ถนนสายชีวิตที่ทอดยาวสู่วันจากลา

ตอนที่ 11 / 35

ตอนที่ 11 — ความจริงที่ซ่อนเร้นในเงา

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งแรกของข้าวไรซ์เบอร์รี่ ได้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของครอบครัวตะวัน หนี้สินที่เคยเป็นภาระหนักอึ้ง บัดนี้ได้ถูกปลดเปลื้องไปจนหมดสิ้น สุขภาพของคุณพ่อก็ดีวันดีคืน รอยยิ้มและความสดใสกลับมาปรากฏบนใบหน้าของท่านอีกครั้ง ตะวันใช้เงินส่วนหนึ่งจากการขายข้าว ซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่มาใช้ในการเดินทาง ซึ่งช่วยให้การทำเกษตรและการจัดการเรื่องต่างๆ สะดวกสบายขึ้นมาก เขาได้แบ่งเงินบางส่วนไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลของคุณพ่อ และที่สำคัญคือ ยังมีเงินทุนสำรองสำหรับเตรียมการเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป “พ่อครับ ดูต้นข้าวโพดสิครับ” ตะวันชี้ไปยังแปลงที่อยู่ถัดจากนาข้าว “โตเร็วมากเลย” พ่อที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนแคร่ริมบ้าน พยักหน้า “เห็นแล้วก็ชื่นใจนะลูก” “ปีนี้เราปลูกข้าวโพดเพิ่มขึ้นด้วย” ตะวันกล่าว “ผมว่าจะลองขายให้กับพ่อค้าคนกลางในตลาดสดดูครับ” “ดีเลย” พ่อเห็นด้วย “ถ้าขายได้ราคาดี ก็เป็นรายได้เสริมอีกทาง” แม่เดินออกมาจากบ้าน พร้อมกับชะลอมใส่ผลไม้ “ทานผลไม้หน่อยนะตะวัน” “ขอบคุณครับแม่” ตะวันรับมาทาน “แม่ครับ ผมว่าจะลองทำปุ๋ยหมักเพิ่มอีกหน่อยนะครับ เผื่อจะได้ใช้ในรอบหน้า” “ได้เลยลูก” แม่ตอบ “แม่จะช่วย” การพูดคุยเรื่องการเกษตรกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของครอบครัวนี้ไปแล้ว พวกเขาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และวางแผนร่วมกันอย่างมีความสุข แต่ท่ามกลางความสุขที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่ตะวันยังคงรู้สึกติดค้างอยู่ในใจ เขาจำคำพูดของคุณตาบุญได้ดี ในวันที่เขาไปขอคำแนะนำเรื่องการปรับปรุงดิน คุณตาบุญเคยพูดเป็นนัยๆ เกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตของพ่อ “พ่อครับ” ตะวันเอ่ยขึ้นในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่พ่อกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ “พ่อเคยเล่าเรื่องเกี่ยวกับแม่ของผมให้ผมฟังบ้างไหมครับ” พ่อเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ มองตะวันนิ่งๆ “แม่ของตะวันน่ะเหรอ” “ครับ” ตะวันพยักหน้า “ผมไม่ค่อยจำเรื่องของแม่เลยครับ” พ่อถอนหายใจเบาๆ “แม่ของตะวัน… เขาจากไปตั้งแต่ตะวันยังเด็กมาก” “เขาจากไปเพราะอะไรครับพ่อ” ตะวันถามอย่างตรงไปตรงมา พ่อวางหนังสือพิมพ์ลงบนตัก “เขาป่วยหนัก” “ป่วยหนักแบบเดียวกับที่พ่อเคยป่วยหรือครับ” ตะวันถาม พ่อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ก็… คล้ายๆ กัน” คำตอบของพ่อทำให้ตะวันรู้สึกแปลกใจ แม้พ่อจะพยายามตอบอย่างราบเรียบ แต่ตะวันสัมผัสได้ถึงความอึดอัดบางอย่างในน้ำเสียงของพ่อ “แต่แม่ของตะวัน… เขาไม่เคยได้รับโอกาสในการรักษาที่ดีเท่าพ่อ” พ่อกล่าวต่อ “ตอนนั้นฐานะของเรายังลำบากมาก การรักษาแต่ละอย่างมีค่าใช้จ่ายสูง เราไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่ารักษาทั้งหมดได้” น้ำเสียงของพ่อแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยและความรู้สึกผิด “แล้ว… แล้วตอนนั้นมีใครอื่นที่พอจะช่วยได้บ้างไหมครับ” ตะวันถามต่อ “ญาติๆ หรือเพื่อนบ้าน” พ่อส่ายหน้าช้าๆ “ตอนนั้น… เราไม่ค่อยกล้าขอความช่วยเหลือจากใครมากนัก” “ทำไมล่ะครับพ่อ” ตะวันถาม “เพราะ… เราเคยมีเรื่องบาดหมางกับญาติบางคน” พ่ออธิบาย “เรื่องเกี่ยวกับที่ดินของเรา พ่อกับอาของตะวัน… เราทะเลาะกันรุนแรงมาก” ตะวันอึ้งไป “อาของผม? อาที่อยู่ต่างจังหวัดใช่ไหมครับ” “ใช่” พ่อตอบ “หลังจากนั้น เราก็แทบจะไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย” “แล้วเรื่องที่ดินล่ะครับ” ตะวันถาม “มันเกี่ยวกับอะไร” “เป็นเรื่องที่ดินส่วนเล็กๆ ที่พ่อกับแม่ของพ่อ เคยได้รับมรดกมา” พ่อเล่า “สมัยก่อนมันก็ไม่ได้มีมูลค่าอะไรมากนัก แต่พอมีการขยายตัวของเมือง ที่ดินแถวนั้นก็เริ่มมีราคาสูงขึ้น ทำให้อาของตะวันเกิดความโลภ” “เขาอยากได้ที่ดินผืนนั้นไปทั้งหมดเลยหรือครับ” ตะวันถาม “ใช่” พ่อตอบ “เขาพยายามกดดัน พยายามหาเรื่องต่างๆ นานา เพื่อจะให้เรายกที่ดินผืนนั้นให้เขา แต่พ่อไม่ยอม” “แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นครับ” ตะวันถามอย่างกระหายรู้ “มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก” พ่อกล่าว “มีเรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้น… พ่อถูกใส่ร้าย พ่อถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงเงิน… ทั้งๆ ที่พ่อไม่เคยทำ” “ใครใส่ร้ายพ่อครับ” ตะวันถามเสียงดัง “พ่อก็ไม่รู้แน่ชัด” พ่อกล่าว “แต่พ่อเชื่อว่าเป็นฝีมือของอาของตะวัน” “แล้วเรื่องนั้นมันเกี่ยวกับแม่ของผมอย่างไรครับ” ตะวันถามย้ำ พ่อเงียบไปครู่หนึ่ง “ตอนที่แม่ของตะวันกำลังป่วยหนัก… อาของตะวันก็เข้ามาเสนอตัวว่าจะช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด” “อะไรนะครับ” ตะวันอุทาน “แล้วพ่อตกลงหรือครับ” “ตอนแรกพ่อลังเลมาก” พ่อกล่าว “เพราะพ่อไม่ไว้ใจเขา แต่แม่ของตะวัน… เขาอ่อนแอลงทุกวัน เขาอยากให้ลูกได้มีโอกาสหายป่วย เขาเลยขอให้พ่อตกลง” “แล้ว… แล้วพ่อตกลง” ตะวันพูดเสียงแผ่ว “ใช่” พ่อตอบ “แต่… มีข้อแลกเปลี่ยน” “ข้อแลกเปลี่ยนอะไรครับพ่อ” ตะวันถาม “อาของตะวัน… เขาขอให้พ่อเซ็นยกที่ดินผืนเล็กๆ นั้นให้กับเขา” พ่อกล่าว “โดยที่เขาจะจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้” ตะวันรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังชีวิตอันเรียบง่ายของครอบครัวเขา กำลังค่อยๆ เปิดเผยออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว “พ่อ… พ่อทำอย่างนั้นจริงหรือครับ” ตะวันถามเสียงสั่น “ตอนนั้น… พ่ออยู่ในภาวะที่สิ้นหวัง” พ่อกล่าว “พ่อเห็นแม่ของตะวันทรมาน พ่ออยากให้เขาได้มีชีวิตรอด พ่อเลยต้องยอมทำตามข้อเสนอของเขา” “แล้ว… แล้วแม่ของผมเป็นอย่างไรบ้างครับ” ตะวันถาม “หลังจากที่พ่อเซ็นยกที่ดินให้เขาไปแล้ว… เขาก็ยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้” พ่อกล่าว “แต่… มันก็สายเกินไป แม่ของตะวันจากไปหลังจากนั้นไม่นาน” น้ำตาของตะวันไหลอาบแก้ม เขาไม่เคยรู้เรื่องราวเหล่านี้มาก่อนเลย เขาไม่เคยรู้เลยว่าเบื้องหลังความยากลำบากที่ผ่านมา มีเรื่องราวของการถูกเอาเปรียบ การถูกหลอกลวง และการสูญเสียที่เจ็บปวดซ่อนอยู่ “แล้ว… แล้วทำไมพ่อไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังเลยครับ” ตะวันถาม “พ่อ… พ่อไม่อยากให้ตะวันเสียใจ” พ่อตอบ “พ่ออยากให้ตะวันเติบโตขึ้นมาโดยมีความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับแม่ของเขา พ่ออยากให้ตะวันรู้ว่าแม่รักตะวันมาก พ่อก็เลยเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว” “แต่… แต่ผมอยากรู้ความจริงครับพ่อ” ตะวันกล่าว “ผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ” “พ่อขอโทษนะลูก” พ่อกล่าว “ที่ทำให้ตะวันต้องมาเสียใจ” “ไม่เป็นไรครับพ่อ” ตะวันพยายามรวบรวมสติ “ผมเข้าใจแล้วครับ” ในขณะที่ตะวันกำลังประมวลผลความจริงอันน่าตกใจที่เพิ่งได้รับ แม่ก็เดินเข้ามา “ทานผลไม้กันหน่อยนะ” ตะวันมองหน้าแม่ ใบหน้าของแม่ดูมีความสุขและสงบ แต่ตะวันก็อดคิดไม่ได้ว่า แม่ของเขารู้เรื่องนี้หรือไม่ “แม่ครับ” ตะวันเอ่ยขึ้น “แม่เคยเห็นอาของผมไหมครับ” แม่เงยหน้ามองตะวัน “อา… หมายถึงอาที่อยู่ต่างจังหวัดน่ะเหรอ” “ใช่ครับ” ตะวันตอบ “เคยเห็นอยู่บ้าง” แม่กล่าว “ตอนเด็กๆ” “แล้วแม่รู้จักเขาดีไหมครับ” ตะวันถาม “ก็… รู้จักแบบญาติห่างๆ น่ะลูก” แม่ตอบ “ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก” คำตอบของแม่ไม่ได้ช่วยให้ตะวันกระจ่างขึ้นเลย เขารู้สึกว่ายังมีบางอย่างที่ถูกปิดบังอยู่ “พ่อครับ” ตะวันหันไปถามพ่อ “แล้วเรื่องคดีที่พ่อเคยถูกกล่าวหาล่ะครับ มันเป็นอย่างไรบ้าง” พ่อส่ายหน้า “เรื่องนั้น… พ่อก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำเรื่องขึ้นมา” “แล้วศาลตัดสินว่าอย่างไรครับ” ตะวันถาม “ศาลยกฟ้องครับ” พ่อตอบ “เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ” “แต่… มันก็ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังสิครับ” ตะวันยืนกราน “พ่อก็คิดอย่างนั้น” พ่อกล่าว “แต่พ่อหาหลักฐานไม่ได้ และพ่อก็ไม่อยากทำให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้” ตะวันเงียบไป เขารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง เขาเชื่อว่าเรื่องราวทั้งหมดมันเกี่ยวพันกันอย่างซับซ้อน และเขาก็รู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องสืบหาความจริงทั้งหมด ในใจของตะวัน เริ่มมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา เขาจะต้องหาทางติดต่อกับอาของเขา และจะต้องค้นหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน และเรื่องที่พ่อของเขาเคยถูกใส่ร้าย

6,110 ตัวอักษร