ตอนที่ 17 — แสงตะวันส่องทางสู่การจากลา
ชีวิตของตะวันดำเนินไปอย่างราบรื่น ผลผลิตทางการเกษตรของเขามีคุณภาพดีและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในธุรกิจเสริม เช่น การปลูกผักเมืองหนาวและการแปรรูปผลผลิต ก็เริ่มให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นกัน ครอบครัวของเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หนี้สินที่เคยกดดันจิตใจได้หมดไปนานแล้ว สุขภาพของพ่อก็แข็งแรงขึ้นมาก เขาได้กลับมาช่วยงานในไร่นาได้เหมือนเดิม
“ตะวันเอ๊ย” เสียงพ่อเรียกขึ้นมาเมื่อเห็นตะวันกำลังนั่งคำนวณบัญชีอยู่ “เห็นลูกทำงานหนักแล้วพ่อก็สบายใจนะ”
“ก็เพราะมีพ่อกับแม่คอยให้กำลังใจนี่ครับ” ตะวันตอบพลางยิ้ม “ถ้าไม่มีพ่อกับแม่ ผมก็คงทำอะไรไม่ได้”
“พ่อดีใจนะที่เห็นลูกเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็ง” พ่อกล่าว “พ่อภูมิใจในตัวลูกมาก”
แม่ที่กำลังเก็บผลไม้จากต้นเข้ามาสมทบ “ใช่แล้วลูก แม่ก็ภูมิใจในตัวตะวันเหมือนกัน”
ตะวันรู้สึกอบอุ่นหัวใจที่ได้ยินคำพูดของพ่อแม่ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการบริหารจัดการธุรกิจ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว
แต่แล้ว… วันหนึ่ง ความผิดปกติก็เริ่มปรากฏขึ้น
พ่อเริ่มมีอาการอ่อนเพลียผิดปกติ เขาหอบเหนื่อยง่ายกว่าเดิม แม้แต่งานเบาๆ ก็ทำให้เขาหมดแรง
“พ่อครับ” ตะวันสังเกตเห็น “พ่อไม่สบายหรือเปล่าครับ”
“เปล่าหรอกลูก” พ่อตอบ “พ่อแค่… เหนื่อยๆ นิดหน่อย”
แต่ตะวันรู้ดีว่าพ่อกำลังโกหก เขาเห็นแววตาที่อ่อนล้าและซีดเซียวของพ่อ
“พ่อครับ” ตะวันเอ่ยเสียงจริงจัง “เราไปหาหมอกันนะครับ”
“ไม่ต้องหรอกลูก” พ่อโบกมือ “พ่อแข็งแรงดี”
“พ่อครับ” ตะวันยืนกราน “ผมเป็นห่วงพ่อนะครับ ถ้าพ่อไม่ไป ผมจะกังวลใจ”
สุดท้าย พ่อก็ยอมไปหาหมอที่โรงพยาบาล แม้จะด้วยความไม่เต็มใจก็ตาม
ผลการตรวจออกมา… ทำให้ทุกคนในครอบครัวใจสลาย
พ่อป่วยเป็นโรคร้ายแรง ระยะสุดท้าย หมอแจ้งว่า… เวลาของพ่อเหลือน้อยเต็มที
ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบของตะวันถล่มลงมา เขารู้สึกชาไปทั้งตัว ภาพความทรงจำในวัยเด็กกับพ่อผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุดหย่อน เสียงหัวเราะของพ่อ คำสอนของพ่อ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับพ่อ มันเหมือนถูกฉายซ้ำในหัวของเขา
“ไม่จริง… เป็นไปไม่ได้” ตะวันพึมพำกับตัวเอง
แม่ร้องไห้ฟูมฟาย กอดพ่อไว้แน่น “ทำไม… ทำไมต้องเป็นแบบนี้”
พ่อพยายามปลอบโยนแม่ แม้ร่างกายจะอ่อนแอเต็มที “ไม่ต้องร้องนะ… พี่ไม่เป็นไร”
ตะวันทรุดตัวลงนั่งบนพื้น เขาไม่สามารถยอมรับความจริงที่โหดร้ายนี้ได้ เขาเพิ่งจะเริ่มต้นชีวิตที่ดีกับครอบครัวได้ไม่นาน ทำไมโชคชะตาถึงได้เล่นตลกกับเขาแบบนี้
“พ่อครับ” ตะวันเอ่ยเสียงแหบพร่า “ผม… ผมไม่ยอมให้พ่อเป็นอะไรไปนะครับ”
พ่อมองหน้าตะวันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความสงสาร “ตะวัน… ลูกต้องเข้มแข็งนะ”
“ผมจะเข้มแข็งได้ยังไงครับพ่อ” ตะวันถามเสียงสั่นเครือ “ถ้าไม่มีพ่อ”
“พ่ออยู่ตรงนี้ไงลูก” พ่อกล่าว “ไม่ว่ายังไง พ่อก็จะอยู่ตรงนี้เสมอ”
ในช่วงเวลาที่เหลือ พ่อได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตะวันดูแลพ่อเป็นอย่างดี เขาใช้เงินทุกบาททุกสตางค์เพื่อรักษาพ่อ เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อสบายที่สุด
“พ่อครับ” ตะวันพูดกับพ่อในวันหนึ่ง “ผมรักพ่อนะครับ”
“พ่อก็รักลูก” พ่อตอบ “พ่อภูมิใจในตัวลูกมากนะ”
“ผม… ผมขอโทษนะครับพ่อ” ตะวันกล่าว “ที่บางครั้งผมอาจจะทำให้พ่อเป็นห่วง”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกลูก” พ่อส่ายหน้า “ลูกทำดีที่สุดแล้ว”
แม่คอยดูแลพ่อไม่ห่างกาย เธอคอยป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้พ่ออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะ” แม่บอกพ่อ
“แน่นอน” พ่อตอบ “ตลอดไป”
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า พ่อเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ร่างกายของเขาผ่ายผอมลงอย่างเห็นได้ชัด
“ตะวัน… แม่” พ่อเรียกเสียงแผ่วเบา “พ่อ… อาจจะอยู่กับพวกเราได้ไม่นานแล้ว”
ตะวันและแม่กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พวกเขากอดพ่อไว้แน่น
“พ่อครับ… อย่าเพิ่งไปเลยนะครับ” แม่ร้องขอ
“พ่อ… ผมยังไม่อยากให้พ่อไป” ตะวันกล่าว
“ไม่ต้องห่วงนะลูก” พ่อกล่าว “พ่อจะคอยมองดูพวกเราอยู่เสมอ”
“พ่อ… ไปสบายนะครับ” ตะวันบอกพ่อ “ไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว”
ในที่สุด… เช้าวันหนึ่ง ขณะที่แสงตะวันเริ่มสาดส่องลอดผ่านหน้าต่าง พ่อก็จากไปอย่างสงบ
ความเศร้าโศกแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งบ้าน ตะวันและแม่นั่งมองหน้ากันด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
“พ่อ… ไปแล้วจริงๆ” ตะวันพึมพำ
แม่พยักหน้า น้ำตาไหลอาบแก้ม “ใช่แล้วลูก… พ่อไปแล้ว”
งานศพของพ่อเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาร่วมไว้อาลัย ทุกคนต่างพูดถึงความดีงามและความเสียสละของพ่อ
ตะวันยืนอยู่ข้างๆ แม่ เขาโอบประคองแม่ไว้แน่น แม้หัวใจของเขาจะแตกสลาย แต่เขาก็รู้ว่า… เขาต้องเข้มแข็ง
“เราจะผ่านมันไปได้นะแม่” ตะวันบอกแม่ “เพื่อพ่อ”
แม่พยักหน้าเบาๆ
หลังจากงานศพผ่านพ้นไป ตะวันก็พยายามประคับประคองชีวิตของเขาและแม่ต่อไป เขาทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ครอบครัวของเขามีชีวิตที่ดีเหมือนที่พ่อเคยหวังไว้
“ตะวันเอ๊ย” แม่กล่าววันหนึ่ง “พ่อคงจะภูมิใจในตัวลูกมากนะ”
“ผมก็หวังอย่างนั้นครับแม่” ตะวันตอบ “ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด”
แม้จะมีความโศกเศร้าอยู่ภายใน แต่ตะวันก็เชื่อว่า… แสงตะวันแห่งความหวังจะยังคงส่องนำทางชีวิตของเขาและแม่ต่อไป
4,015 ตัวอักษร