รอยร้าวในใจกลางเมืองกรุง

ตอนที่ 8 / 35

ตอนที่ 8 — ทางเลือกที่ถูกบีบคั้น

ความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วร้านกาแฟหลังจากที่อนงค์เดินออกไป ก็กลับเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว คุณจิระพัฒน์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น พลางมองไปยังทิศทางที่อนงค์เดินออกไป เขาได้ยินเสียงบทสนทนาที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียงวางสายที่ดังชัดเจน เขาเข้าใจในสถานการณ์ที่อนงค์กำลังเผชิญอยู่ได้เป็นอย่างดี “คุณอนงค์…” เขาพึมพำชื่อเธอเบาๆ รู้สึกเป็นห่วงอย่างสุดหัวใจ เขาเดินไปที่เคาน์เตอร์แล้วจ่ายเงินค่ากาแฟของอนงค์โดยไม่ลังเล ก่อนจะเดินออกจากร้านตามไป แต่เมื่อเขาออกมาจากร้าน สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร่างของอนงค์ยืนนิ่งอยู่ใต้แสงไฟเสาไฟ ร่างของเธอสั่นเทาเล็กน้อย น้ำตาที่ไหลอาบแก้มของเธอสะท้อนแสงไฟจนเห็นเป็นประกาย คุณจิระพัฒน์ลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าจะเข้าไปหาเธอทันทีหรือไม่ เพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่ามารดาของอนงค์จะยังอยู่ที่บริเวณนั้นหรือไม่ ในขณะที่เขากำลังตัดสินใจ ร่างของคุณแทนก็ปรากฏขึ้นจากมุมถนน เขาสวมสูทสีเข้มดูภูมิฐาน และเดินตรงเข้าไปหาอนงค์ทันที “อนงค์” คุณแทนเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เป็นอะไรไป ทำไมถึงมายืนอยู่ตรงนี้คนเดียว” อนงค์สะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบปาดน้ำตาอย่างรวดเร็ว แล้วหันไปเผชิญหน้ากับคุณแทน “คุณแทน… ฉัน… ฉันแค่กำลังจะกลับบ้านค่ะ” เธอพยายามควบคุมเสียงให้เป็นปกติที่สุด “แม่ของคุณโทรมาบอกผมว่าคุยกับท่านแล้ว ท่านตกลงแล้ว” คุณแทนยิ้มอย่างพอใจ “ผมดีใจมากเลยนะอนงค์ ที่ในที่สุดเราก็จะได้อยู่ด้วยกัน” อนงค์มองใบหน้าของคุณแทนที่เปี่ยมไปด้วยความยินดี แต่ภายในใจของเธอ กลับรู้สึกว่างเปล่า และเย็นเยียบเหมือนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ “ค่ะ…” เธอตอบเสียงเบา “แม่… ท่านตัดสินใจแล้วค่ะ” “ดีมาก” คุณแทนเดินเข้ามาใกล้ “ผมรู้ว่าช่วงแรกๆ อาจจะยังไม่คุ้นเคย แต่ผมสัญญาว่าผมจะดูแลคุณอนงค์อย่างดีที่สุด ให้คุณอนงค์มีความสุขในทุกๆ วัน” อนงค์รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ คำพูดของคุณแทนที่ฟังดูดี กลับกลายเป็นเหมือนเข็มแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจเธอ เธอมองใบหน้าของคุณแทนอย่างพิจารณา พยายามจะหาเศษเสี้ยวของความรู้สึกที่ตรงกับหัวใจของเธอ แต่ก็ไม่พบ “คุณแทนคะ…” อนงค์เริ่มเอ่ย “หนู… หนูมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ” “เรื่องอะไรเหรอครับ” คุณแทนถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเต็มไปด้วยความสุข “ถ้าเรื่องเกี่ยวกับงานแต่งงาน ผมจัดการให้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะ ไม่ต้องห่วง” “ไม่ใช่เรื่องงานแต่งงานค่ะ” อนงค์พูด “มันเป็นเรื่อง… ความฝันของหนูค่ะ” คุณแทนเลิกคิ้วเล็กน้อย “ความฝัน? ผมไม่เข้าใจ” “หนู… หนูอยากจะเป็นช่างภาพค่ะ” อนงค์กล่าว “หนูอยากจะทำงานที่หนูรัก สร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง” ใบหน้าของคุณแทนเปลี่ยนไปเล็กน้อย แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความอบอุ่น เริ่มมีประกายของความไม่เข้าใจและอาจจะมีความไม่พอใจแฝงอยู่ “ช่างภาพ? อนงค์… เรื่องแค่นี้เองเหรอ ผมนึกว่าจะมีเรื่องอะไรสำคัญ” “มันสำคัญสำหรับหนูค่ะ” อนงค์ยืนยัน “และ… แม่ของหนู… ท่านกำลังจะจัดการให้หนูแต่งงานกับคุณ” “ใช่ครับ! และผมก็พร้อมที่จะทำให้คุณอนงค์มีความสุขที่สุด” คุณแทนรีบกล่าว “เรื่องความฝันเล็กๆ น้อยๆ ของคุณอนงค์ ผมคิดว่าเราสามารถจัดการมันได้ทีหลัง หรืออาจจะให้เป็นงานอดิเรกของคุณอนงค์ก็ได้” “งานอดิเรก?” น้ำเสียงของอนงค์เริ่มสั่นเครือ “คุณแทนคะ… มันไม่ใช่แค่งานอดิเรกสำหรับหนูค่ะ มันคือชีวิตของหนู” “อนงค์… อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ ได้ไหม” คุณแทนเริ่มมีน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป “ชีวิตของคุณอนงค์ควรจะอยู่ที่นี่ กับผม มีชีวิตที่สบาย ไม่ต้องไปดิ้นรนอะไร แม่ของคุณอนงค์ก็เห็นด้วยกับผม” “แต่หนูไม่เห็นด้วยค่ะ!” อนงค์สวนกลับไปอย่างห้ามไม่อยู่ “หนูไม่ต้องการชีวิตที่สบายแบบนั้น! หนูต้องการชีวิตที่หนูสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง!” คุณแทนถอนหายใจอย่างแรง “ผมไม่รู้ว่าคุณอนงค์ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน แต่มันเป็นไปไม่ได้! เรื่องแต่งงานมันเสร็จสิ้นไปแล้ว แม่ของคุณอนงค์ก็เห็นด้วย! อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปกว่านี้เลย” “ยุ่งยาก?” อนงค์หัวเราะออกมาทั้งน้ำตา “คุณคิดว่าการให้ผู้หญิงคนหนึ่งละทิ้งความฝันของตัวเองเพื่อแต่งงานกับคนที่ไม่รัก คือเรื่องไม่ยุ่งยากเหรอคะ!” “ผมรักคุณอนงค์นะ” คุณแทนกล่าว “และผมจะดูแลคุณอนงค์อย่างดีที่สุด” “ความรักที่คุณแทนพูดถึง… มันคืออะไรคะ” อนงค์ถาม “มันคือการควบคุม หรือการครอบครอง? หรือมันคือการยอมรับในตัวตนของหนูจริงๆ?” คุณแทนเงียบไป เขาดูเหมือนจะประหลาดใจกับคำถามของอนงค์ “อนงค์… คุณพูดอะไรของคุณ” “หนูกำลังพูดความจริงค่ะ” อนงค์กล่าว “หนูขอโทษนะคะคุณแทน แต่หนูไม่สามารถแต่งงานกับคุณได้” “อะไรนะ!” คุณแทนตะลึง “คุณพูดเล่นใช่ไหม! แม่ของคุณอนงค์ตกลงแล้วนะ!” “หนูจะไปคุยกับแม่เองค่ะ” อนงค์กล่าว “แล้วหนูก็จะไปคุยกับคุณจิระพัฒน์” “คุณจิระพัฒน์! นั่นมันไอ้หมอนั่นนี่!” น้ำเสียงของคุณแทนเริ่มแข็งกร้าว “คุณอนงค์! อย่าหลงกลเขา! เขาหลอกคุณอนงค์อยู่! เขาคงอยากจะได้อะไรจากคุณอนงค์!” “คุณแทนคะ” อนงค์มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง “หนูคิดว่าเราไม่ควรจะคุยกันอีกต่อไปแล้วค่ะ” เธอหันหลังและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คุณแทนยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ในขณะที่คุณจิระพัฒน์ที่ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ริมถนน ก็ก้าวออกมา “คุณอนงค์ครับ” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ อนงค์หันกลับมา มองเห็นคุณจิระพัฒน์ เธอก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที ปล่อยให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ ไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ “หนู… หนูทำยังไงดีคะคุณจิระพัฒน์” เธอถามด้วยเสียงสะอื้น “แม่… ท่านตัดสินใจไปแล้ว… แล้วคุณแทน… เขาก็… เขาไม่เข้าใจหนูเลย” คุณจิระพัฒน์รีบเดินเข้ามาหา นั่งลงข้างๆ และใช้แขนโอบไหล่เธอเบาๆ “ไม่เป็นไรนะครับ” เขาปลอบ “ผมอยู่ตรงนี้แล้ว” “หนู… หนูไม่อยากแต่งงานกับคุณแทน” อนงค์กระซิบ “แต่หนูก็กลัวแม่เสียใจ” “ผมเข้าใจครับ” คุณจิระพัฒน์กล่าว “แต่คุณอนงค์ต้องเลือกชีวิตของตัวเองนะครับ ถ้าคุณอนงค์ไม่เลือกชีวิตของตัวเอง แล้วใครจะเลือกให้ล่ะครับ” “แต่… ถ้าหนูไม่แต่งงานกับคุณแทน… แม่จะให้อภัยหนูไหมคะ” “เรื่องนั้น… ผมว่าคุณอนงค์ต้องลองคุยกับท่านดูอีกครั้งนะครับ” คุณจิระพัฒน์ให้คำแนะนำ “ผมจะอยู่ข้างๆ คุณอนงค์เสมอ ไม่ว่าคุณอนงค์จะตัดสินใจอย่างไร” อนงค์พิงศีรษะลงบนไหล่ของคุณจิระพัฒน์ เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นและความมั่นคงที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา มันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากความรู้สึกที่เธอเคยได้รับจากคุณแทนอย่างสิ้นเชิง “หนู… หนูจะลองคุยกับแม่ดูค่ะ” อนงค์พูดเสียงแผ่ว “หนูจะบอกท่านว่า… หนูรักท่าน… แต่หนูก็อยากมีชีวิตของหนูเอง” “ดีมากครับ” คุณจิระพัฒน์ลูบหลังเธอเบาๆ “ผมเชื่อว่าคุณอนงค์จะทำได้” ทั้งสองนั่งอยู่ตรงนั้นสักพักใหญ่ ปล่อยให้ความเงียบโอบกอดพวกเขาไว้ อนงค์พยายามรวบรวมสติและกำลังใจ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง

5,323 ตัวอักษร