ตอนที่ 19 — เปิดหน้าศัตรูใหม่ที่คาดไม่ถึง
"พวกนั้น... พวกเขามีอาวุธ" ภาคินตะโกนบอกชยันต์ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ชยันต์มองไปยังกลุ่มชายชุดดำที่ก้าวลงมาจากรถยนต์คันใหญ่สองคัน ดวงตาของเขาสะท้อนถึงความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้น ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้น สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า แต่แววตาที่มองลอดออกมานั้นเย็นชาและเฉียบคม ราวกับนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อ
"ใครกันที่กล้ามาขวางทางเราถึงที่นี่" ชยันต์พึมพำ เขาหันไปพูดกับพิมพ์ชนกที่นั่งตัวแข็งอยู่ในรถ "พิมพ์ชนก ฟังนะ ผมจะลงไปดูสถานการณ์เอง คุณอยู่ในรถนี่ ปลอดภัยที่สุด อย่าเปิดประตูเด็ดขาด"
"คุณชยันต์คะ!" พิมพ์ชนกพยายามจะเอื้อมมือมาจับแขนเขา "อย่าไปเลยค่ะ มันอันตรายเกินไป"
"ผมต้องไปดู" ชยันต์ตอบเสียงหนักแน่น "ผมจะจัดการให้ทุกอย่างเรียบร้อย" เขาเปิดประตูรถออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มชายชุดดำ ภาคินรีบวิ่งเข้ามาสมทบ
"ผมไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อนครับท่าน" ภาคินกระซิบ "ไม่ใช่ลูกน้องของใครที่เรารู้จัก"
ชายสวมหน้ากากก้าวเข้ามาใกล้ช้าๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจ "คุณชยันต์สินะ" เสียงของเขาทุ้มต่ำ แต่แฝงไปด้วยความเย็นยะเยือก "ผมคิดว่าคุณคงจะเข้าใจผิดไปหน่อย การเดินทางของคุณสิ้นสุดลงตรงนี้แล้ว"
"คุณเป็นใคร และต้องการอะไร" ชยันต์ถาม เสียงของเขาหนักแน่น ไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"ผมคือคนที่กำลังจะกอบกู้ประเทศนี้ให้พ้นจากพวกขี้ฉ้ออย่างคุณ และวีระชัย" ชายสวมหน้ากากกล่าว "แต่ดูเหมือนว่าคุณจะฉลาดกว่าวีระชัยไปขั้นหนึ่ง แต่ก็ยังไม่พอ"
"ไอ้สารเลว!" ภาคินพุ่งเข้าใส่ แต่ถูกชายอีกคนในกลุ่มผลักล้มลงไปกับพื้นอย่างรวดเร็ว "นี่มันการเมืองเบื้องหลังอะไรกันแน่!"
"นี่ไม่ใช่การเมืองหรอก ภาคิน" ชยันต์พูด ดวงตาจับจ้องไปที่ชายสวมหน้ากาก "นี่มันคือการแย่งชิงอำนาจ"
"ถูกต้อง" ชายสวมหน้ากากตอบ "และคุณเป็นคนที่ขวางทางผม" เขาผายมือไปยังรถของพิมพ์ชนก "ผู้หญิงคนนั้น... เธอคือตัวแปรสำคัญสินะ"
"อย่าแตะต้องเธอ" ชยันต์กล่าวด้วยเสียงที่แข็งกร้าวขึ้น "ถ้าคุณต้องการสู้กับผม ก็เข้ามา มาสู้กันตัวต่อตัว"
"ใจร้อนเกินไป" ชายสวมหน้ากากหัวเราะเบาๆ "ผมไม่ชอบการต่อสู้ที่วุ่นวาย ผมชอบการจัดการที่เด็ดขาดและมีประสิทธิภาพ" เขาส่งสัญญาณบางอย่างให้ลูกน้องของเขา "เอาตัวคุณชยันต์ และผู้หญิงคนนั้นมา"
ทันใดนั้น ชายชุดดำอีกสองคนก็พุ่งเข้าหาชยันต์ เขาพยายามหลบหลีก แต่ก็ถูกรัดคอด้วยมือที่แข็งแรง ชยันต์พยายามดิ้นรน แต่แรงของพวกมันมีมากกว่า
"คุณชยันต์!" พิมพ์ชนกเห็นเหตุการณ์ เธอตะโกนเรียก และเตรียมจะเปิดประตูรถ
"อย่า! พิมพ์ชนก! อยู่ในรถ!" ชยันต์ตะโกนสุดเสียง
ชายสวมหน้ากากเดินเข้ามาใกล้ชยันต์ที่กำลังถูกรัดคอ "บอกมาสิว่าคุณเก็บข้อมูลอะไรของผมไว้บ้าง"
"ฉัน... ไม่รู้... ว่าคุณเป็นใคร" ชยันต์พยายามพูด "แก... แกมันไม่ใช่แค่... คนที่... ต้องการอำนาจ"
"ดีมากที่รู้ตัว" ชายสวมหน้ากากยิ้มมุมปาก "ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่ดี แต่กับบางคน มันก็เป็นจุดอ่อน" เขาหันไปทางรถของพิมพ์ชนก "เอาเธอออกมา"
ลูกน้องของเขากระชากประตูรถของพิมพ์ชนกออกอย่างแรง พิมพ์ชนกตกใจจนตัวสั่น แต่เธอก็ไม่ยอมให้ใครมาบังคับได้ง่ายๆ เธอใช้เท้าถีบประตูรถใส่หน้าของชายคนนั้นอย่างสุดแรงจนเขากระเด็นถอยหลังไป
"แกอย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ!" พิมพ์ชนกตะโกนลั่น "พวกแกเป็นใครกันแน่!"
"เธอจะรู้ในไม่ช้า" ชายคนหนึ่งกล่าว ก่อนจะพุ่งเข้าหาพิมพ์ชนก ชยันต์ที่เห็นท่าไม่ดี พยายามสะบัดตัวออกจากพันธนาการ เขาตะโกนบอกภาคิน "ภาคิน! พาพิมพ์ชนกหนีไป!"
ภาคินรีบวิ่งไปที่รถของพิมพ์ชนก "คุณพิมพ์ชนกครับ! ขึ้นรถ! เราต้องไปเดี๋ยวนี้!"
"แล้วคุณชยันต์ล่ะคะ!" พิมพ์ชนกถามอย่างร้อนรน
"ผมจะตามไป!" ชยันต์ตอบ ขณะที่เขาสามารถหลุดจากการจับกุมของชายสองคนได้ เขาเห็นชายสวมหน้ากากกำลังเดินตรงมาหาเขา "ไปเถอะ! ผมจัดการเอง!"
พิมพ์ชนกมองหน้าชยันต์ด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อเห็นว่าสถานการณ์กำลังจะบานปลาย เธอก็จำใจต้องขึ้นรถไปพร้อมกับภาคิน พวกเขารีบสตาร์ทเครื่องยนต์และขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ชยันต์เผชิญหน้ากับศัตรูใหม่เพียงลำพัง
ชายสวมหน้ากากมองรถของพิมพ์ชนกที่กำลังขับหายไป ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับชยันต์อีกครั้ง "เธอหนีไปได้ชั่วคราว" เขาพูด "แต่สุดท้าย เธอก็จะหนีไม่พ้นเงื้อมมือของผม"
"แกคิดว่าแกทำอะไรก็ได้งั้นหรือ" ชยันต์ถาม "แกคิดว่าการข่มขู่และการใช้กำลังจะทำให้แกชนะงั้นหรือ"
"ผมไม่ได้คิด ผมรู้" ชายสวมหน้ากากกล่าว "โลกนี้มันเป็นแบบนี้แหละ ใครแข็งแกร่งกว่า คนนั้นก็มีสิทธิ์" เขาชักปืนออกมาจากเอว "และตอนนี้ ฉันคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด"
ชยันต์กัดฟันแน่น เขารู้ว่าการต่อสู้กับคนประเภทนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายพิมพ์ชนก และจะไม่ยอมให้ความพยายามของเขาสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
"แกมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาดที่ต้องซ่อนหน้า" ชยันต์กล่าวท้าทาย "ถ้าแกกล้าจริง ก็ถอดหน้ากากออก แล้วมาสู้กันแบบลูกผู้ชาย"
ชายสวมหน้ากากหัวเราะ "การเปิดเผยตัวตนคือความโง่" เขาเงื้อปืนขึ้น "และฉันไม่เคยทำอะไรที่โง่เขลา"
เขากดไกปืน เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ชยันต์เบี่ยงตัวหลบกระสุนได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็ทำให้เขาต้องเสียจังหวะ เขาเห็นโอกาสที่จะหนี จึงรีบวิ่งไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับที่พิมพ์ชนกขับรถหนีไป
"แกหนีไปไหนไม่รอดหรอก ชยันต์!" เสียงของชายสวมหน้ากากตะโกนไล่หลังมา "ฉันจะตามล่าแกไปจนกว่าจะเจอ!"
ชยันต์วิ่งไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวของถนน เขารู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้อันตรายกว่าที่เคยเป็นมาหลายเท่า การปรากฏตัวของชายสวมหน้ากากคนนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การขัดขวางแผนการ แต่เป็นการเปิดฉากสงครามรูปแบบใหม่ที่เขายังไม่รู้จักศัตรูอย่างแท้จริง
"แกคิดว่าแกจะทำอะไรได้" ชยันต์พึมพำกับตัวเอง "ฉันจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด"
เขาตัดสินใจที่จะไม่กลับไปหาภาคินทันที แต่จะหาทางติดต่อกลับไปยังทีมที่ไว้ใจได้ เพื่อประเมินสถานการณ์ และวางแผนรับมือกับศัตรูรายใหม่นี้ เขาต้องปกป้องพิมพ์ชนกให้ได้ และต้องหาตัวตนของชายสวมหน้ากากคนนี้ให้เจอให้ได้โดยเร็วที่สุด
4,708 ตัวอักษร