ตอนที่ 5 — เถ้าถ่านแห่งความฝัน
สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ราวกับจะกลั่นแกล้งซ้ำเติมความเสียหายที่พายุได้ทิ้งไว้ ตะวันยืนมองนาข้าวที่ล้มระเนระนาดด้วยหัวใจที่บอบช้ำ ต้นข้าวที่เคยเขียวขจีและเต็มไปด้วยรวงข้าวที่กำลังจะสุก ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน เขาเห็นร่องรอยความเสียหายตั้งแต่บริเวณหัวนาไปจนถึงท้ายนา ความรุนแรงของพายุครั้งนี้เกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
“พ่อครับ” ตะวันหันไปหาพ่อที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ “ข้าวเราเสียหายไปหมดแล้ว”
พ่อพยักหน้ารับช้าๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้าและความผิดหวัง “ใช่ ตะวัน พ่อเห็นแล้ว”
“แล้วเรื่องเงินกู้… เราจะทำยังไงดีครับ” ตะวันถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
พ่อถอนหายใจยาว “พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน” เขาพูดเสียงแผ่วเบา “พ่อคงต้องไปคุยกับเจ้าของโรงสีอีกครั้ง”
แม่เดินออกมาจากบ้าน ชะเง้อคอมองดูสภาพนาข้าวด้วยสีหน้าเศร้าหมอง “โธ่เอ๊ย ข้าวที่เรารอคอยแท้ๆ” เธอพึมพำ
“แม่ครับ” ตะวันรีบเดินเข้าไปหาแม่ “อย่าเพิ่งเสียใจไปเลยนะครับ เราค่อยๆ คิดกันใหม่ได้”
“คิดใหม่ยังไงลูก” แม่ถามด้วยน้ำตาคลอ “เงินค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าพันธุ์ข้าวที่ลงไปมันก็สูญเปล่าแล้ว ไหนจะต้องหาเงินมาคืนเจ้าของโรงสีอีก”
ตะวันรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ที่คอ เขาอยากจะปลอบประโลมแม่ แต่ก็ไม่รู้จะใช้คำพูดไหนดี ในสถานการณ์เช่นนี้ คำพูดปลอบใจคงไม่สามารถช่วยอะไรได้
“ผมคิดว่าเราควรจะลองทำตามที่ผมเรียนรู้มานะครับพ่อ” ตะวันพูดขึ้นอย่างแน่วแน่ “ถึงแม้ข้าวชุดนี้จะเสียหายไปแล้ว แต่เรายังมีที่ดินของเราอยู่ เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้”
พ่อหันมามองตะวัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย “เริ่มต้นใหม่ด้วยวิธีไหน”
“วิธีเกษตรอินทรีย์ครับพ่อ” ตะวันตอบ “ผมได้เรียนรู้วิธีการเตรียมดิน การทำปุ๋ยหมัก การปลูกพืชหมุนเวียน ที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เราอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย แต่ผมเชื่อว่ามันจะคุ้มค่าในระยะยาว”
“แต่มันจะทันหรือตะวัน” พ่อถาม “อีกไม่นานก็ใกล้จะฤดูเพาะปลูกแล้ว”
“เราอาจจะต้องเริ่มจากการเตรียมดินก่อนครับพ่อ” ตะวันอธิบาย “ผมจะลองไปหาซื้อเมล็ดพันธุ์พืชที่ใช้ทำปุ๋ยพืชสดมาปลูกก่อน แล้วค่อยๆ ทำปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุทางการเกษตรที่มีอยู่”
“พ่อไม่แน่ใจนะตะวัน” พ่อพูดอย่างลังเล “การเปลี่ยนอะไรใหม่ๆ มันก็มีความเสี่ยง”
“ผมรู้ครับพ่อ” ตะวันตอบ “แต่มันก็เป็นความเสี่ยงที่เราต้องยอมรับ มันอาจจะดีกว่าการที่เรายังคงทำแบบเดิมๆ แล้วเจอกับปัญหาเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
“แล้วเรื่องเงินล่ะ” แม่ถาม “เราจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อเมล็ดพันธุ์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ”
ตะวันเงียบไป เขาไม่แน่ใจว่าจะมีเงินเหลือพอหรือไม่ หลังจากที่ต้องใช้จ่ายไปกับค่าปุ๋ยและยาต่างๆ ในฤดูกาลนี้ “ผมจะลองดูนะครับแม่ ผมจะพยายามหาทางให้ได้”
“พ่อจะลองดู” พ่อพูดขึ้นในที่สุด “แต่ถ้ามันไม่ได้ผล พ่อก็คงต้องกลับไปใช้วิธีเดิม”
“ครับพ่อ” ตะวันตอบรับอย่างเต็มใจ เขาดีใจที่พ่อเปิดใจรับฟัง แม้จะยังมีความไม่แน่ใจอยู่ก็ตาม
หลังจากนั้น ตะวันก็เริ่มลงมือทำทันที เขารีบไปที่ร้านขายเมล็ดพันธุ์และสอบถามเกี่ยวกับพืชที่สามารถนำมาทำปุ๋ยพืชสดได้ เขาเลือกซื้อเมล็ดถั่วพร้ามาจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นพืชที่สามารถตรึงไนโตรเจนในดินได้ดี
“นี่คือเมล็ดถั่วพร้าครับพ่อ” ตะวันนำถุงเมล็ดมาให้พ่อดู “ผมจะเอามาหว่านให้ทั่วแปลงนา แล้วพอถึงเวลา ก็จะไถกลบลงไปในดิน”
พ่อมองถุงเมล็ดพืชด้วยความสงสัย “แล้วมันจะช่วยอะไรได้”
“มันจะช่วยเพิ่มไนโตรเจนให้กับดินครับพ่อ” ตะวันอธิบาย “แล้วพอเราไถกลบลงไป มันก็จะกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชั้นดี ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุยขึ้น”
“ดูมันก็แปลกๆ ดีนะ” พ่อพึมพำ “แต่พ่อก็จะลองดู”
ตะวันเริ่มทำงานอย่างขยันขันแข็ง เขาหว่านเมล็ดถั่วพร้าไปทั่วทั้งแปลงนา ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกปรอยๆ เขาทำงานโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เพราะมีความหวังใหม่เข้ามาแทนที่ความสิ้นหวัง
วันต่อมา ตะวันก็เริ่มรวบรวมเศษฟางข้าว ใบไม้แห้ง และมูลสัตว์ที่หาได้ในบริเวณบ้าน เขาตั้งใจจะทำกองปุ๋ยหมักขนาดใหญ่
“พ่อครับ” ตะวันเรียกพ่อที่กำลังนั่งซ่อมแซมอุปกรณ์การเกษตรอยู่ “ผมว่าจะเริ่มทำปุ๋ยหมักแล้วนะครับ”
“ทำเลย” พ่อตอบ “ถ้ามันมีประโยชน์ก็ดี”
ตะวันเริ่มก่อกองปุ๋ยหมัก เขาหมั่นกลับกองปุ๋ยเป็นประจำเพื่อให้เกิดการย่อยสลายอย่างมีประสิทธิภาพ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเตรียมดินและทำปุ๋ยหมัก จนแทบไม่มีเวลาได้พักผ่อน
แม่คอยนำอาหารและน้ำมาให้เขาที่กลางแดด “ลูกทำงานหนักเกินไปแล้วนะ” แม่กล่าวด้วยความเป็นห่วง “พักบ้างนะ”
“ผมอยากให้มันเสร็จเร็วๆ ครับแม่” ตะวันตอบ “ผมอยากให้พ่อกับแม่เห็นความเปลี่ยนแปลง”
เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ เมล็ดถั่วพร้าที่ตะวันหว่านไว้ก็เริ่มเติบโตเป็นต้นสีเขียวสดใสปกคลุมทั่วทั้งแปลงนา ดูแล้วสบายตาอย่างยิ่ง เขาเห็นว่าดินเริ่มมีความชุ่มชื้นมากขึ้นกว่าเดิม
“พ่อครับ ดูนี่สิครับ” ตะวันชี้ไปที่ต้นถั่วพร้า “มันโตเร็วมากเลย”
พ่อเดินเข้ามาดู “ก็ดูเขียวดีนะ”
“แล้วนี่ก็กองปุ๋ยหมักครับพ่อ” ตะวันชี้ไปที่กองปุ๋ยขนาดใหญ่ “ใกล้จะใช้ได้แล้วครับ”
ตะวันรู้สึกมีความสุขที่เห็นความคืบหน้า เขาเริ่มมีความหวังอีกครั้งว่าครอบครัวของเขาอาจจะมีทางออก
แต่แล้ว ในขณะที่เขากำลังมีความหวัง จู่ๆ พ่อก็มีอาการไออย่างรุนแรง เขาไอต่อเนื่องจนหน้าดำหน้าแดง ตะวันและแม่รีบเข้าไปช่วย
“พ่อ! พ่อเป็นอะไรครับ!” ตะวันร้องถามด้วยความตกใจ
“ไอ… ไอไม่หยุดเลย” พ่อตอบเสียงแหบแห้ง
แม่รีบไปเอายาแก้ไอมาให้พ่อกิน แต่ก็ไม่ดีขึ้น พ่อเริ่มมีอาการหอบเหนื่อย
“พ่อไม่ไหวแล้ว” พ่อกล่าวพลางทรุดตัวลงนั่ง “สงสัยจะแพ้ฝุ่นในกองปุ๋ย”
ตะวันหน้าซีดเผือด เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าการทำปุ๋ยหมักจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของพ่อ เขาโทษตัวเองที่ผลักดันให้พ่อต้องมาทำงานหนักเกินไป
“ผมขอโทษครับพ่อ” ตะวันกล่าวเสียงสั่น “ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่เป็นไรลูก” พ่อพยายามฝืนยิ้ม “มันเป็นอุบัติเหตุ”
แต่ตะวันก็ยังคงรู้สึกผิด เขาเห็นพ่อทรมานจากการไอและหอบเหนื่อย สภาพของพ่อที่ดูอ่อนแอลงทุกขณะ ทำให้เขารู้สึกเหมือนความฝันทั้งหมดกำลังจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปต่อหน้าต่อตา
4,810 ตัวอักษร