ตอนที่ 1 — แสงไฟสลัวในตรอกแคบ
กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอับชื้นของเมืองยามค่ำคืนโชยมาปะทะใบหน้าของแพรวาอย่างจัง แสงไฟนีออนสีแดงฉานจากป้ายร้านค้าที่อยู่ห่างออกไปสาดส่องเป็นครั้งคราว เผยให้เห็นภาพความรกร้างและสกปรกของตรอกแคบแห่งนี้ เธอสูดหายใจลึก พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่กำลังจะหลุดออกมา แผ่นหลังแนบชิดกับผนังเย็นเฉียบของอาคารเก่า มือบางกำปืนพลาสติกที่ได้มาจากของเล่นเด็กไว้แน่น ดวงตาเบิกกว้างสอดส่ายมองไปรอบๆ อย่างระแวง
“แกแน่ใจนะว่ามันมาทางนี้” เสียงห้าวๆ ของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากปากตรอกด้านหน้า แพรวาหัวใจหล่นวูบ รีบย่อตัวลงซุกหลบอยู่หลังถังขยะใบใหญ่ กลิ่นเหม็นเน่าของเศษอาหารที่กองสุมอยู่ทำให้เธอแทบจะสำลัก
“แน่สิ ฉันเห็นกับตา แกจะเชื่อไอ้พวกตำรวจน้ำหน้าโง่นั่นไปถึงไหน” เสียงอีกคนตอบกลับมา กลิ่นบุหรี่ราคาถูกลอยมาแตะจมูก “ไอ้ของที่มันเอาไปมันต้องเป็นของสำคัญมากแน่ๆ ถ้าปล่อยให้มันรอดไปได้ เราก็จบ”
แพรวาพยายามรวบรวมสติ ข้อมูลทั้งหมดที่เธอมีเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมปริศนาของนักธุรกิจชื่อดัง ‘คุณวิชัย’ ถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันไปหมด การตายอย่างมีเงื่อนงำของเขา ทรัพย์สินจำนวนมหาศาลที่หายไป และข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่กำลังยึดครองเมืองนี้
“แล้วมันเป็นใครวะ”
“ไม่รู้ แต่ไอ้คนที่ส่งข่าวมาบอก มันบอกว่าเราต้องจัดการมันให้ได้ก่อนที่มันจะเอาของนั่นไปให้ใคร”
แพรวาเม้มปาก เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เธอได้ยินคืออะไรกันแน่ แต่สัญชาตญาณนักข่าวของเธอบอกว่านี่คือเบาะแสสำคัญ เธอต้องรู้ให้ได้ว่า ‘ของ’ ที่ว่าคืออะไร ใครคือ ‘มัน’ และใครคือ ‘เรา’
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา แพรวาใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอรู้ว่าเธออยู่ห่างจากปากตรอกเพียงไม่กี่ก้าว แต่การจะวิ่งออกไปตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการประกาศตัวให้พวกมันเห็น
“เฮ้ย! มีอะไรอยู่ตรงนั้นวะ” เสียงตะโกนดังขึ้นใกล้เข้ามาอีก แพรวาเบิกตากว้าง รู้สึกถึงลมหายใจที่ติดขัด
“อ๋อ คงเป็นพวกจรจัดนั่นแหละน่า อย่าไปสนใจเลย รีบๆ ไปหาไอ้เป้าหมายของเรากันดีกว่า” เสียงแรกพูดกลบเกลื่อน
“ไม่น่าใช่ ตะกี้ฉันเห็นแวบๆ เหมือนมีอะไรขยับ”
แพรวารู้ว่าเธอไม่มีเวลาแล้ว เธอสูดหายใจเข้าลึก กำปืนพลาสติกไว้แน่นก่อนจะค่อยๆ ย่องออกมาจากที่ซ่อน
“เฮ้ย! แกเป็นใครวะ” ชายร่างใหญ่สองคนหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ใบหน้าของพวกเขามืดครึ้ม เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นบ่งบอกถึงความกรำโลก
“ฉัน… ฉันแค่หลงทางมาน่ะค่ะ” แพรวาพยายามพูดให้เสียงสั่นน้อยที่สุด แต่ดูเหมือนความกลัวจะฉายชัดไปทั้งใบหน้า
“หลงทาง? มาถึงตรอกมืดๆ แบบนี้เนี่ยนะ” ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย “หน้าตาคุ้นๆ เหมือนที่เห็นในข่าวเลยนี่หว่า”
หัวใจแพรวาแทบหยุดเต้น ข่าวที่เขาพูดถึง คงเป็นข่าวที่เธอได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีคุณวิชัยเมื่อวานนี้
“ไม่จริงหรอกค่ะ ฉัน… ฉันเป็นนักข่าวจากสำนักข่าวเล็กๆ เอง” เธอพยายามแก้ตัว
“นักข่าว? ฮ่าๆๆ เป็นไปไม่ได้หรอก” ชายอีกคนหัวเราะเสียงดัง “แกเข้ามาทำอะไรที่นี่ บอกมาดีๆ ไม่งั้นแกจะไม่ออกจากที่นี่ไปได้ง่ายๆ”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรจริงๆ นะคะ ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ” แพรวาเริ่มเสียขวัญ
“ไม่ปล่อย! แกคงไม่ใช่คนดีๆ แน่ๆ” ชายคนแรกพูดพลางยื่นมือมาจะคว้าแขนเธอ แพรวาผงะถอยหลังอย่างรวดเร็ว “อย่าเข้ามานะ!”
“หน้าด้านจริงๆ ผู้หญิงอะไรมาอ่อยผู้ชายในตรอกมืดๆ แบบนี้” ชายคนที่สองพูดเย้ยหยัน
“ฉันไม่ได้อ่อย! ฉันแค่…” แพรวากำลังจะอธิบาย แต่เสียงฝีเท้าอีกชุดหนึ่งก็ดังเข้ามาจากอีกฝั่งหนึ่งของตรอก
“มีอะไรกันตรงนี้วะ” เสียงทุ้มลึกดังขึ้นมา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในความมืด ดวงตาของเขาสะท้อนแสงไฟสลัวๆ ทำให้ยากจะมองเห็นใบหน้าชัดๆ แต่รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมานั้นกลับสัมผัสได้ถึงความอันตราย
ชายสองคนเมื่อครู่รีบหันไปมอง ก่อนจะก้มหัวลงอย่างนอบน้อม “บอสครับ”
แพรวาใจเต้นแรงขึ้นไปอีก เธอรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุ เธอมองร่างสูงใหญ่นั่นด้วยความหวาดหวั่น แต่ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ผุดขึ้นมาในใจ
“มีปัญหาอะไร?” ชายที่ถูกเรียกว่า ‘บอส’ ถามเสียงเรียบ
“เปล่าครับบอส แค่เจอผู้หญิงคนนี้เข้ามาในเขตของเรา แกบอกว่าหลงทาง แต่ผมว่ามันไม่ชอบมาพากล” ชายคนแรกรายงาน
ชายปริศนาเดินตรงเข้ามาหาแพรวาอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขากดดันให้เธอรู้สึกอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาเข้ามาใกล้พอ แพรวาก็ได้เห็นใบหน้าของเขาชัดเจนขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากหยักบาง และโครงหน้าที่คมคาย เขามีออร่าบางอย่างที่ดึงดูดและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน
“คุณหลงทางมาที่นี่จริงๆ หรือ?” น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ยากจะปฏิเสธ
“ฉัน… ค่ะ ฉันหลงทางจริงๆ” แพรวาตอบเสียงตะกุกตะกัก
เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “นี่มันไม่ใช่ที่ที่คนทั่วไปจะเดินเข้ามาเล่นๆ นะ”
“ฉันรู้ค่ะ ฉัน… ฉันกำลังจะรีบกลับแล้ว”
“ดูเหมือนเธอจะมาผิดที่ผิดเวลา” เขาพูดพลางก้าวเข้ามาใกล้จนแพรวาเกือบจะชนกับร่างสูงใหญ่ของเขา “พวกมันกำลังตามหาอะไรบางอย่าง และเธออาจจะรู้เรื่องบางอย่างที่เราอยากรู้ก็ได้”
แพรวาหน้าซีดเผือด “ฉันไม่รู้เรื่องอะไรจริงๆ นะคะ”
“จริงๆ เหรอ?” เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะใบหน้าเธอ “ฉันไม่ชอบคำโกหก”
“ฉันพูดความจริงค่ะ”
ชายปริศนาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ถ้าอย่างนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่าความจริงคืออะไร” เขาส่งสัญญาณให้ลูกน้องสองคน “พาเธอไปที่รถ”
“เดี๋ยว!” แพรวาร้องเสียงหลง “ฉันไม่ได้อยากไปด้วย!”
“เธอไม่มีทางเลือก” เขาพูดเสียงเย็น “ถ้าเธอไม่ไปดีๆ พวกเราก็จะใช้กำลัง”
แพรวารู้ดีว่าเธอสู้คนพวกนี้ไม่ได้ เธอเหลียวมองไปรอบๆ ตรอกที่มืดมิดและไร้ผู้คน ไม่มีที่ให้เธอหนีไปไหนได้ เธอจำใจต้องยอมเดินตามร่างสูงใหญ่นั่นไปอย่างจำนน
4,546 ตัวอักษร