ตอนที่ 1 — คืนที่ความฝันแตกสลาย
แสงไฟนีออนสีฟ้าเย็นเยียบสาดสะท้อนบนใบหน้าของภีม ปรากฏเป็นเงาตะคุ่มที่ดูเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง กลิ่นอับชื้นของเหล้าถูกปะปนกับควันบุหรี่ที่ลอยกรุ่นอยู่ในอากาศ บาร์แห่งนี้คือแหล่งหลบภัยสุดท้ายของเขา สถานที่ซึ่งเขาใช้เวลาแทบทุกคืน ดื่มด่ำไปกับความขมปร่าของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อกลบเกลื่อนความจริงอันโหดร้ายที่ถาโถมเข้ามา
สองปีก่อน ภีมคือชายหนุ่มที่ใครๆ ต่างอิจฉา เขาคือดาวรุ่งของวงการอสังหาริมทรัพย์ ประสบความสำเร็จเกินวัย มีทั้งเงินทอง ชื่อเสียง และอนาคตที่สดใสรออยู่ตรงหน้า เขามี เอม นักธุรกิจสาวสวยคู่หมั้นที่พร้อมจะก้าวเดินไปกับเขา ทุกสิ่งดูสมบูรณ์แบบราวกับภาพวาดในฝัน
แต่แล้ว พายุลูกใหญ่ก็โหมกระหน่ำเข้ามา ความประมาทและความโลภเพียงชั่ววูบเดียว ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสร้างมา การตัดสินใจลงทุนในโครงการที่เสี่ยงเกินตัว โดยไม่ฟังคำเตือนของคนใกล้ชิด กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาต้องสูญเสียทุกอย่าง ทั้งเงินที่หามาได้ทั้งหมด บริษัทที่เขาทุ่มเทสร้างมา และที่สำคัญที่สุด คือความไว้วางใจจากคนที่เขารัก
"อีกแก้วไหมคะ" เสียงหวานเจื้อยแจ้วของบาร์เทนเดอร์สาวดังขึ้น ดึงภีมออกจากภวังค์ เขาหันไปมองเธอ ใบหน้าของเธอสวยคม แต่แววตากลับว่างเปล่า ราวกับมองไม่เห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มจอมปลอม
"ไม่ล่ะ" ภีมตอบเสียงแหบพร่า พลางปัดมือที่กำลังจะเทเครื่องดื่มแก้วใหม่ลงแก้วของเขา "พอแล้วสำหรับคืนนี้"
เขาหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา โยนแบงค์สีเทาหลายใบลงบนเคาน์เตอร์ สกุลเงินจำนวนมากที่เคยมีค่า บัดนี้กลับรู้สึกไร้น้ำหนัก ราวกับเศษกระดาษที่ไร้ประโยชน์
"คืนนี้ผมขอติดไว้ก่อนนะ" ภีมพูดกับบาร์เทนเดอร์สาว พร้อมกับยิ้มบางๆ ที่เจือไปด้วยความเหนื่อยล้า "พรุ่งนี้ผมจะเอามาให้ครบ"
"ไม่เป็นไรค่ะ คุณภีม" บาร์เทนเดอร์สาวตอบรับด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย "เอาไว้ค่อยจ่ายก็ได้ค่ะ"
เธอรู้ดีว่าภีมกำลังเผชิญกับอะไร ชีวิตของเขาพลิกผันอย่างรวดเร็ว จากเศรษฐีหนุ่มกลายเป็นคนไร้บ้านที่ต้องอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ ราคาถูก รายได้ของเขาหดหายไปเกือบทั้งหมด เหลือเพียงเศษเงินที่ต้องประคับประคองชีวิตไปวันๆ
ภีมเดินออกจากบาร์ ท่ามกลางแสงไฟสลัวของเมืองยามค่ำคืน อากาศเย็นยะเยือกยามดึกสงัด พัดพาเอากลิ่นไอฝนที่ใกล้จะตกมาสัมผัสใบหน้า เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า พลางถอนหายใจยาว
"ทำไมเรื่องมันถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้นะ" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาเบาหวิว ราวกับจะถูกกลืนหายไปกับเสียงลม
เขาจำได้ดีถึงคำพูดของเอม ในวันที่เขากำลังจะตัดสินใจครั้งใหญ่ "ภีมคะ เราควรจะรอบคอบกว่านี้นะคะ โครงการนี้มันดูมีความเสี่ยงเกินไป"
แต่เขากลับมองข้ามคำเตือนของเธอไป เขาหลงระเริงไปกับคำเยินยอของนักธุรกิจที่เข้ามาเสนอให้ร่วมลงทุน ความทะเยอทะยานที่ครอบงำจิตใจ ทำให้เขาไม่เห็นถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่
"ผมมันโง่เอง" ภีมตวาดใส่ความเงียบของยามราตรี "โง่ที่คิดว่าตัวเองเก่งเกินไป โง่ที่หลงเชื่อคำหวาน"
เขาเดินไปตามทางเท้าที่ว่างเปล่า ไฟถนนส่องแสงสีเหลืองสลัว ทำให้เงาของเขาดูยาวเหยียด ทอดทอดไปตามพื้นถนนที่เปียกชื้น
"เอม..." ชื่อของเธอผุดขึ้นมาในความคิด ภาพใบหน้าสวยหวานของเธอปรากฏขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอ
"ผมทำให้คุณผิดหวังมากแค่ไหนนะ"
ความสัมพันธ์ของเขากับเอมจบลงอย่างน่าเศร้า หลังจากที่เขาพยายามอย่างหนักที่จะกอบกู้สถานการณ์ แต่ทุกอย่างก็สายเกินไป เอมซึ่งเคยเป็นแรงผลักดันและกำลังใจสำคัญของเขา ต้องทนเห็นเขาจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งความล้มเหลว
"ภีมคะ ฉันรักคุณนะ" เสียงของเอมยังคงก้องอยู่ในหูเขา
"แต่ฉันทนเห็นคุณทำลายตัวเองแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว"
คำพูดเหล่านั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่เสมอ เขาเป็นคนผลักไสเธอออกไปเอง ด้วยความดื้อรั้นและความคิดที่ว่าเขาจะสามารถแก้ไขทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียว
"ผมขอโทษนะเอม" ภีมพูดเสียงเบา "ผมขอโทษจริงๆ"
เขาหยุดยืนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อที่ยังคงเปิดไฟสว่างไสว เขารู้สึกหิวน้ำอย่างรุนแรง เขาเดินเข้าไปข้างใน กลิ่นหอมของกาแฟสดลอยมาแตะจมูก
"รับอะไรดีคะ" พนักงานสาวสวมเสื้อสีฟ้าอ่อนยิ้มต้อนรับ
"น้ำเปล่าครับ" ภีมตอบเสียงห้วน
เขาหยิบขวดน้ำแร่เย็นๆ ขึ้นมา เปิดฝาแล้วยกดื่มอย่างรวดเร็ว ความเย็นฉ่ำช่วยดับกระหายได้บ้าง แต่ไม่สามารถดับความกระหายในความสุขที่เคยมีได้
ขณะที่เขากำลังจะเดินออกจากร้าน ก็มีเสียงเรียกชื่อเขาดังขึ้น
"ภีม! นี่นายจริงๆ ด้วย!"
ภีมหันไปมองตามเสียงเรียก สายตาของเขาประสานเข้ากับดวงตาของชายคนหนึ่ง รูปร่างท้วม ใบหน้าอ้วนกลม ซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่ห่างหายกันไปนาน
"นนท์! นายมาทำอะไรที่นี่" ภีมถามด้วยความประหลาดใจ
"ฉันเพิ่งย้ายมาแถวนี้ได้ไม่นานเอง ว่าแต่... นายดูเปลี่ยนไปนะ" นนท์เดินเข้ามาหาภีมอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาจับจ้องไปที่ภีมอย่างสำรวจ
"ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละ" ภีมตอบ พลางพยายามซ่อนความรู้สึกไม่สบายใจ "แล้วนายล่ะ เป็นไงบ้าง"
"ก็เรื่อยๆ ตามประสา" นนท์ยิ้มกว้าง "แต่เห็นนายแล้ว ฉันนึกถึงสมัยเรียนเลยนะ สมัยที่นายเป็นดาวคณะ เป็นที่หนึ่งของทุกอย่าง"
คำพูดของนนท์เหมือนมีดที่กรีดลึกเข้าไปในใจภีม เขารู้สึกอายที่อดีตอันรุ่งโรจน์ของเขา ถูกนำมาเปรียบเทียบกับปัจจุบันอันตกต่ำ
"เรื่องมันผ่านไปแล้ว" ภีมพูดเสียงเรียบ "นายมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาทักฉัน"
"อ๋อ ไม่มีอะไรมากหรอก" นนท์โบกมือไปมา "แค่นึกถึงสมัยก่อน เลยอยากจะทักทาย เห็นนายดู... ซึมๆ ไปหน่อย เลยอยากชวนไปหาอะไรดื่มด้วยกัน"
ภีมชะงักไป เขาไม่อยากกลับไปที่บาร์ ไม่อยากเจอผู้คน ไม่อยากได้ยินคำปลอบใจที่ไร้ความหมาย
"ไม่ดีกว่า ฉันต้องรีบกลับ" ภีมปฏิเสธ
"อ้าว ทำไมล่ะ" นนท์ทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย "สักหน่อยน่า นานๆ เจอกันที"
"ไว้คราวหน้านะ" ภีมพยายามที่จะปลีกตัว "ฉันเหนื่อยมากวันนี้"
"โอเคๆ งั้นไม่เป็นไร" นนท์ยิ้ม "แต่ถ้าว่างๆ มาเจอกันนะ ฉันจะเลี้ยงเอง"
"ขอบใจมาก" ภีมพูด พลางรีบเดินออกจากร้านสะดวกซื้อไปทันที
เขาเดินไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่ากำลังจะไปที่ไหน ความรู้สึกว่างเปล่าถาโถมเข้ามาอีกครั้ง ความล้มเหลวครั้งนี้ มันหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
เขาหยุดยืนอยู่ริมแม่น้ำ มองสายน้ำที่ไหลเอื่อยไปเบื้องหน้า แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนผิวน้ำ ระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ร่วงหล่น
"ผมจะทำยังไงต่อไปดี" ภีมถามตัวเองอีกครั้ง เสียงของเขาแผ่วเบา จนแทบไม่ได้ยิน
อนาคตที่เคยสดใส บัดนี้กลายเป็นเพียงภาพลวงตา ความฝันที่เขาเคยไขว่คว้า บัดนี้แตกสลายไปกับตา
เขาหลับตาลง พยายามสลัดภาพอดีตที่เจ็บปวดออกไป แต่ยิ่งพยายาม ภาพเหล่านั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
ความผิดพลาดครั้งเดียว มันได้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา
ภีมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ จนกระทั่งสายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเม็ดเล็กๆ
เขาไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย ราวกับร่างกายของเขาได้ชาชินไปเสียแล้ว
นี่คือจุดต่ำสุดของชีวิตเขาแล้วจริงๆ หรือ?
5,400 ตัวอักษร