ตอนที่ 23 — บทสนทนาบนผืนดิน
แสงแดดอ่อนๆ ของยามเช้าสาดส่องลงมากระทบผืนนา แต่งแต้มให้ทุ่งข้าวเป็นสีทองสุกปลั่ง ตะวันยืนรอต้อนรับคุณลุงสมชายอยู่ที่หน้าบ้านด้วยใจที่เต้นระรัวเล็กน้อย เขาได้เตรียมข้อมูลต่างๆ ไว้แล้ว ทั้งรายรับรายจ่ายของโฮมสเตย์ ภาพรวมของธุรกิจเกษตร และข้อมูลที่เขาพอจะรวบรวมได้เกี่ยวกับสถานะทางการเงินของอา
ไม่นานนัก รถกระบะคันคุ้นเคยก็เลี้ยวเข้ามาจอด ตะวันยกมือโบกทักทายเมื่อคุณลุงสมชายก้าวลงมาจากรถ
"สวัสดีครับคุณลุง" ตะวันกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ยินดีต้อนรับครับ"
"สวัสดีจ้ะตะวัน" คุณลุงสมชายตอบ พลางมองสำรวจรอบๆ ไร่ด้วยความชื่นชม "ที่นี่ดูสงบร่มรื่นดีจริงๆ"
"เชิญครับคุณลุง" ตะวันผายมือเชิญให้เข้าไปในบ้าน "แม่ของผมเตรียมน้ำ เตรียมท่าไว้แล้วครับ"
หลังจากการทักทายพูดคุยเรื่องทั่วไปพอสมควร ตะวันก็นำคุณลุงสมชายเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ
"เอาล่ะ ตะวัน" คุณลุงสมชายเริ่มบทสนทนา "เล่าให้ลุงฟังอีกทีนะ ว่าเรื่องเป็นยังไงบ้าง"
ตะวันจึงเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้คุณลุงฟังอีกครั้งอย่างละเอียด เขาอธิบายถึงสถานการณ์ทางการเงินของตนเอง แผนการลงทุนในอนาคต และภาระที่ต้องรับผิดชอบ เขาไม่ได้พูดถึงอาด้วยน้ำเสียงตำหนิ แต่พยายามเล่าถึงความพยายามที่จะช่วยเหลือเท่าที่กำลังจะทำได้
"เข้าใจแล้ว" คุณลุงสมชายพยักหน้า "ตะวัน… ลุงชื่นชมในความรับผิดชอบของตะวันนะ การที่ตะวันพยายามดูแลครอบครัว และยังคิดถึงผู้ใหญ่ที่นับถือ มันเป็นสิ่งที่ดีมาก"
"ขอบคุณครับคุณลุง" ตะวันรู้สึกโล่งใจที่ได้รับคำชื่นชม "แต่ผมก็ยังหาทางออกที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่ดีครับ"
"เรื่องเงินมันไม่ใช่สิ่งเดียวที่แก้ปัญหาได้นะตะวัน" คุณลุงสมชายกล่าว "บางครั้ง การให้เงินไปมันอาจจะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลาย ถ้าคนรับไม่รู้จักจัดการ"
"ผมก็คิดอย่างนั้นครับ" ตะวันเห็นด้วย "ผมกลัวว่าถ้าให้เงินไปแล้ว อาจะเอาไปใช้หนี้จนหมด แล้วก็กลับไปก่อหนี้ใหม่เหมือนเดิม"
"แล้วตะวันได้ลองคุยกับอา หรือป้า ดูหรือยัง ว่ามีทางอื่นที่จะช่วยได้ไหม" คุณลุงสมชายถาม
"ผมคุยกับแม่แล้วครับ" ตะวันตอบ "แม่บอกว่าให้ลองปรึกษาคุณลุงก่อน ผมเองก็ยังไม่ได้คุยกับอาโดยตรงครับ"
"งั้นแบบนี้เป็นไง" คุณลุงสมชายเสนอ "พรุ่งนี้ ตะวันลองชวนอา กับป้า มาคุยกับลุงที่นี่ดีไหม"
"มาคุยกับคุณลุงเหรอครับ" ตะวันประหลาดใจเล็กน้อย "ผมว่า… อาผมอาจจะไม่สะดวกนะครับ"
"ไม่ต้องห่วง" คุณลุงสมชายยิ้ม "ลุงจะไปคุยกับเขาในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่งที่อยากจะช่วยเหลือเขา ไม่ใช่ในฐานะเจ้าหนี้ หรือคนที่จะมาตัดสิน"
"ถ้าอย่างนั้น… ผมจะลองดูครับคุณลุง" ตะวันตอบ "ผมจะลองติดต่อไปทางป้าก่อน"
"ดีมาก" คุณลุงสมชายกล่าวต่อ "ระหว่างนี้ ลุงขอถามอะไรหน่อย ตะวันเคยประเมินมูลค่าทรัพย์สินของอาบ้างไหม"
"มูลค่าทรัพย์สินเหรอครับ" ตะวันทวนคำ "ไม่เคยครับคุณลุง ผมไม่แน่ใจว่าอาเขามีอะไรบ้าง"
"ถ้าอย่างนั้น… ตะวันลองไปสืบหาข้อมูลมาหน่อยได้ไหม" คุณลุงสมชายเสนอ "ดูว่าเขามีที่ดิน มีบ้าน หรือมีทรัพย์สินอะไรที่สามารถนำมาจำนอง หรือขายทอดตลาดได้บ้าง"
"ผมจะลองดูครับคุณลุง" ตะวันรับปาก "แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะหาข้อมูลได้เยอะขนาดนั้น"
"ไม่เป็นไร" คุณลุงสมชายปลอบ "ทำเท่าที่ทำได้ก็พอ"
"แล้วถ้าสมมติว่า… อาผมไม่มีทรัพย์สินอะไรที่จะนำมาใช้หนี้ได้เลยล่ะครับ" ตะวันถามด้วยน้ำเสียงกังวล
"ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ" คุณลุงสมชายถอนหายใจ "ก็อาจจะต้องพิจารณาทางเลือกอื่น อาจจะต้องหาทางเจรจากับเจ้าหนี้ หรืออาจจะต้องมีคนกลางมาช่วยไกล่เกลี่ย"
"ผมก็ยังไม่อยากให้อาต้องเสียทรัพย์สินไปเลยครับ" ตะวันกล่าว "เขาเองก็แก่แล้ว"
"ลุงเข้าใจ" คุณลุงสมชายตบไหล่ตะวันเบาๆ "แต่บางครั้ง การเสียสละบางอย่าง อาจจะดีกว่าการแบกรับภาระที่หนักกว่าเดิม"
ตะวันพยักหน้า เขาเริ่มมองเห็นภาพรวมของปัญหามากขึ้น การช่วยเหลืออาครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การควักเงินออกมาให้ แต่เป็นการต้องวางแผนและหาทางออกอย่างเป็นระบบ
"แล้วถ้าคุณลุงจะช่วยคุยกับอา ผมควรจะบอกอะไรเขาไปก่อนครับ" ตะวันถาม
"บอกเขาว่ามีผู้ใหญ่คนหนึ่งอยากจะช่วยเขา" คุณลุงสมชายตอบ "แล้วก็บอกเขาว่าให้เตรียมตัวมาคุยกันด้วยใจที่เปิดกว้าง"
"ครับคุณลุง" ตะวันรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง "ผมไม่รู้จะขอบคุณคุณลุงยังไงดี"
"ไม่ต้องขอบคุณอะไรหรอก" คุณลุงสมชายยิ้ม "ลุงเห็นตะวันเป็นคนดี มีความตั้งใจจริง ลุงก็อยากจะช่วยสนับสนุน"
หลังจากนั้น ตะวันก็พาคุณลุงสมชายเดินชมสวนผักปลอดสารพิษ และเยี่ยมชมโฮมสเตย์รวงทอง คุณลุงสมชายดูจะประทับใจในความเรียบง่าย แต่ก็เต็มไปด้วยความใส่ใจในรายละเอียดของตะวัน
"ผลผลิตของตะวันนี่ดูดีจริงๆ นะ" คุณลุงสมชายกล่าวขณะที่กำลังพิจารณาผลมะเขือเทศสีแดงสด "ถ้ามีปริมาณมากพอ ลุงว่าตลาดในกรุงเทพฯ น่าจะสนใจนะ"
"ผมก็พยายามเพิ่มกำลังการผลิตอยู่ครับคุณลุง" ตะวันตอบ "แต่ก็ยังต้องใช้เวลาและเงินทุนอีกพอสมควร"
"ถ้าตะวันต้องการทุนเพิ่มเติม ลองเอาแผนธุรกิจมาให้ลุงดูนะ" คุณลุงสมชายเสนอ "เผื่อลุงจะช่วยสนับสนุนได้บ้าง"
คำพูดของคุณลุงสมชายเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ส่องนำทาง ทำให้ตะวันรู้สึกมีกำลังใจที่จะก้าวต่อไป เขาตระหนักดีว่าการสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนรอบข้างนั้นมีความสำคัญเพียงใด มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นเรื่องของการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามที่ต้องการ
ขณะที่ตะวันยืนส่งคุณลุงสมชายขึ้นรถ เขามองไปยังผืนนาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มันคือสัญลักษณ์ของชีวิต ที่เต็มไปด้วยความหวัง ความฝัน และความท้าทาย ที่รอคอยให้เขาออกไปเผชิญหน้า
4,315 ตัวอักษร