ตอนที่ 25 — เสียงเพลงปลอบประโลมใจที่แสนอบอุ่น
"แน่ใจนะว่าจะเชิญทุกคนมา?" ต้นถาม ขณะที่เรากำลังจัดวางภาพวาดภาพหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพของท้องฟ้ายามพลบค่ำที่แผ่คลุมผืนน้ำ สะท้อนแสงสีส้มอมม่วงระเรื่อ ต้นวางมือบนบ่าผมเบาๆ แววตาของเขาสะท้อนความกังวลที่ผมเองก็สัมผัสได้
ผมยิ้มบางๆ ให้กับเพื่อนรัก "ก็มันคืองานของฉันนะต้น ฉันอยากให้ทุกคนได้เห็นสิ่งที่ฉันพยายามทำมาตลอด"
"แต่นายรู้ใช่ไหมว่า... บางคนอาจจะยังรับไม่ได้" ต้นพึมพำ เสียงเบาลงจนแทบจับใจความไม่ได้
ผมเข้าใจสิ่งที่ต้นกังวล ผมเองก็กังวลไม่แพ้กัน การเปิดเผยผลงานของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากความสูญเสียครั้งใหญ่ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ภาพวาดบางภาพของผมมันสะท้อนความเจ็บปวด ความสับสน ความโกรธที่ผมเคยเผชิญ การที่คนอื่นจะเข้ามาเห็น เข้ามาตัดสิน มันทำให้ผมรู้สึกหวั่นไหว
"ฉันรู้... แต่มันคือส่วนหนึ่งของการเดินทางของฉันนะต้น" ผมตอบ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคง "ฉันต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้ และถ้ามีใครสักคน ที่เห็นงานของฉันแล้วรู้สึกดีขึ้น หรือเข้าใจอะไรบางอย่างที่ฉันต้องการจะสื่อ ฉันก็จะภูมิใจมาก"
คุณแม่เดินเข้ามาพร้อมกับถาดที่วางแก้วน้ำผลไม้วางอยู่หลายใบ "คุยอะไรกันอยู่จ๊ะลูก"
"ก็คุยเรื่องงานแสดงของคุณเขาครับแม่" ต้นรีบตอบ พลางรับแก้วน้ำผลไม้จากมือคุณแม่
"ดีแล้วล่ะลูก" คุณแม่ยิ้มให้ผม "เตรียมตัวเหนื่อยหน่อยนะ แต่แม่เชื่อว่าหนูทำได้" ท่านยื่นแก้วน้ำผลไม้ให้ผม "ดื่มหน่อยนะ จะได้มีแรง"
ผมรับแก้วมาดื่ม รสชาติหวานอมเปรี้ยวของน้ำส้มสดชื่นช่วยปลุกให้ร่างกายตื่นตัวขึ้น ผมมองไปรอบๆ ห้องทำงานของคุณพ่อที่ตอนนี้เต็มไปด้วยภาพวาดของผม กลิ่นสีน้ำมันจางๆ ผสมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ที่คุณแม่จัดมา มันเป็นบรรยากาศที่แปลกตา แต่ก็รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
"ภาพนี้... สวยมากเลย" คุณแม่ชี้ไปที่ภาพวาดที่ต้นกับผมกำลังจัดวาง มันเป็นภาพของก้อนเมฆที่ก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายใบหน้าของใครบางคน จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาที่ดูเหมือนกำลังมองมาที่ผมอย่างอ่อนโยน "เหมือนมีใครกำลังส่งกำลังใจมาให้เลยนะ"
ผมมองภาพนั้นอีกครั้ง ภาพนี้ผมตั้งใจวาดให้เป็นเหมือนคุณพ่อ เป็นภาพที่คุณพ่อกำลังมองลงมา ผมไม่เคยคิดว่ามันจะออกมาดูมีชีวิตชีวาได้ถึงขนาดนี้ "ผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นครับแม่"
"แล้ว... มีใครที่เราต้องระวังเป็นพิเศษไหม" ต้นถามอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขามีความกังวลชัดเจนกว่าเดิม
ผมถอนหายใจเบาๆ "ก็... น่าจะมีนะ" ผมคิดถึงใบหน้าของลุงสมชาย พ่อของแก้ว เพื่อนสนิทของผม ลุงสมชายเป็นคนที่ไม่เคยเข้าใจการตัดสินใจของคุณพ่อเลย เวลาที่พูดถึงเรื่องงานศิลปะ ลุงมักจะมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่สร้างรายได้ และเป็นสาเหตุที่คุณพ่อต้องทำงานหนักจนล้มป่วย
"ถ้าเขามา... แล้วพูดอะไรไม่ดีล่ะ" ต้นยังคงกังวล
"ถ้าเขามา... ผมก็จะรับฟัง" ผมตอบอย่างหนักแน่น "แต่ผมจะไม่ให้คำพูดของเขามาทำลายความตั้งใจของผมได้อีกแล้ว"
ผมเดินไปหยิบพู่กันที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณพ่อ แล้วจรดลงบนผืนผ้าใบที่ยังว่างเปล่า ผมเริ่มลงสีฟ้าอ่อนๆ อย่างใจเย็น ผมรู้ว่าการเตรียมงานครั้งนี้ มันไม่ใช่แค่การจัดนิทรรศการศิลปะ แต่มันคือการประกาศให้โลกรู้ว่า ผมยังอยู่ ผมยังมีความฝัน และผมจะสู้ต่อไป
"ฉันว่า... เราควรจะเปิดเพลงเบาๆ คลอไปด้วยนะ" คุณแม่เสนอ "จะได้บรรยากาศที่ดี"
ต้นพยักหน้าเห็นด้วย "ดีเลยครับแม่ ผมไปเปิดให้"
เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ที่เลือกสรรมาอย่างดี เริ่มลอยออกมาจากลำโพง มันเป็นเพลงบรรเลงที่ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และมีความหวัง ผมรู้สึกว่าเสียงเพลงนั้นค่อยๆ โอบล้อมผมไว้ เหมือนกับกำลังได้รับอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น
ผมมองต้นกับคุณแม่ที่กำลังช่วยกันจัดเตรียมสถานที่อย่างขยันขันแข็ง ผมรู้สึกขอบคุณพวกเขาเหลือเกิน ในวันที่โลกทั้งใบเคยเป็นสีเทา วันนี้ สีสันกลับมาเยือนอีกครั้ง ผ่านปลายพู่กัน ผ่านเสียงเพลง และผ่านความรักความห่วงใยของคนรอบข้าง
3,046 ตัวอักษร