ตอนที่ 13 — วันเวลาแห่งการเยียวยาที่งดงาม
แก้วตาได้พบกับความสงบภายในจิตใจอย่างแท้จริงหลังจากที่ไตรภพได้ลาออกไปจากบริษัท การได้เห็นว่าปัญหาที่เคยถาโถมเข้ามาได้คลี่คลายลงไปทีละน้อย ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยภาระอันหนักอึ้งที่แบกรับมานาน เธอเริ่มกลับมาใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีความสุขอีกครั้ง การกลับไปเยี่ยมบ้านคุณย่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เธอโปรดปราน การได้สัมผัสกับบรรยากาศชนบทอันเงียบสงบ ลมเย็นๆ ที่พัดโชยมาพร้อมกับกลิ่นดิน กลิ่นดอกไม้ ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่นหัวใจ คุณย่าของเธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและเต็มไปด้วยความเมตตา ท่านมักจะเล่าเรื่องราวในอดีตให้แก้วตาฟังเสมอ ซึ่งเรื่องราวเหล่านั้นมักจะแฝงไปด้วยข้อคิดและกำลังใจในการดำเนินชีวิต "หลานเอ๋ย ชีวิตคนเรามันก็เหมือนสายน้ำนะ บางครั้งก็ไหลเอื่อย บางครั้งก็เชี่ยวกราก แต่ไม่ว่าจะอย่างไร สายน้ำก็ยังคงไหลต่อไป ไม่มีวันหยุดนิ่ง" คุณย่ากล่าวขณะที่กำลังรดน้ำต้นไม้ในสวน "เราเองก็ต้องเข้มแข็งเหมือนสายน้ำนั้น อย่าไปยอมแพ้ให้กับอุปสรรคที่ผ่านเข้ามา" แก้วตามองหน้าคุณย่าด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในคำสอนของท่าน "หนูจะจำคำของคุณย่าไว้นะคะ" แก้วตากล่าว พร้อมกับกอดคุณย่าไว้แน่น การกลับมาอยู่บ้านของคุณย่าในช่วงสุดสัปดาห์เป็นเหมือนการเติมพลังชีวิตให้แก่เธอ เมื่อเธอกลับมาถึงกรุงเทพฯ เธอก็พบว่ามีอีเมลจากอรุณีส่งมาถึงเธอ "แก้วตาที่รัก" อรุณีเขียนในอีเมล "ฉันได้คุยกับไตรภพแล้ว เขาเข้าใจผิดในหลายๆ เรื่อง และได้ขอโทษฉันสำหรับสิ่งที่เขาทำลงไป ฉันอยากจะขอโทษเธอด้วยเช่นกัน ที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องยุ่งยากมากมาย ฉันดีใจที่เธอสามารถผ่านมันมาได้ และกลับมามีความสุขอีกครั้ง ถ้ามีเวลาว่าง เรามาเจอกันหน่อยนะ ฉันอยากจะชวนเธอไปทานข้าว" แก้วตาอ่านอีเมลด้วยรอยยิ้ม เธอรู้สึกดีใจที่อรุณีได้ปรับความเข้าใจกับไตรภพ และดีใจที่อรุณีแสดงความจริงใจต่อเธอ "แน่นอนค่ะคุณอรุณี" แก้วตาตอบกลับทางอีเมล "หนูยินดีมากค่ะ เรามาเจอกันเร็วๆ นี้นะคะ" การพบปะกับอรุณีเป็นไปอย่างอบอุ่นเหมือนเช่นเคย ทั้งสองนั่งพูดคุยกันนานสองนาน แก้วตาได้เล่าถึงความรู้สึกของเธอหลังจากผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ ที่เกิดขึ้น ส่วนอรุณีเองก็เล่าถึงความพยายามในการปรับความเข้าใจกับไตรภพ "ไตรภพเขาเสียใจมากนะแก้วตา" อรุณีเล่า "เขาบอกว่าเขาไม่เคยคิดเลยว่าคำพูดของเขาจะทำให้เธอต้องเจ็บปวดขนาดนี้ เขาขอให้ฉันช่วยเป็นสื่อกลางในการขอโทษเธอ" แก้วตาพยักหน้า "หนูเข้าใจค่ะ" "เขาบอกว่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของเธออีกต่อไป และจะขอเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขาเอง" อรุณีกล่าว "ส่วนฉันเองก็อยากจะขอโทษเธออีกครั้งนะแก้วตา ฉันรู้ว่าฉันควรจะพูดความจริงกับเธอตั้งแต่แรก แต่มันก็สายเกินไปแล้ว" "ไม่เป็นไรค่ะคุณอรุณี" แก้วตากล่าว "หนูเข้าใจว่าบางครั้งเราก็อาจจะทำผิดพลาดไป หนูเองก็เคยทำผิดพลาดมาเหมือนกัน สิ่งสำคัญคือเราได้เรียนรู้จากมัน" แก้วตารู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอรุณีได้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง แม้ว่าจะมีรอยร้าวเล็กๆ เกิดขึ้น แต่มันก็เป็นรอยร้าวที่ทำให้ทั้งคู่เติบโตขึ้น และเข้าใจกันมากขึ้น "แล้วคุณอรุณีจะกลับมาทำงานที่บริษัทไหมคะ" แก้วตาถาม "ฉันยังไม่แน่ใจเลยแก้วตา" อรุณีตอบ "ฉันกำลังคิดว่าจะขอพักงานสักระยะ เพื่อไปดูแลตัวเองให้ดีขึ้นก่อน" "ถ้าคุณอรุณีต้องการอะไร บอกฉันได้เสมอนะคะ" แก้วตาเสนอ "ขอบคุณนะแก้วตา" อรุณีกล่าว "เธอเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ" หลังจากนั้น แก้วตาก็กลับมาทำงานอย่างมีความสุข เธอพบว่าตัวเองสามารถโฟกัสกับงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก เธอได้ไอเดียใหม่ๆ ในการพัฒนาโปรเจกต์ และได้รับคำชมจากหัวหน้าทีม "แก้วตา เธอเก่งมากจริงๆ" หัวหน้าทีมกล่าว "ฉันไม่เคยเห็นใครที่สามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์มาได้แล้วกลับมาแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพได้เท่าเธอ" แก้วตายิ้มรับคำชม "หนูแค่พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดค่ะ" เธอกล่าว "แล้วก็… หนูดีใจที่ได้ทำงานกับทีมที่ดีแบบนี้ค่ะ" ทุกคนในทีมต่างก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแก้วตาในยามที่เธอประสบปัญหา และให้กำลังใจเธอเสมอ การทำงานเป็นทีมที่แข็งแกร่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แก้วตากลับมามีความสุขอีกครั้ง เธอได้เรียนรู้ว่า การยอมรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องที่แสดงถึงความเข้มแข็งและความฉลาดในการจัดการกับปัญหา การได้มีเพื่อนร่วมงานที่ดีคอยสนับสนุนเปรียบเสมือนการมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง ในวันที่อากาศแจ่มใส แก้วตาตัดสินใจชวนมินตรา เพื่อนสนิทของเธอไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ "แก้วตา" มินตรากล่าวขณะที่ทั้งสองนั่งอยู่บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ "ฉันดีใจมากเลยนะที่เห็นเธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม" "ขอบคุณนะมินตรา" แก้วตาตอบ "ถ้าไม่มีเธอคอยรับฟังและให้คำปรึกษา ฉันคงจะผ่านมันไปไม่ได้แน่ๆ" "เธอเองก็เก่งมากนะแก้วตา" มินตรากล่าว "ฉันเห็นเธอสู้มาตลอด" "ฉันก็แค่พยายามค่ะ" แก้วตากล่าว "บางทีการยอมแพ้ก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเสมอไป" "ใช่เลย" มินตราเห็นด้วย "บางทีเราก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด" ทั้งสองนั่งคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กันอย่างออกรส การได้ใช้เวลาร่วมกับเพื่อนสนิทเป็นเหมือนการเติมพลังใจชั้นดี ทำให้แก้วตารู้สึกสดชื่นและมีพลังอีกครั้ง เธอตระหนักได้ว่า ความสุขที่แท้จริงไม่ได้มาจากการไม่มีปัญหา แต่มาจากการที่เราสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาเหล่านั้นและก้าวผ่านมันไปได้อย่างเข้มแข็ง
4,273 ตัวอักษร