ตอนที่ 4 — ไร่ชาที่ซ่อนเร้นความลับ
เมษาทอดสายตามองตะวัน หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความประหลาดใจ ความเกรงใจ และอีกความรู้สึกหนึ่งที่เธอเองก็อธิบายไม่ได้ การที่เขาเสนอตัวอย่างกระตือรือร้นเช่นนี้ ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด แต่ในขณะเดียวกัน ความไม่คุ้นเคยก็ยังคงเป็นกำแพงบางๆ ที่เธอไม่กล้าจะก้าวข้ามไปง่ายๆ
"คุณตะวันแน่ใจนะคะว่าจะไม่ลำบากเกินไป" เมษาถามอย่างนุ่มนวล พยายามรักษาระยะห่างที่เหมาะสม
ตะวันยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ดูจริงใจเสียจนเมษาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผ่อนคลายลงไปบ้าง "ไม่ลำบากเลยครับคุณเมษา นี่เป็นโอกาสที่ดีที่ผมจะได้แนะนำบ้านเกิดของผมให้ใครสักคนรู้จัก ผมเองก็เบื่อๆ ที่ต้องพาแต่นักท่องเที่ยวหน้าเดิมๆ ไปชมที่เดิมๆ น่ะครับ"
เขาเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกาย "แล้วอีกอย่าง คุณเมษาก็ดูเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง น่าจะชอบบรรยากาศเงียบสงบของไร่ชาที่เราจะไปกัน ผมรับรองว่าสวยจนคุณเมษาลืมเวลาเลยล่ะ"
คำพูดของเขาทำให้เมษารู้สึกคล้อยตาม การได้ไปในที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่ค่อยได้ไป ฟังดูน่าสนใจทีเดียว เธอเหลือบไปมองสมุดบันทึกที่วางอยู่บนโต๊ะ ราวกับจะขอคำแนะนำจากมัน
"ถ้าอย่างนั้น... ก็คงต้องรบกวนคุณตะวันแล้วล่ะค่ะ" เมษาตัดสินใจ "แต่ขอเป็นช่วงบ่ายนะคะ ฉันขอใช้เวลาดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้าที่นี่ก่อน"
"ได้เลยครับ ตามที่คุณเมษาต้องการเลย" ตะวันตอบรับอย่างรวดเร็ว "ผมจะกลับมารับคุณเมษาประมาณบ่ายโมงนะครับ"
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เมษาก็กลับมาที่ห้องพัก เธอใช้เวลาเดินเล่นรอบๆ รีสอร์ท สูดอากาศบริสุทธิ์ และบันทึกภาพความสวยงามของธรรมชาติลงในสมุดบันทึกของเธอ เธอเขียนบรรยายถึงเมฆหมอกที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ตามไหล่เขา ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสที่ตัดกับสีเขียวของต้นไม้ และเสียงนกร้องที่ดังมาจากที่ไกลๆ
"ที่นี่... เหมือนกับว่าเวลาเดินช้าลง" เธอเขียนลงในสมุด "ทุกอย่างดูสงบ และผู้คนก็ดูมีความสุข ฉันหวังว่าฉันจะหาความสงบแบบนี้ให้กับตัวเองได้บ้าง"
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงเวลาบ่ายโมง เมษาก็ลงมาพบตะวันที่ลานจอดรถของรีสอร์ท เขาจอดมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่ดูคุ้นเคยกับเส้นทางบนภูเขาไว้รอเธออยู่
"พร้อมแล้วนะครับคุณเมษา" ตะวันยื่นหมวกกันน็อคให้เธอ
เมษารับมาสวมอย่างคล่องแคล่ว เธอมั่นใจในความสามารถของตะวันแล้ว หลังจากที่ได้พูดคุยและสังเกตการณ์เขามาตลอดเมื่อวานนี้
"พร้อมค่ะ" เธอตอบ
ตะวันสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงท่อไอเสียดังกระหึ่มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเบาลง เขาผายมือให้เมษานั่งซ้อนท้าย
"จับไว้ให้แน่นนะครับ เราจะออกนอกเส้นทางหลักกันแล้ว" เขาเตือน
เมษากระชับอ้อมกอดรอบเอวของตะวัน รู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างกายของเขา มอเตอร์ไซค์เริ่มเคลื่อนตัวออกไป ทิ้งฝุ่นละอองไว้เบื้องหลัง
เส้นทางที่ตะวันพาไปนั้นแตกต่างจากที่เมษาเคยคิดไว้ มันไม่ใช่ถนนลาดยางที่เรียบสบาย แต่เป็นทางลูกรังที่คดเคี้ยวและขรุขระ ลัดเลาะไปตามไหล่เขาที่ปกคลุมไปด้วยป่าทึบ ต้นไม้สูงใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา บดบังแสงแดดจนเกิดเป็นเงาทะมึนเป็นระยะๆ
"คุณตะวันจะพาไปไหนคะเนี่ย" เมษาตะโกนถามแข่งกับเสียงลมและเครื่องยนต์ "ดูเหมือนเรากำลังจะเข้าไปในป่าลึกเลย"
ตะวันหันมายิ้ม "ก็บอกแล้วไงครับว่านี่เป็นเส้นทางลับ ที่นี่คือไร่ชาโบราณ ที่มีอายุกว่าร้อยปีแล้วครับ คนท้องถิ่นที่นี่รู้จัก แต่คนข้างนอกไม่ค่อยมีใครรู้ ผมเองก็ได้ยินเรื่องเล่าจากปู่ย่ามาอีกที"
"ไร่ชาโบราณ?" เมษาทวนคำด้วยความสนใจ "แล้วมันอยู่ที่ไหนคะ"
"อีกไม่ไกลแล้วครับ" ตะวันตอบ "ต้องผ่านเส้นทางนี้ไปก่อน"
ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งเปลี่ยนไป อากาศเย็นขึ้นเรื่อยๆ และเงียบสงัด มีเพียงเสียงธรรมชาติเท่านั้นที่ดังเข้ามาในโสตประสาทของเมษา ต้นไม้บางต้นมีมอสส์ขึ้นปกคลุมจนดูเหมือนมีอายุหลายร้อยปี
"ที่นี่... ดูน่ากลัวนิดหน่อยนะคะ" เมษาเอ่ยตามตรง
"ไม่ต้องกลัวครับคุณเมษา" ตะวันปลอบ "ที่นี่สงบมาก แค่ไม่มีคนมาบ่อยเท่านั้นเอง"
หลังจากขับรถลุยทางขรุขระไปอีกพักใหญ่ ทิวทัศน์ก็เริ่มเปิดออกเบื้องหน้า เป็นภาพของเนินเขาสูงสลับซับซ้อนที่ปกคลุมไปด้วยต้นชาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา กิ่งก้านของต้นชาเลื้อยทอดตัวไปตามไหล่เขา ราวกับพรมสีเขียวผืนใหญ่
"โอ้โห..." เมษาอุทานออกมาด้วยความตะลึง "สวยจริงๆ ด้วย"
ตะวันจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ที่ริมทาง เขาผายมือไปยังไร่ชาเบื้องหน้า
"นี่แหละครับ ไร่ชาโบราณ" เขาบอก "เราจะเดินสำรวจกันตรงนี้"
ทั้งสองคนลงจากรถ และเริ่มเดินเข้าไปในไร่ชา เมษาสัมผัสได้ถึงความชื้นในอากาศ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบชาลอยมาแตะจมูก เธอเดินไปตามร่องระหว่างต้นชา สัมผัสใบชาสีเขียวสดด้วยปลายนิ้ว
"ใบชาที่นี่ดูแตกต่างจากที่ฉันเคยเห็นนะคะ" เมษาบอก "ดูหนากว่า และใบก็ใหญ่กว่า"
"ใช่ครับ" ตะวันพยักหน้า "เป็นชาพันธุ์เก่าแก่ที่ปลูกในพื้นที่แถบนี้โดยเฉพาะ มีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์มาก"
พวกเขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปถึงเนินเขาที่สูงที่สุด เบื้องล่างเป็นภาพของไร่ชาที่ทอดยาวสุดสายตา มีหมอกบางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ตามหุบเขา
"ถ้ามองจากตรงนี้ จะเห็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่เบื้องล่างด้วยครับ" ตะวันชี้ไปทางทิศหนึ่ง "แต่ตอนนี้หมอกลงจัด อาจจะมองไม่ค่อยชัด"
เมษาหยิบสมุดบันทึกออกมา เธออยากจะบันทึกภาพนี้ไว้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะถ่ายทอดความรู้สึกที่ได้เห็นตรงหน้าออกมาได้อย่างไร
"คุณตะวันคะ ทำไมถึงเลือกพาฉันมาที่นี่คะ" เมษาถาม จู่ๆ ก็อยากรู้เรื่องของเขาขึ้นมา
ตะวันหยุดเดิน หันมามองเมษา "ผมรู้สึกว่าคุณเมษาเหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่างอยู่" เขาตอบ "อะไรบางอย่างที่หายไปในชีวิต"
คำพูดของเขาทำให้เมษารู้สึกประหลาดใจ "คุณ... รู้ได้ยังไงคะ"
"ผมเห็นจากแววตาของคุณน่ะครับ" ตะวันยิ้มบางๆ "มันเหมือนกับตอนที่ผมยังเด็กๆ พ่อกับแม่ของผมก็จากไปอย่างกะทันหัน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองหลงทาง ไม่รู้จะไปทางไหนต่อ"
เมษาเงียบไป เธอรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงบางอย่างกับตะวัน
"แล้วคุณตะวัน... หาเจอหรือยังคะ" เมษาถามเสียงเบา
"ยังครับ" ตะวันส่ายหน้าช้าๆ "แต่ผมเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตต่อไปในทุกๆ วัน" เขาหันกลับไปมองไร่ชา "ที่นี่... คือที่ที่ผมรู้สึกสงบที่สุด เหมือนได้กลับมาอยู่กับตัวเองจริงๆ"
เมษาพยักหน้า เธอเข้าใจในสิ่งที่ตะวันกำลังสื่อ
"บางที..." เมษาเอ่ยขึ้น "การเดินทางของฉัน อาจจะไม่ได้มีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนก็ได้"
"บางที... จุดหมายปลายทาง อาจจะอยู่ภายในใจของเราเองก็ได้ครับ" ตะวันกล่าวเสริม
ทั้งสองคนยืนมองทิวทัศน์เบื้องหน้าเงียบๆ ปล่อยให้ธรรมชาติบำบัดความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจ ท่ามกลางไร่ชาโบราณที่ซ่อนเร้นความลับ และเรื่องราวของผู้คนที่ผ่านมา
"คุณตะวันคะ" เมษาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับที่นี่มากกว่าแค่เป็นไร่ชาโบราณไหมคะ"
ตะวันชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้ม "เรื่องเล่า... ก็มีบ้างครับ แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆ กันมา นานๆ ทีจะมีใครได้ยิน"
"เรื่องอะไรคะ" เมษาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เขาว่ากันว่า..." ตะวันเริ่มเล่า "ในสมัยก่อน มีคนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ที่นี่ พวกเขาเชื่อว่าใบชาที่ปลูกบนเนินเขานี้ มีพลังพิเศษ สามารถเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของธรรมชาติได้"
เมษาตั้งใจฟัง "พลังพิเศษ? เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณ?"
"ใช่ครับ" ตะวันพยักหน้า "แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามันคือพลังแบบไหน หรือการเชื่อมโยงนั้นเป็นอย่างไร มีแต่คำบอกเล่าที่ว่า ถ้าใครก็ตามที่มาที่นี่ ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ และมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเข้าใจธรรมชาติ เขาอาจจะได้สัมผัสกับบางสิ่งที่พิเศษ"
"แล้วคุณตะวันเคยสัมผัสอะไรแบบนั้นบ้างไหมคะ" เมษาถาม
ตะวันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ผมไม่แน่ใจครับ" เขาตอบ "แต่ทุกครั้งที่ผมมาที่นี่ ผมรู้สึกถึงความสงบที่อธิบายไม่ได้ เหมือนทุกอย่างรอบตัวกำลังบอกเล่าเรื่องราวบางอย่างที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน"
เมษารู้สึกถึงความลึกลับที่ซ่อนเร้นอยู่ในไร่ชาแห่งนี้ เธอมองไปรอบๆ อีกครั้ง ราวกับจะมองเห็นอะไรบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ใบชาสีเขียวขจี
"ฉันหวังว่าฉันจะได้สัมผัสสิ่งพิเศษนั้นบ้างนะคะ" เมษาพึมพำกับตัวเอง
6,342 ตัวอักษร