ตอนที่ 1 — ค่ำคืนแห่งความทรงจำที่เลือนราง
ลมหายใจถูกกลั้นไว้ในอกขณะที่รองเท้าส้นสูงสีดำสนิทก้าวเหยียบลงบนพื้นหินขัดเย็นเยียบ แสงไฟนีออนสีแดงสาดส่องสะท้อนใบหน้าที่เรียบเฉย แต่แววตานั้นคมกริบราวกับมีดที่ถูกลับมาอย่างดี แพทย์หญิง ‘เอมิกา’ หรือ ‘หมอเอม’ ในสายตาของคนไข้บางกลุ่ม และ ‘นางพญา’ ในโลกที่เธอพยายามจะหลีกหนี กำลังยืนอยู่หน้าทางเข้าคฤหาสน์หลังงามที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา แสงจันทร์สีเงินสาดลงมาอาบไล้ให้เห็นเงาของพุ่มไม้ที่ถูกตัดแต่งอย่างประณีตเป็นรูปทรงเรขาคณิตราวกับงานศิลปะ ยิ่งขับเน้นบรรยากาศที่ทั้งหรูหราและแฝงไว้ด้วยอันตราย
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นมาจากด้านใน ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของชายร่างกำยำในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ แต่สายตาที่ทอประกายดุดันนั้นกลับไม่เคยจางหายไปไหน ชายคนนั้นคือ ‘เดชา’ มือขวาคนสนิทของ ‘นายหัว’ เจ้าของคฤหาสน์หลังนี้
“มาแล้วหรือหมอเอม” เดชากล่าวเสียงห้วน น้ำเสียงนั้นบ่งบอกถึงความไม่พอใจเล็กน้อยที่ต้องรอคอย "นายท่านรอท่านอยู่ข้างใน"
เอมิกาไม่ตอบ เพียงแต่พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะก้าวเท้าเดินตามเดชาเข้าไปภายใน คฤหาสน์หลังนี้ช่างแตกต่างจากโรงพยาบาลที่เธอคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง ความโอ่อ่า หรูหรา แต่ก็แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความมืด ความอันตราย ทุกย่างก้าวของเธอราวกับเดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่พร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ
“นายท่านบาดเจ็บสาหัสมากใช่ไหม” เอมิกาถามเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ
เดชาหันมามองแวบหนึ่ง “มากพอที่จะทำให้เขาต้องเรียกหาท่าน”
คำตอบนั้นทำให้หัวใจของเอมิกาบีบรัด เธอรู้ดีว่า ‘นายท่าน’ ที่เดชากล่าวถึงคือใคร ‘เขา’ คือคนที่เธอเคยรักหมดหัวใจ แต่กลับเป็นคนเดียวกับที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเธอเมื่อหลายปีก่อน ‘ธาม’ หรือ ‘มาเฟียไร้ใจ’ ในสายตาของเธอในเวลานี้
“เขา...ยังรู้สึกตัวอยู่หรือเปล่า” เธอถามต่อ มือที่กำแน่นเริ่มมีเหงื่อซึม
“ยัง” เดชาตอบสั้นๆ “แต่คงอยู่ได้ไม่นานนัก”
เมื่อเดินมาถึงห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยภาพวาดสีน้ำมันและรูปปั้นโบราณ เอมิกาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างของชายคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง เขาอยู่ในสภาพสะบักสะบอม เสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนเลือดจนเห็นเป็นสีคล้ำ เนื้อตัวซีดเผือด ดวงตาคู่คมที่เคยเปล่งประกายบัดนี้ปิดสนิท ริมฝีปากหยักที่เคยคลี่ยิ้มเยาะ โบกมือลา หรือแม้แต่ส่งเสียงกระซิบกระซาบ บัดนี้กลับซีดขาวและไร้เรี่ยวแรง
หัวใจของเอมิกาเต้นระรัวราวกับกลองศึกถูกตี เธอพยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่มี ไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาบนใบหน้าอันเย็นชาของเธอ
“หมอเอม” เดชาเรียกเบาๆ “เชิญทางนี้”
เอมิกาเดินเข้าไปใกล้เตียง ยื่นมือออกไปสัมผัสชีพจรของเขาอย่างมืออาชีพ หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวเนื้อที่เย็นเฉียบของเขา
“เขาเสียเลือดมาก” เอมิกากล่าวเสียงแหบพร่า “แผลที่ท้องลึกมาก”
"ช่วยเขาให้ได้นะหมอเอม" เดชากล่าวเสียงจริงจัง "นายท่านไว้ใจท่านเพียงผู้เดียว"
เอมิกาสูดหายใจเข้าลึกๆ “ฉันจะพยายาม”
เธอหยิบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เตรียมมาอย่างรวดเร็ว จัดการทำความสะอาดแผลและเย็บปิดอย่างเบามือ แต่ทุกการกระทำของเธอกลับเต็มไปด้วยความขัดแย้งในใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความแค้นที่สะสมมานาน และความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามจะกดทับไว้
ตลอดเวลาที่เธอทำแผลให้เขา เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองใบหน้าของเขาตรงๆ ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพของเขาในวันที่อ่อนโยน ภาพของเขาในวันที่โหดร้าย ภาพของเขาวันที่พรากทุกสิ่งไปจากเธอ
“เสร็จแล้ว” เธอผละออกห่างอย่างรวดเร็ว “ฉันจะให้ยาแก้ปวดและให้น้ำเกลือ”
เดชาพยักหน้า “ขอบคุณมากหมอเอม”
เอมิกาก้มลงจัดยาให้เรียบร้อย ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเดชาอีกครั้ง
“ฉันจะกลับไปเตรียมยาที่ต้องใช้เพิ่ม” เธอกล่าวเสียงเย็น “แล้วจะกลับมาอีกครั้งในตอนเช้า”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย” เดชาพูดขึ้น “นายท่านจะจัดการทุกอย่างเอง”
เอมิกาไม่ตอบ เธอก้าวออกจากห้องโถงนั้นอย่างรวดเร็ว ราวกับจะรีบหนีอะไรบางอย่าง เธอรู้ดีว่าการพบกันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นชะตากรรมที่ถูกลิขิตไว้แล้ว หรือนี่อาจเป็นโอกาสของเธอที่จะได้แก้แค้นคนที่ทำลายชีวิตเธอ? หรือบางที... มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่านั้น
เมื่อเดินออกมาถึงหน้าคฤหาสน์ ลมเย็นยามค่ำคืนก็พัดมาปะทะใบหน้า เอมิกาหลับตาลง สูดลมหายใจลึกๆ อีกครั้ง หัวใจที่เคยเต้นระรัวค่อยๆ สงบลง แต่ความรู้สึกสับสนยังคงค้างอยู่ในใจ
“คุณจะทำยังไงต่อไปคะคุณหมอ” เสียงหวานเจื้อยแจ้วดังขึ้นจากด้านหลัง
เอมิกาหันไปมอง ร่างบางในชุดเดรสสีแดงสดกำลังยืนยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน เธอก็คือ ‘รินดา’ น้องสาวของ ‘นายหัว’ และเป็นคนที่คอยดูแล ‘ธาม’ มาตลอด
“ฉันก็ต้องทำหน้าที่ของฉัน” เอมิกาตอบเสียงเรียบ “ในฐานะแพทย์”
รินดายิ้มกว้างขึ้น “ฉันรู้ว่าคุณเก่ง แต่ฉันก็อดเป็นห่วงคุณไม่ได้นะคะ”
“ขอบคุณสำหรับความห่วงใย” เอมิกาว่า “แต่ฉันจัดการได้”
เธอไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร หรือเข้ามาวุ่นวายในชีวิตที่เธอพยายามจะเข้มแข็ง
“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะคะ” รินดากล่าว ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์
เอมิกายืนมองตามหลังรินดาไปจนลับตา ก่อนจะหันกลับมามองคฤหาสน์หลังนั้นอีกครั้ง คืนนี้ช่างยาวนานเหลือเกิน และเธอรู้ว่าการพบกันครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเธออย่างแน่นอน
4,275 ตัวอักษร