ตอนที่ 14 — การกลับมาของความรู้สึกที่คุ้นเคย
การกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของลิลลี่ เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เธอค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงขึ้นทีละน้อย แพรวาและวินยังคงคอยดูแลเธออย่างใกล้ชิด แต่ก็เริ่มให้เธอได้มีพื้นที่ส่วนตัวและได้ลองทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยตัวเองมากขึ้น “แพรวา ฉันว่าวันนี้ฉันอยากจะลองไปเดินตลาดดูนะ” ลิลลี่บอกแพรวาในเช้าวันหนึ่ง “อยากออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง” “ดีเลยค่ะ” แพรวาตอบ “เดี๋ยวแพรวาจะพาไปนะ”
การได้ออกไปเดินตลาดเป็นครั้งแรกหลังจากออกจากโรงพยาบาล ทำให้ลิลลี่รู้สึกตื่นเต้นมาก เธอเดินชมแผงขายของต่างๆ สูดกลิ่นหอมของดอกไม้และผลไม้สด มองดูผู้คนที่มีชีวิตชีวา “รู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งเลย” ลิลลี่กล่าวขณะที่กำลังเลือกซื้อผลไม้ “ดีใจจังเลยนะ” แพรวาเห็นรอยยิ้มของลิลลี่ก็พลอยมีความสุขไปด้วย “ค่อยๆ เดินนะคะ อย่าหักโหม” “รู้แล้วน่า” ลิลลี่หัวเราะ
ในขณะเดียวกัน ที่ร้านของลิลลี่ แพรวาก็เริ่มกลับไปช่วยงานที่ร้านมากขึ้น “ฉันคิดถึงบรรยากาศที่ร้านนี้จังเลย” แพรวาบอกฟ้าใสขณะที่กำลังจัดเสื้อผ้า “รู้สึกเหมือนได้กลับมาทำในสิ่งที่รัก” “ดีใจด้วยนะที่เธอรู้สึกดีขึ้น” ฟ้าใสกล่าว “ฉันว่านะ ถึงแม้ลิลลี่จะยังกลับมาช่วยงานเต็มที่ไม่ได้ แต่เราสองคนก็ช่วยกันไปก่อนได้” “แน่นอน” แพรวาตอบ “เราจะทำให้ร้านของเรากลับมาคึกคักเหมือนเดิม”
วินเองก็เริ่มกลับไปทำงานประจำของเขาตามปกติ แต่เขาก็ยังคงแบ่งเวลามาดูแลและอยู่เป็นเพื่อนลิลลี่และแพรวาเสมอ “วันนี้ผมว่าจะแวะไปหาลิลลี่ที่ตลาดหน่อยนะ” วินบอกแพรวาตอนเจอกันที่บ้าน “ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลย” “ขอบคุณมากนะวิน” แพรวาตอบ “ลิลลี่ดีใจแน่ๆ”
ความสัมพันธ์ระหว่างแพรวาและวินเอง ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง แม้ว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาจะทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นและเข้าใจกันมากขึ้นก็ตาม “วิน” แพรวาเอ่ยขึ้นมาวันหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังนั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน “ฉันรู้สึกขอบคุณเธอมากนะ สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา” “ผมก็เหมือนกันครับ” วินจับมือแพรวา “การที่เราได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ มาด้วยกัน ทำให้ผมรู้ว่ารักเธอมากแค่ไหน”
แพรวาซบหน้าลงบนมือของวิน “ฉันก็รักวินนะ” เธอกล่าว “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็จะอยู่เคียงข้างกันเสมอ” “แน่นอนครับ” วินตอบ “เราคือครอบครัวเดียวกัน”
แต่แล้ว ก็มีบางอย่างที่เริ่มจะทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ฟากของฟ้าใสเอง เธอก็ดูเหมือนจะมีความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ “แพรวา” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นมาในวันหนึ่งขณะที่ทั้งคู่อยู่ที่ร้าน “ฉันว่านะ เราควรจะคิดถึงอนาคตของร้านเราให้มากขึ้นนะ” “หมายความว่ายังไง” แพรวาถาม “ก็… ฉันคิดว่า เราอาจจะต้องหาคนมาช่วยงานเพิ่มนะ” ฟ้าใสกล่าว “เพราะถ้าลิลลี่กลับมาช่วยงานได้เต็มที่เหมือนเดิม อาจจะยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก”
แพรวาเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลในคำพูดของฟ้าใส “แต่ลิลลี่ก็อาการดีขึ้นมากแล้วนะ” แพรวาแย้ง “ฉันเชื่อว่าเธอจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมได้ในไม่ช้า” “ฉันก็หวังอย่างนั้นนะ” ฟ้าใสตอบ “แต่ในระหว่างนี้ เราก็ต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน”
ลึกๆ แล้ว แพรวารู้สึกได้ว่าฟ้าใสอาจจะมีแผนการบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของร้าน และเธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าแผนนั้นจะเป็นอย่างไร “เรามาคุยกันเรื่องนี้ให้ละเอียดอีกทีดีไหม” แพรวาเสนอ “ฉันอยากเข้าใจว่าฟ้าใสคิดอะไรอยู่” “ได้เลย” ฟ้าใสตอบ “แต่ตอนนี้ ฉันมีธุระนิดหน่อย ต้องขอตัวก่อนนะ” ฟ้าใสรีบเดินออกไป ทิ้งแพรวาไว้กับความรู้สึกที่เต็มไปด้วยคำถาม
ในขณะที่ลิลลี่กำลังจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง ดูเหมือนว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นเบื้องหลัง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเธออีกครั้งหนึ่ง ความหวังที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นมา อาจจะต้องเผชิญกับบททดสอบใหม่ที่คาดไม่ถึง
แพรวาพยายามที่จะไม่คิดมากกับท่าทีของฟ้าใส เธอเชื่อว่ามิตรภาพของพวกเธอจะแข็งแกร่งพอที่จะผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆ ไปได้ แต่ในใจลึกๆ เธอก็อดกังวลไม่ได้ “บางทีฉันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้” แพรวาพึมพำกับตัวเอง “ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นแล้วนะ”
แต่แล้ว ในช่วงเย็นวันนั้น ขณะที่แพรวาและวินกำลังเตรียมอาหารเย็น ลิลลี่ก็เดินเข้ามาในครัวด้วยสีหน้ากังวล “แพรวา วิน” เธอเรียก “มีเรื่องจะบอก” “มีอะไรเหรอคะลิลลี่” แพรวาถาม “เมื่อกี้ตอนฉันกำลังจัดของอยู่ในห้องเก็บของ” ลิลลี่เริ่มเล่า “ฉันเจอจดหมายฉบับหนึ่ง” “จดหมาย?” วินถาม “ใช่” ลิลลี่ตอบ “เป็นจดหมายที่เขียนถึงฉัน… ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน” “แล้วมันเกี่ยวกับอะไรเหรอคะ” แพรวาถามด้วยความสงสัย
ลิลลี่สูดหายใจลึกๆ แล้วกล่าวว่า “มันเป็นจดหมายที่บอกว่า… ฉันมีพี่น้องอีกคนหนึ่ง” คำพูดของลิลลี่ ทำเอาทั้งแพรวาและวินถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ พวกเขามองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ และไม่รู้ว่าเรื่องราวที่กำลังจะเปิดเผยออกมานี้ จะส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขามากน้อยเพียงใด
3,809 ตัวอักษร