ภาพลวงตาของความสุขที่ซ่อนเร้นความทุกข์

ตอนที่ 5 / 40

ตอนที่ 5 — เงื่อนไขที่ซ่อนเร้น

เช้าวันรุ่งขึ้น วิชัยได้ติดต่อไปยังธนาวัฒน์เพื่อนัดหมายการพูดคุยที่บ้าน สุมาลีเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ เธอแอบหวังว่าการเจรจาครั้งนี้จะนำมาซึ่งทางออกที่ดี เมื่อธนาวัฒน์เดินทางมาถึงบ้านหลังใหญ่ของตระกูลวิชัย สุมาลีเห็นเขาสวมชุดสูทอย่างดี ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจที่เห็นเขามีท่าทีสบายๆ ราวกับว่าปัญหาของครอบครัวเธอเป็นเรื่องเล็กน้อย วิชัยต้อนรับธนาวัฒน์อย่างสุภาพ ทั้งสองเข้าไปนั่งพูดคุยกันในห้องทำงานของวิชัย สุมาลีกับสุชาดาแอบนั่งฟังอยู่ห่างๆ จากห้องนั่งเล่นข้างๆ พวกเธอไม่อาจได้ยินบทสนทนาทั้งหมด แต่ก็พอจะจับใจความสำคัญได้บ้าง "ผมดีใจที่คุณวิชัยให้โอกาสผมได้เข้ามาพูดคุยในวันนี้ครับ" ธนาวัฒน์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความเป็นมิตร "ผมเชื่อว่าด้วยเงินทุนและความร่วมมือของเรา ธุรกิจของคุณวิชัยจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้อย่างแน่นอน" "ผมก็หวังเช่นนั้นครับคุณธนาวัฒน์" วิชัยตอบเสียงเครียด "แต่เรื่องการเข้ามาบริหารงานของผม ผมยังคงกังวลอยู่บ้าง" "ผมเข้าใจครับ" ธนาวัฒน์รีบกล่าว "ผมไม่ได้ต้องการจะเข้ามาควบคุมทุกอย่างนะครับ ผมเพียงแค่อยากจะเข้ามาช่วยดูในส่วนที่ผมถนัดจริงๆ คือเรื่องการเงินและการตลาด ผมจะช่วยวางแผนกลยุทธ์ใหม่ๆ และช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อให้บริษัทของคุณวิชัยแข็งแกร่งขึ้น" "แล้วคุณจะเข้ามาในตำแหน่งใด" วิชัยถามตรงๆ "ผมอยากจะเสนอตัวเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินและกลยุทธ์ครับ" ธนาวัฒน์ตอบ "ผมจะทำงานใกล้ชิดกับคุณวิชัย และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ที่สุด" สุมาลีเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล ธนาวัฒน์ดูเหมือนจะเตรียมตัวมาอย่างดี และคำพูดของเขาก็ฟังดูสมเหตุสมผล แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างที่เขาไม่ได้พูดออกมา "คุณธนาวัฒน์ครับ" วิชัยกล่าวอย่างจริงจัง "ผมต้องขอถามคุณตรงๆ ว่า คุณมีเป้าหมายอะไรที่แท้จริงจากการเข้ามาในธุรกิจของผม" ธนาวัฒน์หัวเราะเบาๆ "คุณวิชัยถามตรงๆ แบบนี้ ผมก็ต้องตอบตรงๆ ครับ" เขาหยุดเล็กน้อย ราวกับกำลังเลือกคำพูด "ผมเห็นศักยภาพในธุรกิจของคุณวิชัยนะครับ และผมก็เชื่อว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย แต่... ก็ต้องยอมรับว่าผมก็มีเป้าหมายส่วนตัวบางอย่างด้วย" "เป้าหมายส่วนตัว?" วิชัยถาม "ใช่ครับ" ธนาวัฒน์กล่าว "ผมทราบดีว่าธุรกิจของคุณวิชัยกำลังมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง ผมจึงพร้อมที่จะช่วยเหลือในเรื่องเงินทุน แต่... ผมก็อยากจะขออะไรบางอย่างเป็นการตอบแทน" "ขออะไรครับ" วิชัยถามเสียงเย็นลง "ผมอยากจะขอ... สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดและฐานลูกค้าบางส่วนของคุณวิชัยครับ" ธนาวัฒน์กล่าว "ผมจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในการขยายธุรกิจของผมเอง ซึ่งผมเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของคุณวิชัยในระยะยาว" สุมาลีเบิกตากว้าง เธอไม่คิดว่าธนาวัฒน์จะเสนอเงื่อนไขเช่นนี้ การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าและข้อมูลการตลาด นั่นคือหัวใจสำคัญของธุรกิจ หากข้อมูลเหล่านี้หลุดออกไป มันอาจจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง "ข้อมูลทางการตลาดและฐานลูกค้า..." วิชัยทวนคำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและไม่พอใจ "นั่นมันเป็นความลับของบริษัทนะครับคุณธนาวัฒน์" "ผมเข้าใจครับ" ธนาวัฒน์รีบกล่าว "แต่ผมให้ข้อแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ามากนะครับ เงินทุนก้อนใหญ่ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณวิชัยรอดพ้นจากวิกฤต" "ผมต้องขอคิดดูก่อน" วิชัยกล่าวเสียงหนักแน่น "เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก" "แน่นอนครับ" ธนาวัฒน์พยักหน้า "ผมให้เวลาคุณวิชัยเต็มที่ แต่ผมก็หวังว่าคุณวิชัยจะพิจารณาข้อเสนอของผมอย่างรอบคอบนะครับ" บทสนทนาสิ้นสุดลงพร้อมกับความตึงเครียดที่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง ธนาวัฒน์กล่าวลาวิชัยด้วยรอยยิ้มที่ยังคงดูเป็นมิตร แต่สุมาลีรู้สึกได้ถึงความอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้น หลังจากธนาวัฒน์กลับไป วิชัยถอนหายใจยาวเหยียด เขาหันมามองสุมาลีและสุชาดาด้วยแววตาที่อ่อนล้า "เป็นไงบ้างคะคุณพ่อ" สุมาลีถาม "เขาเสนอจะให้เงินเรา แต่ก็ขอข้อมูลสำคัญของบริษัทไปแลก" วิชัยตอบเสียงขรึม "มันไม่ยุติธรรมเลย" "แล้วคุณพ่อจะทำยังไงคะ" สุชาดาถามอย่างกังวล "พ่อยังไม่รู้" วิชัยส่ายหน้า "พ่อต้องคิดให้รอบคอบมากๆ" สุมาลีรู้สึกถึงความหนักอึ้งที่ทับถมเข้ามาในใจ เธอเห็นความเหนื่อยล้าและความกังวลบนใบหน้าของพ่อ การรักษาภาพลักษณ์ของครอบครัวที่ดูดีและประสบความสำเร็จ กำลังกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่แน่ใจว่าครอบครัวของเธอจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไร และการที่เธอต้องยอมรับข้อเสนอของธนาวัฒน์ เพื่อรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ มันคุ้มค่าจริงหรือ "คุณพ่อคะ" สุมาลีพูดอย่างนุ่มนวล "บางที... เราอาจจะต้องยอมรับข้อเสนอของเขาค่ะ" วิชัยหันมามองลูกสาวคนโตด้วยความประหลาดใจ "แต่สุมาลี... ข้อมูลพวกนั้นสำคัญมากนะ" "หนูรู้ค่ะ" สุมาลีตอบ "แต่ถ้าเราไม่มีเงิน เราก็จะเสียทุกอย่างไปอยู่ดีค่ะ" "เราจะเอาข้อมูลนั้นไปให้เขาได้อย่างไร" วิชัยถามอย่างไม่เข้าใจ "หนู... หนูไม่แน่ใจค่ะ" สุมาลีพูดติดขัด "แต่ถ้ามีทางอื่นที่ดีกว่านี้ ก็อาจจะไม่ต้องทำแบบนั้น" สุชาดาเดินเข้ามาจับมือพี่สาว "พี่สุมาลีคะ หนูเข้าใจว่าพี่เป็นห่วงครอบครัว แต่เราไม่ควรทำอะไรที่อาจจะส่งผลเสียในระยะยาวนะคะ" "แล้วเราจะทำยังไงกันดี" วิชัยถามอย่างสิ้นหวัง สุมาลีมองไปรอบๆ ห้องทำงานของพ่อ สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจที่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเงาแห่งความกังวล เธอไม่รู้ว่าจะมีทางออกอื่นอีกหรือไม่ หรือว่าภาพลวงตาของความสุขที่ครอบครัวเธอสร้างขึ้นมา กำลังจะพังทลายลงอย่างช้าๆ

4,386 ตัวอักษร