล้าออกไป แม้ว่าครอบครัวของเธอจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือและให้กำลังใจอย่างเต็มที่ แต่เธอก็ยังรู้สึกถึงภาระหนักที่ทับถมอยู่บนบ่า ภาพของธนาวัฒน์ที่ปรากฏขึ้นในความคิดยังคงทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บ ความโหดร้ายและจิตใจที่คดโกงของเขาทำให้เธออดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าจะมีคนแบบนี้อยู่จริงหรือ
"แล้วต่อไปเราจะทำอย่างไรกันคะพ่อ" สุมาลีถามพลางมองหน้าบิดา "คุณธนาวัฒน์จะยอมรับผิดง่ายๆ หรือคะ"
วิชัยถอนหายใจยาว "ยากที่จะคาดเดา แต่เราได้แจ้งความไปแล้ว และมีเอกสารเป็นหลักฐาน เราต้องเชื่อมั่นในกระบวนการทางกฎหมาย" เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ "อย่างไรก็ตาม เราเองก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจจะตามมา"
"หมายความว่ายังไงคะ" คุณหญิงมณีกังวลถาม
"ธนาวัฒน์ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ เขาอาจจะหาทางเล่นงานเรากลับ" วิชัยกล่าว "เขาอาจจะใช้เรื่องนี้ปั่นป่วนข่าวสารในตลาด ทำให้หุ้นของเราตก หรืออาจจะหาเรื่องอื่นมาใส่ร้ายเราอีก"
"หนู...หนูไม่คิดว่าเขาจะทำได้ถึงขนาดนี้" สุมาลีพึมพำ
"ลูกรัก โลกธุรกิจมันโหดร้ายกว่าที่เห็นภายนอกเยอะ" วิชัยกล่าว "เราต้องไม่ประมาทเด็ดขาด"
สองสามวันต่อมา ข่าวการฟ้องร้องธนาวัฒน์ได้เริ่มแพร่สะพัดในแวดวงธุรกิจอย่างรวดเร็ว บริษัทวิชัยเองก็ได้รับแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย มีนักลงทุนบางส่วนเริ่มแสดงความกังวล และราคาหุ้นของบริษัทก็มีแนวโน้มที่จะลดลงเล็กน้อย แต่การดำเนินการทางกฎหมายที่เด็ดขาดของวิชัยก็ช่วยลดผลกระทบลงได้บ้าง
ขณะเดียวกัน ธนาวัฒน์ก็หายหน้าหายตาไปจากวงการ เขาไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะอีกเลย และไม่มีใครสามารถติดต่อเขาได้ ทำให้เกิดการคาดเดาไปต่างๆ นานา ว่าเขาอาจจะหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว หรืออาจจะกำลังวางแผนอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่าเดิม
สุมาลีใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับครอบครัว เธอพยายามกลับไปทำงานที่บริษัทอีกครั้ง แต่ก็รู้สึกไม่เป็นธรรมชาติเท่าที่ควร ทุกครั้งที่เธอเดินผ่านห้องทำงานของธนาวัฒน์ เธอก็จะนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นเสมอ เสียงคำพูดเย็นชาของเขา สายตาที่มองเธอราวกับจะฆ่า ยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่
"ลูกโอเคไหม" คุณหญิงมณีถามเมื่อเห็นสุมาลีเหม่อลอย "ไม่ต้องห่วงนะลูก ทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น"
"หนูแค่คิดว่า... ทำไมเขาถึงทำกับหนูแบบนี้" สุมาลีถามทั้งน้ำตา "หนูเคยไว้ใจเขา"
"บางครั้งคนที่เรารู้จักดีที่สุด ก็อาจจะเป็นคนที่น่ากลัวที่สุดก็ได้ลูก" วิชัยกล่าว "เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนให้เราทุกคน"
วันหนึ่ง ขณะที่สุมาลียังคงรู้สึกสับสนและไม่สบายใจ เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
"คุณสุมาลีครับ" เสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจดังขึ้น "เราได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีของคุณธนาวัฒน์ครับ"
"ข้อมูลอะไรคะ" สุมาลีถามด้วยความคาดหวัง
"เราพบว่าคุณธนาวัฒน์ได้พยายามติดต่อคุณอีกครั้งเมื่อวานนี้ครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว "เขาอ้างว่าต้องการจะขอโทษ และอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น"
สุมาลีใจหายวาบ "เขาติดต่อมาจริงๆ หรือคะ"
"ครับ และเขาได้ขอให้นัดพบกับคุณเป็นการส่วนตัว เพื่อมอบเอกสารบางอย่างให้" เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว "เราคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสที่คุณจะได้หลักฐานเพิ่มเติม หรืออาจจะเป็นกับดักก็ได้"
"หนูจะไปค่ะ" สุมาลีตัดสินใจทันที "หนูต้องรู้ให้ได้ว่าเขาต้องการอะไรแน่"
"คุณแน่ใจนะครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจถามด้วยความห่วงใย
"แน่ใจค่ะ" สุมาลีตอบเสียงหนักแน่น "หนูจะระวังตัวค่ะ"
หลังจากวางสาย สุมาลีก็รีบไปบอกพ่อแม่ของเธอ
"ลูกจะไปเจอเขาจริงๆ หรือ" วิชัยถามด้วยความเป็นห่วง
"หนูต้องไปค่ะพ่อ" สุมาลีตอบ "หนูอยากรู้ความจริงให้แน่ชัด และถ้าเขามีหลักฐานอะไร เราก็จะได้เตรียมรับมือได้ถูก"
"ถ้าอย่างนั้น พ่อจะไปด้วย" วิชัยเสนอ
"ไม่ค่ะพ่อ" สุมาลีปฏิเสธ "หนูไม่อยากให้พ่อต้องมาเสี่ยงอีก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น อย่างน้อยก็ยังมีพ่อกับแม่คอยดูแลครอบครัว" เธอจับมือพ่อไว้ "หนูสัญญาว่าจะระวังตัวให้มากที่สุด"
คุณหญิงมณีมองดูลูกสาวด้วยความภาคภูมิใจปนเปกับความกังวล "ถ้าลูกตัดสินใจแล้ว แม่ก็สนับสนุนลูกนะ แต่ลูกต้องสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเสี่ยงๆ เด็ดขาด"
"หนูสัญญาค่ะ" สุมาลีตอบ
สุมาลีเลือกสถานที่นัดพบเป็นร้านกาแฟเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ค่อนข้างเงียบสงบ เธอไปถึงก่อนเวลานัดเล็กน้อย และเลือกที่นั่งมุมในสุดของร้าน เพื่อสังเกตการณ์สิ่งรอบตัวได้อย่างทั่วถึง หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความประหม่าและตื่นเต้น
ไม่นานนัก ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในร้าน เขาคือธนาวัฒน์ ใบหน้าของเขาดูซูบผอมลงกว่าเดิม แต่แววตายังคงฉายประกายบางอย่างที่สุมาลีอ่านไม่ออก
"คุณสุมาลี" ธนาวัฒน์ทักทายด้วยน้ำเสียงที่ดูจะอ่อนลงกว่าเมื่อก่อน "ขอบคุณที่มา"
"คุณต้องการอะไรจากฉัน" สุมาลีถามตรงๆ โดยไม่เสียเวลาอารัมภบท
ธนาวัฒน์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย "ผมต้องการจะขอโทษ"
"ขอโทษ" สุมาลีเลิกคิ้ว "ขอโทษที่หลอกลวงฉัน? ขอโทษที่พยายามทำลายครอบครัวของฉัน?"
"ผมรู้ว่าคำขอโทษคงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้" ธนาวัฒน์กล่าว "แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณเลย"
"แล้วที่ทำมาทั้งหมดคืออะไร" สุมาลีถามเสียงแข็ง
"ผม... ผมมีปัญหาบางอย่าง" ธนาวัฒน์อ้อมแอ้ม "ผมติดหนี้พนันจำนวนมาก และมีคนกำลังตามทวงหนี้ผมอย่างหนัก"
สุมาลีอึ้งไป "คุณจะบอกว่า... คุณทำเรื่องทั้งหมดเพราะเรื่องหนี้สิน?"
"ใช่" ธนาวัฒน์พยักหน้า "ผมถูกบังคับ ผมไม่มีทางเลือกอื่น"
"แล้วลายเซ็นของฉันบนเอกสารนั้นล่ะ" สุมาลีถาม "คุณอ้างว่าฉันยินยอมให้คุณขายข้อมูลบริษัท"
ธนาวัฒน์เงียบไปครู่หนึ่ง "ผม... ผมให้คนเอาเอกสารให้คุณเซ็นโดยที่ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะสำนึกผิด "ผมแค่ต้องการจะใช้มันเป็นเครื่องมือต่อรองกับคุณวิชัย เพื่อให้ผมมีเวลามากขึ้นในการหาเงินมาใช้หนี้"
"แต่คุณก็ส่งมันให้พ่อของฉันจริงๆ" สุมาลีกล่าว "คุณเกือบจะทำลายบริษัทของพวกเรา"
"ผมขอโทษจริงๆ" ธนาวัฒน์กล่าว "ผมรู้ว่าผมทำผิดพลาดไปมาก" เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ และหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมา "นี่คือหลักฐานที่ผมรวบรวมไว้ทั้งหมด"
สุมาลีมองซองเอกสารด้วยความสงสัย "หลักฐานอะไร"
"เป็นหลักฐานว่าใครคือคนที่บังคับให้ผมทำเรื่องทั้งหมดนี้" ธนาวัฒน์ยื่นซองเอกสารให้สุมาลี "ผมอยากจะช่วยคุณสู้กับพวกเขา"
สุมาลีรับซองเอกสารมาด้วยความไม่แน่ใจ เธอเปิดดูข้างใน พบว่าเป็นสำเนาการสนทนาทางข้อความ โทรศัพท์ และเอกสารการโอนเงินบางส่วนที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลที่มีอิทธิพลในวงการธุรกิจอีกคนหนึ่ง
"คุณ... คุณกำลังจะบอกว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของคนอื่น?" สุมาลีถาม
"ใช่" ธนาวัฒน์พยักหน้า "ผมเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งเท่านั้น"
สุมาลีมองธนาวัฒน์ด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจ ความรู้สึกสับสนถาโถมเข้ามา เธอไม่รู้ว่าจะเชื่อเขาดีหรือไม่ แต่หลักฐานในมือของเธอก็ดูจะน่าเชื่อถือ
"แล้วทำไมคุณถึงมาบอกฉันตอนนี้" สุมาลีถาม
"ผมรู้ว่าผมไม่มีทางสู้กับพวกเขาได้คนเดียว" ธนาวัฒน์กล่าว "ผมหวังว่าคุณจะใช้หลักฐานพวกนี้ เพื่อปกป้องครอบครัวของคุณ และเพื่อแก้แค้นให้ผมด้วย"
สุมาลีเงียบไป เธอพยายามประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับ ความจริงที่ซับซ้อนกว่าที่เธอเคยคิดไว้กำลังค่อยๆ เปิดเผยออกมา
5,978 ตัวอักษร