ม่านหมอกที่ปกคลุมความจริงในวังวนแห่งตระกูล

ตอนที่ 1 / 40

ตอนที่ 1 — สายลมเย็นเยือนวันคืนที่อึมครึม

โสภิตาเงยหน้ามองท้องฟ้าสีหม่น เมฆหมอกลอยเอื่อยราวกับกำลังกลั่นแกล้งชีวิตของเธอให้ขุ่นมัวไม่แพ้กัน ลมเย็นพัดแผ่วเบา แต่กลับสั่นสะท้านไปถึงหัวใจ เธอยืนอยู่ริมระเบียงชั้นสองของคฤหาสน์ตระกูล “วรธนพงศ์” สถานที่ซึ่งเป็นทั้งปราการอันสง่างามและกรงขังอันสวยงาม ที่นี่คือโลกทั้งใบของเธอ โลกที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์อันเคร่งครัด ประเพณีที่ต้องยึดถือ และความคาดหวังที่หนักอึ้งจนแทบจะบดขยี้ลมหายใจ “คุณหนูคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วค่ะ คุณท่านรออยู่” เสียงเรียกของคุณป้านวล คนรับใช้เก่าแก่ที่อยู่คู่กับตระกูลมานานกว่าสามสิบปี ทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่ โสภิตาถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะหันกลับเข้าไปในห้อง “ค่ะป้านวล” เธอตอบรับเสียงแผ่ว พลางลอบมองไปยังสวนกุหลาบที่บานสะพรั่ง กุหลาบสีแดงเข้มที่เธอกำลังจ้องมอง มันสวยงามเกินจริง เหมือนกับชีวิตของเธอที่ภายนอกดูสมบูรณ์แบบ แต่ภายในกลับมีหนามแหลมคมที่พร้อมจะทิ่มแทงอยู่เสมอ เมื่อเดินเข้าไปในห้องอาหาร บรรยากาศก็หนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม คุณท่านอนันต์ ผู้เป็นบิดา นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับไปสนใจอาหารตรงหน้า คุณหญิงมณีรัตน์ ผู้เป็นมารดา นั่งอยู่เคียงข้างบิดา เธอสวมชุดไทยประยุกต์สีงาช้าง ดูสง่างามราวกับรูปปั้น แต่แววตาของกลับฉายความกังวลอยู่ลึกๆ “นั่งสิโสภิตา” คุณท่านอนันต์เอ่ยเสียงเรียบๆ “วันนี้มีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ทราบ” โสภิตาทรุดตัวลงนั่ง เก้าอี้ไม้สักแกะสลักเย็นเฉียบสัมผัสผิวกาย เธอพยายามข่มความรู้สึกประหม่าไว้ “ค่ะท่านพ่อ” “เรื่องที่ฉันจะแจ้งเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวกับอนาคตของตระกูลเรา และแน่นอนว่ารวมถึงอนาคตของเธอด้วย” ท่านอนันต์วางช้อนส้อมลง เสียงกระทบกับจานเซรามิกดังแกร่ง “ฉันได้ตกลงกับท่านประธานบริษัทสากล การค้าแล้ว การแต่งงานระหว่างเธอกับคุณธาม วัฒนวิเศษ จะเกิดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า” คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ โสภิตาตัวแข็งทื่อ หัวใจของเธอหล่นวูบจนแทบจะหลุดออกจากอก ธาม วัฒนวิเศษ ชายหนุ่มผู้ร่ำรวย มีอำนาจ และเป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั่วเมือง เขาเป็นคนที่เธอไม่เคยแม้แต่จะคิดฝันถึง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเป็นสามี “ท่านพ่อคะ!” เสียงของเธอสั่นเครือ “นี่มันหมายความว่ายังไงคะ? โสภิตาไม่เข้าใจ” คุณหญิงมณีรัตน์วางมือลงบนแขนของบุตรสาว “ใจเย็นๆ นะลูก การตัดสินใจของคุณพ่อเขา เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลเรา” “ผลประโยชน์ของตระกูล?” โสภิตาเงยหน้ามองบิดา ดวงตาแดงก่ำ “แล้วความรู้สึกของโสภิตาล่ะคะ? ท่านพ่อไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของลูกเลยหรือไงคะ?” “ความรู้สึกเป็นเรื่องรอง เมื่อเทียบกับความมั่นคงของวงศ์ตระกูล” ท่านอนันต์ตอบเสียงเย็นชา “ธามเป็นคู่หมั้นที่เหมาะสมที่สุด เขาจะช่วยเสริมสร้างฐานะและอำนาจของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นี่คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับตระกูลวรธนพงศ์ในสถานการณ์ปัจจุบัน” “แต่หนูไม่เคยเจอเขาเลยนะคะ! หนูจะไปใช้ชีวิตกับคนที่หนูไม่รู้จักได้อย่างไรคะ?” โสภิตารู้สึกเหมือนมีบางอย่างบีบคั้นหัวใจจนหายใจไม่ออก เธอพยายามระงับน้ำตา แต่ก็ทำไม่ได้ “เธอจะได้เจอเขาแน่” ท่านอนันต์พูดเสริม “ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขาจะเข้ามาเยี่ยมเยียนที่นี่ เพื่อทำความรู้จักกับเธออย่างเป็นทางการ” “โสภิตาไม่อยากแต่งงานค่ะ!” เธอตะโกนสุดเสียง น้ำตาไหลอาบแก้ม “หนูขอร้องท่านพ่อ ปล่อยโสภิตาไปเถอะค่ะ” “อย่าพูดจาเหลวไหล!” ท่านอนันต์ตบโต๊ะเสียงดัง “การแต่งงานครั้งนี้เด็ดขาด! เธอไม่มีสิทธิ์คัดค้าน” คุณหญิงมณีรัตน์รีบเข้ามาปลอบ “ลูกแม่ ฟังพ่อเขาก่อนนะ การแต่งงานครั้งนี้มันมีเหตุผลหลายอย่างที่เราอธิบายให้ลูกฟังไม่ได้ในตอนนี้ แต่เชื่อแม่เถอะ มันคือทางออกที่ดีที่สุด” “ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับใครคะ? สำหรับตระกูล? หรือสำหรับท่านพ่อ?” โสภิตาปาดน้ำตาอย่างแรง “แล้วถ้าโสภิตาไม่ยอมล่ะคะ?” “ถ้าเธอไม่ยอม...” ท่านอนันต์เว้นจังหวะ ลมหายใจของเขาหนักหน่วงขึ้น “เธอจะทำให้ตระกูลของเราเสียชื่อเสียง และเราอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาที่คาดไม่ถึง” คำพูดนั้นทำให้โสภิตาตระหนักถึงอำนาจของบิดา และความหมายของคำว่า “ชื่อเสียงตระกูล” ที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เธอรู้ดีว่าการขัดคำสั่งบิดาครั้งนี้ ย่อมนำมาซึ่งผลกระทบที่เธออาจจะรับมือไม่ไหว “โสภิตาขอเวลาคิด” เธอพูดเสียงแผ่ว พลางก้มหน้ามองจานอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า ราวกับว่ามันคือโลกทั้งใบที่กำลังจะพังทลายลง “คิดให้ดี” ท่านอนันต์กล่าวเน้น “การตัดสินใจของเธอ จะส่งผลต่อทุกชีวิตในบ้านหลังนี้” โสภิตาเงียบไป เธอรู้สึกเหมือนถูกต้อนเข้ามุม ไม่มีทางหนี ไม่มีทางออก ชีวิตของเธอกำลังถูกบีบบังคับให้เดินไปในเส้นทางที่เธอไม่ต้องการ เส้นทางที่ถูกปูด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ของตระกูล ที่ต้องแลกมาด้วยอิสรภาพและความสุขของเธอเอง ค่ำคืนนั้น โสภิตานอนไม่หลับ เธอพลิกตัวไปมาบนเตียงนุ่ม ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัว การแต่งงาน การถูกบังคับ ชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้ ราวกับว่าโชคชะตากำลังเล่นตลกกับเธออย่างสนุกสนาน เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมทุกสิ่ง ราวกับเป็นเงาสะท้อนของความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ “ทำไมต้องเป็นฉัน...” เธอพึมพำกับตัวเอง “ทำไมฉันถึงต้องรับชะตากรรมแบบนี้” เสียงนาฬิกาโบราณบอกเวลาเที่ยงคืน ก้องกังวานไปทั่วคฤหาสน์ เป็นสัญญาณเตือนว่าวันเวลาแห่งการตัดสินใจใกล้เข้ามาทุกที โสภิตาหลับตาลง เธอรู้ดีว่าพรุ่งนี้จะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น พรุ่งนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการหลีกหนี หรืออาจจะเป็นจุดจบของทุกสิ่ง...

4,346 ตัวอักษร