วันที่โลกทั้งใบกลายเป็นสีเทา

ตอนที่ 23 / 35

ตอนที่ 23 — แสงดาวนำทางในคืนอันมืดมิด

หลังจากวันที่ผมกลับมามีความสุขกับการวาดภาพอีกครั้ง ชีวิตของผมก็เริ่มกลับมามีสีสันที่ชัดเจนขึ้น ผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในสตูดิโอ ปล่อยให้จินตนาการและความรู้สึกไหลเวียนผ่านปลายพู่กัน ภาพวาดของผมเริ่มมีเรื่องราวที่หลากหลายมากขึ้น บางภาพสะท้อนถึงความทรงจำที่สวยงาม บางภาพสื่อถึงความหวังในอนาคต และบางภาพก็เป็นเพียงการเล่นสนุกกับสีสันและรูปทรง "ต้น... นายคิดว่าภาพนี้สื่อถึงอะไร?" ผมถามเพื่อนสนิทขณะที่เรากำลังนั่งพักดื่มกาแฟยามบ่ายในสตูดิโอ ภาพที่ผมชี้เป็นภาพที่ใช้สีดำและน้ำเงินเข้มเป็นหลัก มีจุดสีขาวเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วผืนผ้าใบเหมือนดวงดาว ต้นมองภาพนั้นสักครู่ ก่อนจะตอบ "ผมว่า... มันเหมือนกับท้องฟ้าในคืนที่มืดสนิทเลยนะ" เขาบอก "แต่มองไปแล้ว... ก็รู้สึกว่ามันไม่น่ากลัวเลย มีดวงดาวเล็กๆ คอยส่องประกายอยู่เต็มไปหมด" ผมพยักหน้าด้วยความพอใจ "ใช่เลย" ผมกล่าว "ผมอยากจะสื่อว่า... ถึงแม้เราจะอยู่ในช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุด แต่ก็ยังมีสิ่งเล็กๆ ที่คอยนำทางเราอยู่เสมอ" "แล้ว... สิ่งเล็กๆ นั้น... มันคืออะไรเหรอ?" ต้นถาม น้ำเสียงของเขาแสดงถึงความสงสัยใคร่รู้ ผมยิ้ม "มันอาจจะเป็นความทรงจำดีๆ ที่เรามีอยู่" ผมตอบ "อาจจะเป็นคำพูดของคนที่เรารัก หรืออาจจะเป็น... กำลังใจที่เรามีให้กัน" ผมหันไปมองต้น "เหมือนกับที่นายเป็นให้ผมไง" ต้นหน้าแดงเล็กน้อย "ผม... ผมก็แค่ทำในสิ่งที่เพื่อนควรจะทำ" เขาว่า "ผมดีใจนะที่เห็นนายกลับมายิ้มได้อีกครั้ง" "ผมก็ดีใจนะที่ได้นายเป็นเพื่อน" ผมบอก "ถ้าวันนั้น... นายไม่เข้ามาคุยกับผมในสตูดิโอ ผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ผมจะเป็นยังไง" เรานั่งคุยกันอีกพักใหญ่ ถึงเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ผมเล่าถึงเทคนิคการผสมสีใหม่ๆ ที่ผมลองใช้ ต้นก็เล่าถึงเรื่องราวที่เขาเจอมาในที่ทำงาน มันเป็นบทสนทนาที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น "เย็นนี้... ไปดูหนังกันไหม?" ต้นชวน "มีหนังเรื่องใหม่เข้าฉายนะ เห็นว่าสนุกดี" ผมลังเลเล็กน้อย "ผม... ผมไม่แน่ใจนะ" ผมบอก "ผมยังอยากอยู่ปั้นงานให้เสร็จก่อน" "เอาน่า" ต้นคะยั้นคะยอ "ไปพักผ่อนบ้างก็ได้นะ วาดรูปเยอะๆ ก็เหนื่อยเหมือนกัน" ผมคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ "ก็ได้" ผมตอบ "ไปดูก็ได้" การตัดสินใจที่จะออกไปข้างนอกหลังจากที่ผมเก็บตัวอยู่ในสตูดิโอนานหลายวัน มันเป็นก้าวเล็กๆ ที่มีความหมายสำหรับผม ผมรู้ว่าการออกไปเผชิญโลกภายนอกอีกครั้ง อาจจะยังทำให้ผมรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง แต่ผมก็พร้อมที่จะลอง ขณะที่ผมกำลังเก็บของ เตรียมตัวจะออกไป ผมเหลือบไปเห็นภาพวาดที่ยังไม่เสร็จดี ผมมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบพู่กันขึ้นมาแต้มสีเล็กน้อยลงไป "ภาพนี้... ผมจะให้ชื่อมันว่า 'แสงดาวนำทาง'" ผมบอกต้น "มันจะเป็นเครื่องเตือนใจว่า... แม้ในคืนที่มืดมิดที่สุด ก็ยังมีแสงสว่างเสมอ" ต้นยิ้ม "ชื่อเพราะจัง" เขาว่า "เหมือนกับนายเลย" เราออกจากสตูดิโอ ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ยามเย็น ผมสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด รู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด ขณะที่เรากำลังเดินไปที่โรงภาพยนตร์ ผมเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นสนุกกันอย่างมีความสุขในสวนสาธารณะ พวกเขากำลังวิ่งไล่จับกัน หัวเราะเสียงดัง ผมหยุดมองพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง "ดูพวกเขาสิ" ผมพูดกับต้น "ดูมีความสุขจังเลยนะ" "ใช่" ต้นตอบ "เด็กๆ มักจะมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เสมอ" ผมพยักหน้า "ผมเคยลืมไปเลยว่า... ความสุขมันเป็นแบบนี้นี่เอง" ผมบอก "ผมเคยคิดว่า ความสุขมันต้องมาจากอะไรที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น" เราเดินต่อไป เสียงหัวเราะของเด็กๆ ยังคงดังแว่วมาอยู่ ผมรู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่เคยถูกปิดกั้นไว้ในใจ กำลังค่อยๆ เปิดออก เมื่อเราไปถึงโรงภาพยนตร์ เราเลือกที่นั่งแถวกลางๆ ผมรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยกับการได้ดูหนังในโรงอีกครั้ง ขณะที่แสงไฟในโรงค่อยๆ ดับลง ผมหันไปมองต้น "ขอบคุณนะ" ผมกระซิบ "ที่พาผมออกมา" ต้นยิ้ม "ไม่เป็นไร" เขาตอบ "เราจะผ่านทุกอย่างไปด้วยกัน" ผมหันกลับไปมองจอภาพยนตร์ที่เริ่มฉาย แสงสีที่สว่างไสวบนจอ ค่อยๆ ดึงผมเข้าไปสู่โลกอีกใบหนึ่ง ผมรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองจากความกังวลต่างๆ ที่เคยมี ตลอดทั้งเรื่อง ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องราวในอดีตเลย ผมจดจ่ออยู่กับภาพยนตร์ตรงหน้า ปล่อยให้ตัวเองได้หัวเราะ ได้ลุ้นระทึก และได้ซาบซึ้งไปกับเรื่องราว เมื่อภาพยนตร์จบลง แสงไฟในโรงก็สว่างขึ้น ผมรู้สึกเหมือนได้กลับมาจากอีกโลกหนึ่ง ผมมองต้นด้วยรอยยิ้มที่แท้จริง "สนุกมากเลย" ผมบอก "ผมว่า... นายคงจะชอบนะ" ต้นตอบ "ผมเลือกเรื่องที่คิดว่าน่าจะเหมาะกับนาย" เราเดินออกจากโรงภาพยนตร์ ท่ามกลางผู้คนมากมาย ผมรู้สึกได้ว่า บรรยากาศรอบตัวผมเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่สีเทาอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นสีสันที่หลากหลายและมีชีวิตชีวา ผมมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง เห็นดวงดาวเล็กๆ เริ่มปรากฏ ผมนึกถึงภาพวาดของผมอีกครั้ง "บางที... แสงดาวนำทาง มันอาจจะไม่ได้อยู่แค่ในภาพวาดของเราก็ได้นะ" ผมพูดกับต้น ต้นหันมามองผม แล้วยิ้ม "ใช่" เขาตอบ "มันอาจจะอยู่รอบๆ ตัวเราเสมอ... แค่เราต้องสังเกตมัน" ผมรู้สึกถึงความหวังที่ค่อยๆ เติมเต็มเข้ามาในหัวใจ มันไม่ใช่ความหวังที่เกิดจากการลืมเลือน แต่เป็นความหวังที่เกิดจากการยอมรับและการค้นพบสิ่งดีๆ ที่ซ่อนอยู่ในชีวิต

4,071 ตัวอักษร